14.5.49

ไทย-ลาว (หนองคาย) มาราธอน

ไทย-ลาว (หนองคาย) มาราธอน
อาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2549
ณ อนุเสาวรีย์ปราบฮ่อ จ.หนองคาย
สรุปผลการประเมิน TRES: 75 คะแนน ใช้ได้ เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: หนองคายมาราธอนปีนี้ปล่อยตัวเวลา 04.00 น. เส้นทางการแข่งขันสำหรับมาราธอนออกสตาร์ทจากอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ เลี้ยวไปเชิงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว วิ่งย้อนกลับมาผ่านหน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองบคาย เลี้ยงขวามาทางอุดรฯ กลับตัว กม. ที่15 แล้วย้อนกลับเข้าตัวเมืองหนองคาย เส้นทางการแข่งขันโดยส่วนใหญ่วิ่งบนไหล่ถนนลาดยางมีเนินสลับกับทางเรียบ การควบคุมการจราจรค่อนข้างดี ตามไหล่ทางก็ไม่มีเงาร่มไม้ให้หลบงานนี้ระยะมาราธอนก็วิ่งตากแดดเป็นเนื้อแดดเดียวกันไป ระหว่างเส้นทางการแข่งขันจุดให้น้ำมีบริการน้ำเย็นตลอด น้ำไม่มีขาด ส่วนที่ขาดก็คงจะเป็นป้ายบอกระยะที่บอกระยะขาดไปนิดหน่อยๆในช่วงต้นๆ เลยส่งผลให้ 1 กิโลสุดท้ายที่จะเข้าเส้นชัย กลายเป็น 2 กิโลกว่าๆเกือบ 3 กิโล

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: งานวิ่งหนองคาย (ไทย-ลาว) มาราธอนในครั้งนี้จัดขึ้นถึง 4 ระยะ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 10 21 และ 42 กม. ดังนั้นนักวิ่งทุกระดับไม่ว่าจะเป็นน้องใหม่หรือผู้เจนสังเวียนสามารถร่วมวิ่งงานนี้ได้ เส้นทางก็ไม่ยากเกินไปนัก แต่หากนักวิ่งท่านใดที่ลงในระยะมาราธอนก็อาจจะต้องทนร้อนกันนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: งานนี้ภาพโดยรวมจัดได้ดีพอสมควร แต่เป็นที่น่าเสียดายที่นักวิ่งร่วมงานไม่มากนัก เพื่อให้งานวิ่งหนองคายหรือที่ผู้จัดอยากให้เป็นไทย-ลาวมาราธอน ประเด็นหลักที่น่าจะมีผลต่อการตัดสินใจของนักวิ่งที่จะเข้าร่วมงานนี้ นั่นคือเส้นทางการวิ่ง เส้นทางการวิ่งในครั้งนี้ยังเป็นเส้นทางที่ยังไม่เด่นมากนัก เป็นเส้นทางที่วิ่งบนไหล่ถนนในตัวจังหวัดหนองคาย เริ่มต้นและสิ้นสุดในจ.หนองคายไม่ได้ข้ามไปสู่ประเทศลาว ในส่วนของระยะมาราธอนวิ่งผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแต่ก็ไม่ได้เห็นทัศนียภาพบนสะพานมากนักเพราะยังมืดอยู่ หากเป็นไปได้เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์และสมชื่อของงานวิ่งไทย-ลาวมาราธอน เส้นทางวิ่งจากหนองคาย (ไทย) สู่ เวียงจันทร์ (ลาว) เหมือนในปี 2546 น่าจะเป็นเส้นทางที่จะได้รับความสนใจและให้การตอบรับจากนักวิ่งมากกว่านี้

การจัดวิ่งข้ามประเทศจะเป็นงานที่มีความยุ่งยาก มีอุปสรรคมากพอสมควร รวมทั้งการจัดงานที่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นไทย-ลาวมาราธอนจึงถือว่าเป็นมาราธอนที่ท้าทายทั้งผู้จัดและนักวิ่งไม่น้อยทีเดียว และหากมองถึงอนาคตสำหรับไทย-ลาวมาราธอน ที่สามารถวิ่งข้ามประเทศได้จริง วิ่งครั้งเดียวได้เที่ยวถึง 2 ประเทศเชื่อได้ว่าไม่เพียงนักวิ่งไทยเท่านั้นที่จะสนใจร่วมงานนี้แน่นอน และเพื่อให้ได้การสนับสนุนที่มากยิ่งขึ้นทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ผู้จัดควรมีการวางแผนและประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนี้ งานวิ่งไทย-ลาวมาราธอนไม่จำเป็นที่จัดขึ้นทุกปีก็ได้ แต่ควรที่จะระยะเวลาในการจัดที่แน่นอนว่าจะจัดช่วงไหน เมื่อไหร่ และจะจัดขึ้นทุกๆกี่ปีก็ว่ากันไป

และในการจัดครั้งที่ผ่านมาสำหรับไทย-ลาวมาราธอน (หนองคาย) มาราธอน ก็ถูกประกาศให้นักวิ่งได้ทราบล่วงหน้ากันแทบไม่ถึงเดือน การประชาสัมพันธ์กระชั้นชิดสำหรับการจัดงานวิ่งมาราธอนถือว่าไม่เหมาะสักเท่าใดนัก นักวิ่งในระยะมาราธอนต้องการการฝึกฝนพอสมควร การแจ้งข่าวและประชาสัมพันธ์ในระยะเวลาอันกระชั้นชิดก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้นักวิ่งตัดสินใจไม่เข้าร่วมงานวิ่งนั้นๆเช่นกัน

หลังงานวิ่งจบลงแม้จะไม่มีเสียงบ่นก่นว่าตามหลังมาใช่ว่างานนั้นจะจัดได้ดีเยี่ยม หากแต่ว่างานวิ่งนั้นไม่มีนักวิ่งที่จะมาสะท้อนให้เห็นทำงานของผู้จัดเท่านั้นเอง ดังนั้นงานวิ่งที่มีนักวิ่งมากๆเสียงที่ตามมาย่อมสะท้อนให้ผู้จัดได้รู้ได้เห็นเป็นอย่างดีว่างานที่เราทำลงไปนั้นดีแค่ไหน มีผลตอบรับเป็นอย่างไร และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการจัดงาน ไทย-ลาวมาราธอน หรือ หนองคายมาราธอน จะได้ยินเสียงตอบรับมากขึ้นกว่านี้ และขอเป็นกำลังใจให้กับผู้จัดที่จะจัดให้สนามนี้เป็นไทย-ลาวมาราธอนสมชื่อในอนาคต

ปล. ไทย-ลาวมาราธอนวิ่งข้ามประเทศ ควรที่จะเป็นอีกหนึ่งมาราธอนที่ได้รับการสนุนให้เป็นมาราธอนนานาชาติได้ ดังนั้นสมควรเป็นอย่างยิ่งที่สนามวิ่งนี้จะได้รับการสนุนให้มากยิ่งขึ้นจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

6.5.49

เดิน-วิ่ง-ปั่น พิทักษ์หัวหิน

เดิน-วิ่ง-ปั่น พิทักษ์หัวหิน
อาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2549
ณ อ. หัวหิน จ.ประจวบฯ
สรุปผลการประเมิน TRES: 66 คะแนน

เส้นทางการเดิน-วิ่ง:
จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดการแข่งขันอยู่บริเวณสวนหลวงราชินี (หัวหิน) โดยเส้นทางการแข่งขันระยะมินิ (10.55 กม.) และฮาล์ฟ (25 กม.) จากจุดสตาร์ทก็วิ่งออกสู่ถนนหัวหิน 35 เข้าสู่ถนนเพชรเกษมโดยเลี้ยวขวาวิ่งไปทางทิศเหนือแล้ววิ่งไปตามไหล่ถนนยาวเป็นทางเรียบโดยตลอด วิ่งลอดผ่านอุโมงค์จนไปถึงค่ายนเรศวร ระยะมินิกลับตัวกิโลที่ 5 ก่อนจะถึงค่ายนเรศวร ส่วนระยะฮาล์ฟวิ่งไปถึงค่ายนเรศวรแล้วเลี้ยวเข้าไปวิ่งวนภายในค่ายแล้ววิ่งย้อนกลับเส้นทางเดิม เส้นทางการจัดในครั้งยังไม่มีจุดเด่นมากนักเนื่องจากวิ่งบนไหล่ทางและข้างทางไม่มีร่มไม้ให้นักวิ่งได้หลบแดดดังนั้นนักวิ่งแนวหลังที่วิ่งช้าหน่อยมากกว่า 2 ชั่วโมงขึ้นไปก็อาบแดดกันไปเต็มๆ ตามเส้นทางการแข่งขันมีป้ายบอกระยะชัดเจน แต่สำหรับจุดให้น้ำในช่วงท้ายๆ เที่ยวกลับน้ำมีเพียงน้ำเปล่าเท่านั้นไม่มีน้ำแข็ง บางจุดน้ำหมดก่อนนักวิ่งทั้งหมดเข้าสู่เส้นชัย

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
เนื่องจากการจัดงานวิ่งพิทักษ์หัวหินในครั้งนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบจากการวิ่งที่ไม่มีการแข่งขันเป็นเน้นเพื่อการแข่งขันดังนั้นนักวิ่งการให้ความสำคัญกับนักวิ่งจะเน้นไปที่แนวหน้าเป็นหลัก ดังนั้นการวิ่งที่มีรูปแบบในลักษณะนี้ให้นักวิ่งแนวกลางหรือกลุ่มไม้ประดับพึงตระหนักและคำนึงให้รอบคอบว่าจะยอมรับสภาพ การดูแลที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักได้หรือไม่ ส่วนในเรื่องของเส้นทางการวิ่งพิทักษ์หัวหินที่เปลี่ยนไปในครั้งนี้ก็ไม่ยากเท่าไหร่นักวิ่งทุกระดับสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ เพียงแต่สภาพอากาศที่ร้อนเป็นปกติในช่วงฤดูกาลนี้เท่านั้นที่อาจจะเป็นอุปสรรคให้กับนักวิ่งที่แพ้อากาศร้อนๆ

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
จากปีที่แล้ว 2548 งานวิ่งพิทักษ์หัวหินเป็นงานวิ่งที่ได้คะแนนการประเมินสูงสุดของปีถือว่าเป็นการจัดงานวิ่งที่น่าวิ่งมาก แต่ในปีนี้ 2549 รูปแบบงานวิ่งพิทักษ์หัวหินได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปมาก... ประเด็นหลักที่มีการเปลี่ยนแปลงไป
ประเด็นที่ 1. รูปแบบการจัดงานในครั้งนี้เปลี่ยนจากเดิมโดยก่อนหน้านี้ไม่มีรางวัลให้นักวิ่ง ไม่มีการแข่งขันเต็มรูปแบบเช่นครั้งนี้ มีเพียงเสื้อและเหรียญเท่านั้นที่แจกจ่ายให้กับนักวิ่งเป็นของระลึก จากจุดยืนที่เปลี่ยนไปก็ส่งผลทำให้ความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม เป้าหมายที่จะพิทักษ์หัวหินก็ลดน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด ถังขยะที่เคยเตรียมไว้ระหว่างเส้นทางวิ่งตามจุดให้น้ำก็หายไป นักวิ่งแข่งขันแทบไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ แต่ต่างกับนักวิ่งเพื่อสุขภาพที่วิ่งกันเพื่อความสนุก ความเพลิดเพลินบันเทิงใจ กับแก้วน้ำ 1 ใบโยนใส่ถังขยะนักวิ่งกลุ่มนี้ไม่กลัวเสียเวลาอยู่แล้ว มันทำให้งานวิ่งเป็นงานวิ่งที่ดูสะอาดตา หรือเราเรียก Green Running หรือ Eco-marathon ซึ่งมีงานวิ่งไม่กี่งานที่ให้ความสำคัญตรงจุดนี้ และส่วนหนึ่งเดิน-วิ่งพิทักษ์เพื่อเป็นการรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการทะนุบำรุงสิ่งแวดล้อมของเมืองหัวหิน (Preserve Hua Hin) ดังนั้นอยากให้หันกลับมามองตรงจุดนี้อีกครั้ง

2. เส้นทางการแข่งขันที่เปลี่ยนไป เส้นทางที่สวยงามบนหาดทรายและท้าทายด้วยการขึ้น-ลงเขาหินเหล็กไฟถูกเปลี่ยนไปวิ่งบนถนนยาวลาดยางแทน เส้นการวิ่งครั้งนี้นักวิ่งหลายคนตั้งความหวังไว้ที่จะได้วิ่งบนหาดทรายแห่งเมืองหัวหิน ได้สัมผัสกับบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นจากทะเลยามเช้าเหมือนครั้งที่ผ่านๆมา แต่ก็ต้องผิดหวังกลับไป เส้นทางการวิ่งที่ดูจะไม่เป็นเอกลักษณ์สำหรับเมืองหัวหินเพราะเส้นทางเช่นนี้นักวิ่งสามารถหาวิ่งได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาไกลถึงหัวหินก็วิ่งได้.... หากผู้จัดยังต้องการดึงดูดนักวิ่งในภูมิภาคอื่นๆคงต้องหาเส้นทางที่มีความเป็นเอกลักษณ์ไปหาวิ่งที่ไหนไม่ได้แล้วต้องมาวิ่งหัวหินเท่านั้นถึงจะได้สัมผัสบรรยากาศเช่นนี้ เส้นทางการวิ่งในปี 2548 จากเขาหินเหล็กไฟ วิ่งสู่หาดทรายหัวหินไปเขาตะเกียบก็ดีทีเดียวนอกจากจะได้สัมผัสหาดทรายเมืองหัวหิน ยังแฝงไว้ด้วยความท้าทายในการวิ่งขึ้นเขาอีกด้วย
3. กองเชียร์ของนักเรียน นักศึกษา จากโรงเรียน สถาบันและมหาวิทยาลัยต่างๆที่หายไป ช่วยเป็นแรงเชียร์แรงใจให้กับนักวิ่งได้เยอะทีเดียวและทำให้กิจกรรมการวิ่งพิทักษ์หัวหินมีสีสรรเพิ่มมากขึ้น การนำงบประมาณการจัดงานในครั้งนี้ไปเป็นรางวัลให้กับนักวิ่งแนวหน้าจำนวนมากมาย เปลี่ยนมาเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา หรือโรงเรียนที่เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมดีๆเหมือนอย่างที่ผ่านมา ดูน่าจะมีคุณค่ามากกว่านี้ เงินรางวัลจะตอบสนองเพียงนักวิ่งแนวหน้าเพียงไม่กี่คนแต่จะมีสักกี่คนที่ประทับใจและจดจำว่าได้เงินรางวัลจากสนามนี้ แต่ถึงจะไม่มีเงินรางวัลก็ยังมีนักวิ่งแนวหน้าบางท่านที่มีสปิริตของความเป็นนักกีฬา นักวิ่ง ที่ไม่ได้หวังเพียงแค่เงินรางวัลก็มี อาทิ คุณนิวัฒน์ อ้อยทิพย์ แม้จะเป็นนักวิ่งแนวหน้า จะมีเงินรางวัลหรือไม่มีหากกิจกรรมคุณมีประโยชน์และดีจริงนักวิ่งแนวหน้าผู้มีน้ำใจนักกีฬาท่านนี้และอีกหลายๆคนก็ยินดีร่วมงาน
4. นอกจากการเปลี่ยนแปลงหลักๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ความใส่ใจของเจ้าหน้าในสนามการแข่งขัน ก็ดูจะลดน้อยลงไปกว่าก่อนอย่างเห็นได้ชัด แต่เจ้าหน้าที่ดีๆก็ยังมีอยู่แต่ก็ไม่ดีเท่าที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรดาของสรรพสิ่งในโลกนี้ การเปลี่ยนแปลงของงานวิ่งพิทักษ์หัวหินในครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่บังเอิญมันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดูราวกับว่าจะก้าวถอยหลังไปสักหน่อย แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการจัดงานครั้งต่อไปจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นกว่านี้ ให้สมกับงานวิ่งชื่อดีๆ อย่าง เดิน-วิ่งพิทักษ์หัวหิน (Preserve Hua Hin)

30.4.49

สิงห์บุรี มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 12

งานวิ่งสิงห์บุรี มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 12
วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 2549
ณ ศาลาประชาคาปึงเถ่ากงม่า จ. สิงห์บุรี
สรุปผลการประเมิน TRES: (85 คะแนน) จัดงานได้ดี ขอแนะนำว่าน่าไปวิ่ง

เส้นทางการวิ่ง:
การแข่งขันในครั้งนี้มีให้เลือกถึง 3 ระยะ คือ 5, 10 และ 21 กิโล ซึ่งถือว่าเป็นการจัดให้ตอบสนองนักวิ่งได้ทุกระดับรวมไปถึงระดับเยาวชนด้วย เส้นทางการวิ่งเป็นการวิ่งไป-กลับทั้ง 3 ระยะ สำหรับระยะ 10 กิโล และ 21 กิโล นอกจากต้องวิ่งทางเรียบแล้ว ยังมีสะพานสูงสองสะพานให้ออกแรงกันอีกนิดหน่อย จุดสตาร์ทของงานนี้อยู่บริเวณหน้าศาลาประชาคาปึงเถ่ากงม่า พอปล่อยตัวออกไปเลี้ยวขวาสู่ถนนหลัก วิ่งตรงไปถึงแยกห้องสมุดประชาชนเลี้ยวขวาอีกครั้ง แล้ววิ่งตรงไปผ่านวัดสว่างอารมณ์ หลังจากนั้นก็ขึ้นสะพานแรกเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา วิ่งไปเรื่อยๆ ขึ้นสะพานที่สองข้ามแม่น้ำลพบุรี จากนั้นวิ่งต่อไปอีกประมาณ 1 กิโล ทั้งมินิและฮาล์ฟกลับตัวที่จุดเดียวกัน เมื่อกลับตัวแล้วมินิวิ่งกลับเส้นทางเดิมแล้วเข้าสู่เส้นชัย ส่วนฮาล์ฟก่อนจะข้ามสะพานแม่น้ำเจ้าพระยา เลี้ยวซ้ายวิ่งเรียบแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านหมู่บ้าน ชุมชนชาวสิงห์บุรี วิ่งไปเรื่อยๆแล้วไปกลับตัวที่กิโลที่ 12.5 กลับออกมาวิ่งขึ้นสะพานแม่น้ำเจ้าพระยา และวิ่งย้อนกลับเส้นทางเดิมเข้าสู่เส้นชัย สภาพอากาศในครั้งนี้ไม่ร้อนอย่างที่คิด อาจเนื่องมาจากเย็นวันเสาร์มีฝนตกลงมา

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
สนามนี้เป็นสนามที่เหมาะสำหรับนักวิ่งทุกประเภท ไม่ว่าจะมือใหม่ เท้าใหม่ หรือเก่ามานาน ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร นักวิ่งก็ไม่ต้องเป็นห่วง ระหว่างเส้นทางมีน้ำบริการให้ไม่ขาดสาย มีรถพยาบาลดูแลตลอดเส้นทาง เป็นงานวิ่งที่นักวิ่งควรให้การสนับสนุนเลยทีเดียว นอกจากนั้นวิ่งไป เที่ยวไป หาอะไรกินอร่อยๆ งานนี้เป็นที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
สำหรับงานที่จัดได้ดีโดยส่วนใหญ่ข้อดีจะมีเยอะ ส่วนข้อบกพร่องจะมีน้อยดังนั้นสนามนี้จึงเป็นอีกสนามหนึ่งที่จะยกข้อที่ควรแก้ไขขึ้นมาก่อนเพื่อที่คราวหน้าผู้จัดจะได้แก้ไขในส่วนนี้ ซึ่งจะทำให้ในการจัดครั้งต่อไปจะจัดงานได้อย่างดีเยี่ยมแน่นอน สิ่งที่อยากแนะนำคือผู้จัดควรมีความตระหนักในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอีกสักหน่อย เนื่องจากงานนี้เป็นงานที่จัดได้ดี นักวิ่งจึงให้ความสนใจไปร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เมื่อนักวิ่งมากขยะที่ตามมากับนักวิ่งก็มีมากขึ้นด้วย ผู้จัดควรเตรียมถังหรือถุงขยะให้มากขึ้นด้วยเพื่อนักวิ่งจะได้ทิ้งขยะลงในถัง เพื่อให้บริเวณสถานที่การจัดงานดูดี งามตามากยิ่งขึ้น และในส่วนของเส้นทางการวิ่ง บริเวณจุดให้น้ำก็ควรจะมีถังขยะหรือภาชนะรองรับบ้าง สังเกตจากจุดให้น้ำระหว่างเส้นทางการวิ่ง บางจุดเป็นหน้าบ้านของชาวบ้าน นักวิ่งก็ทิ้งแก้วน้ำหน้าบ้านเค้าเฉยเลย เสร็จแล้วหน้าบ้านหรือบางทีก็หน้าร้านเค้าดูเหมือนเป็นกองขยะไปเลย ยิ่งเปิดรับอรุณวันใหม่ตื่นมาแต่เช้า ดัน...มีขยะเต็มหน้าบ้าน ถ้าเป็นหน้าบ้านเราแล้วโดนแบบนี้เราก็คงไม่พอใจ และมองในระยะไกลชาวบ้านเหล่านี้แทนที่เค้าจะเข้ามาส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการจัดงานเค้าอาจจะเห็นว่ากิจกรรมอย่างนี้ทำให้เค้าต้องเดือดร้อนก็ได้ แต่หากผู้จัดแก้ไขตรงจุดนี้ได้ก็จะเป็นการดี และในการรับสมัครกรณีพิเศษสำหรับผู้ร่วมงาน 9 ครั้งมาแล้ว หากทางผู้จัดเอาคอมพิวเตอร์มารับสมัครและจัดเก็บข้อมูลก็จะเป็นการดีมากยิ่งขึ้น เพราะบางครั้งนักวิ่งก็ไม่ได้เก็บใบเสร็จหรือเหรียญวิ่งในแต่ละครั้งไว้ หากผู้จัดมีฐานข้อมูลนักวิ่งที่เคยวิ่งเก็บไว้ก็จะเป็นสิ่งที่ดี อย่างที่สิชลมินิ-ฮาล์ฟมาราธอนได้นำมาใช้

สำหรับเรื่องที่ดีสำหรับงานนี้นักวิ่งที่ได้ร่วมงานคงได้สัมผัสกันแล้วถือว่าผู้จัดได้เตรียมการกันมาอย่างดี พัฒนาและปรับปรุงกันมาตลอด 12 ปี นักวิ่งที่มาร่วมงานเรียกได้ว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม ส่วนนักวิ่งท่านใดที่ยังไม่เคยมาสัมผัส ควรมาลองดูกันสักครั้ง สิ่งดีๆสำหรับงานนี้มีมากอาจจะเขียนออกมาไม่หมด จะยกเอาประเด็นหลักๆขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้จัดดังนี้
1. เรื่องของการแบ่งระยะ ทั้ง 3 ระยะ ซึ่งมีความเหมาะสมกับนักวิ่งทุกประเภท และเส้นทางที่สวยงาม ไม่ยากไม่ง่ายเกินไป
2. การส่งเสริมให้นักเรียน และเยาวชนสนใจมาออกกำลังกาย ด้วยการไม่เก็บค่าสมัครแถมมีการมอบทุนการศึกษาเป็นรางวัล 3. ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจของคนในชุมชน การให้การต้อนรับที่อบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร กองเชียร์ระหว่างเส้นทางการแข่งขัน ล้วนแล้วแต่เป็นสีสันของงานวิ่งสิงห์บุรีมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน
4. การให้บริการเดินทางที่สะดวก มีสองแถวฟรีสำหรับนักวิ่ง และบริการข้อมูลข่าวสารให้กับนักวิ่งได้เป็นอย่างดี
5. สำหรับปีนี้ถ้วยรางวัลสวยงามเป็นพิเศษ ใครได้ไปคงต้องถนุถนอมเป็นอย่างดี
สำหรับสิงห์บุรีมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน หากรักษาคุณภาพไว้เช่นนี้เชื่อว่างานนี้จะต้องเป็นงานวิ่งที่นักวิ่งให้การสนับสนุนต่อไปอีกนานเท่านาน ขอเป็นกำลังใจให้ผู้จัดในครั้งต่อไป 29 เมษายน 2550 นักวิ่งไม่ควรพลาด

23.4.49

งานเดิน-วิ่ง เทิดพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี

งานเดิน-วิ่ง เทิดพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี
วันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน 2549
ณ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
สรุปผลการประเมิน TRES: (69 คะแนน) การจัดงานพอใช้ได้แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร

เส้นทางการวิ่ง: เส้นทางการวิ่งระยะมินิมาราธอนเป็นการวิ่ง-วน อ้อมกลับมาเข้าเส้นชัยที่เดิม โดยจุดสตาร์ทและเส้นชัยอยู่ข้างสนามฟุตบอลบริเวณการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ออกจากจุดสตาร์ทไปแล้วในระยะ 5 กิโลแรก เส้นทางการวิ่งยังอยู่ในเขตของ รฟม. และบนถนนรัชดาซึ่งนักวิ่งยังวิ่งกันได้สะดวกเพราะไม่มีรถยนต์ แต่หลังจากกม.ที่ 5 ต้องเลี้ยวขวาขึ้นไปวิ่งบนเส้นทางที่มีการก่อสร้างเส้นทางการวิ่งไม่ค่อยดีนัก จากนั้นระหว่างกม. ที่ 6-9 นักวิ่งวิ่งบนถนนกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นถนนสายหลัก การจราจรไม่สามารถปิดได้สนิท นักวิ่งต้องระวังกันหน่อยขณะวิ่ง และกม.สุดท้ายที่เหลือ ก็กลับเข้าสู่บริเวณ รฟม. แล้วเข้าสู่เส้นชัย สภาพโดยรวมของเส้นทางการแข่งขันยังไม่ดีนัก

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: งานนี้เพิ่งจัดเป็นครั้งแรกและใช้เส้นทางการวิ่งที่ไม่เคยมีการจัดวิ่งมาก่อนเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี นักวิ่งโดยส่วนใหญ่ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ ได้มาลองวิ่งเส้นทางใหม่ๆ ถึงแม้จะเป็นเส้นทางที่จัดวิ่งเป็นครั้งแรก แต่เป็นเส้นทางในตัวเมืองกรุงเทพดังสภาพบรรยากาศที่ออกมาจึงไม่ค่อยแตกต่างจากสนามวิ่งในกรุงเทพอื่นๆมากนัก

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: เนื่องจากการจัดในครั้งนี้เป็นครั้งแรกและไม่แน่ใจว่าจะมีการจัดการแข่งขันเช่นนี้หรือเปล่า แต่ดูจากความน่าจะเป็นแล้วคงไม่น่าจัด เนื่องจากงานวิ่งโดยส่วนใหญ่ หากมีการจัดวิ่งเป็นกรณีพิเศษมักจะมีค่าสมัครที่ค่อนข้างสูงกว่างานวิ่งทั่วๆไป หรืองานวิ่งที่จัดกันเป็นประจำทุกปีเพื่อส่งเสริมการออกกำลังงานวิ่งเหล่านี้ค่าสมัครจะถูกลงมาอีกหน่อยและมีค่าสมัครสำหรับเยาวชนอีกด้วย ดังนั้นอยากฝากไว้สำหรับผู้จัดในครั้งนี้ แม้จะเป็นงานวิ่งที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหารายได้ไปทำประโยชน์ในด้านต่างๆ แต่ก็อยากฝากให้มีค่าสมัครสำหรับเยาวชนบ้างก็จะดีไม่น้อย

9.4.49

สงกรานต์มาราธอน ครั้งที่ 20

งานวิ่งสงกรานต์มาราธอน ครั้งที่ 20
วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2549
ณ สวนลุมพินี กรุงเทพ
สรุปผลการประเมิน TRES: (69 คะแนน) การจัดงานพอใช้ได้แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร

เส้นทางการวิ่ง:
เป็นระยะมาราธอนที่วิ่งวนเป็นรอบจำนวน 17 รอบ ภายในสวนลุมพินี ซึ่งเป็นสวนสาธารณะ เส้นทางวิ่งเป็นทางเรียบ นอกจากจะมีนักวิ่งยังมีประชาชนทั่วไปมาออกกำลังกายในเส้นทางการวิ่งด้วย การวิ่งปล่อยตัวเวลา 08.00 น. และจัดในช่วงหน้าร้อน ทำให้บรรยากาศและสภาพอากาศขณะแข่งขันร้อนมาก เส้นทางการแข่งขันยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งที่ผ่านมาในปี 2548

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: งานนี้คงต้องยืนยันว่าสงกรานต์มาราธอนเป็นมาราธอนที่วิ่งยากไม่ง่ายเหมือนที่นักวิ่งหลายคนคิด ไม่ใช้เพราะเส้นทางแต่เป็นเพราะอากาศที่ร้อนจัด หรือเรียกได้ว่าเป็นสนามที่ร้อนที่สุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ ดังนั้นสนามนี้จึงเป็นสนามที่ท้าทายมนุษย์มาราธอนมากพอดู สนามนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นมาราธอนแรกของผู้เริ่มวิ่งมาราธอน และสำหรับผู้ที่ผ่านมาราธอนมาแล้วหลายๆสนามก็ตามที ก็ควรฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นคุณก็อาจไม่จบมาราธอนนี้อย่างง่ายๆเหมือนกัน และในครั้งนี้นักวิ่งจำนวนไม่น้อยที่แม้จะผ่านมาราธอนมานับสิบแล้วก็ตาม ก็ไม่สามารถทนสู้กับความร้อนผ่านเข้าสู่เส้นชัย

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
จากการประเมินที่ผ่านมาในปี 2548 ปีนี้ ผู้จัดถือว่ามีการปรับปรุงพัฒนามากขึ้น ในจุดบกพร่องที่สำคัญ เช่นการเพิ่มจุดให้น้ำและการเตรียมพร้อมในเรื่องความปลอดภัยให้กับนักวิ่ง แต่ถึงแม้จะมีการปรับปรุงในประเด็นสำคัญหลักๆแล้วก็ตาม แต่โดยรวมแล้วยังออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากลักษณะของเส้นทางการแข่งขันที่ต้องวิ่งเป็นรอบ และวิ่งในสวนสาธารณะ ซึ่งสวนลุมพินีเป็นสวนสาธารณที่ประชาชนทั่วไปมาออกกำลังกายกันมาก จึงทำให้นักวิ่งวิ่งได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร และนอกจากนั้น การประชาสัมพันธ์ที่กระชั้นชิดจนเกินไปเป็นไปได้ในการจัดมาราธอน ผู้จัดควรประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนเพื่อการเตรียมตัว และในการจัดครั้งต่อๆไปหากผู้จัดยังคงที่จะดำรงรักษาประเพณีการวิ่งสงกรานต์มาราธอนโดยที่จะไม่เปลี่ยนแปลงเส้นทางการวิ่ง อยากให้ผู้จัดส่งเสริมให้มีกองเชียร์หลายๆกลุ่มไม่ว่าจะมาจากกลุ่มนักวิ่งเอง หรือจากชุมชนภายนอก เพื่อความสนุกสนานครื้นเครงเป็นกำลังใจแก่นักวิ่งให้มากว่านี้ เพราะการวิ่งเป็นรอบๆ ในสภาพอากาศร้อนๆ ยิ่งจะทำให้นักวิ่งเบื่อเอาง่ายๆ และไม่จบเกมส์เอาง่ายๆเหมือนกัน

20.3.49

ไอเอ็นจี วัฒนธรรมไทยมาราธอน นานาชาติ

งานวิ่ง ไอเอ็นจีวัฒนธรรมไทยมาราธอน นานาชาติ
วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2549ณ วัดภุมรินทร์กุฎีทอง อ. อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
สรุปผลการประเมิน TRES: (66 คะแนน) การจัดงานพอใช้ได้แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร

เส้นทางการวิ่ง:
เส้นทางการแข่งขันระยะมาราธอนใช้เส้นทางวิ่งไปกลับ โดยวิ่งไปตามถนนในชุมชนผ่านสวนผลไม้นานาชนิด อาทิ ส้มโอ ลิ้นจี่ มะพร้าว ขนุน มะม่วง ชมพู่ กล้วย เป็นต้น เป็นเส้นทางที่ใช้สัญจรไปมาของคนในชุมชนที่มีวิถีชีวิตเน้นทางด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก ดังนั้นจึงมีคูคลองหลายสาย ทำให้เส้นทางก็จะมีสะพานหลายสะพานไม่ใช่แค่เพียงทางเรียบวิ่งกันง่ายๆ ตามเส้นทางการวิ่งสนามนี้จะเป็นสนามที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในด้านการได้เห็นการดำเนินชีวิตของคนชุมชนจริงๆ ได้เห็นชาวบ้านกำลังทำสวน ทำนา สอยมะพร้าว ปลอกมะพร้าว ใส่ปุ๋ย เป็นเส้นทางที่ยังคงแสดงให้เห็นวิถีชีวิตคนไทยในอดีตที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากช่วงนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงสงกรานต์ อากาศก็จะร้อนเป็นปกติของบ้านเรา และกอรปกับการปล่อยตัวสาย ก็เลยส่งผลให้นักวิ่งร้อน และต้องวิ่งตากแดดกันบ้าง

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามวิ่งที่จัดในช่วงนี้จนถึงช่วงเมษายน จะเป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างร้อนมาก หรือร้อนกว่าช่วงฤดูกาลอื่นๆ ดังนั้นนักวิ่งที่แพ้แดด กลัวร้อน ก็ไม่ควรที่จะลงระยะไกลๆ หรือบางท่านแพ้แดดอย่างแรงก็ควรเลี่ยงสนามในช่วงนี้ แต่หากจะลงก็คงต้องเตรียมความพร้อมมาเพื่อรับสภาพกับสนามนั้นๆให้ได้ ไม่ว่าจะซ้อม หรือมีอุปกรณ์ช่วยป้องกันแดด ไม่ว่าจะเป็นหมวก เสื้อหรือกางเกงขายาว เพราะหากจะให้สนามวิ่งทุกสนามจัดในช่วงที่อากาศดี เย็นสบายเหมือนกันทุกสนามก็คงไม่มีอะไรที่จะมาสร้างความตื่นเต้น ความท้าทายให้กับบรรดานักวิ่งที่มีหลากหลาย ดังนั้นสนามนี้ก็เป็นอีกสนามที่น่าวิ่ง แต่นักวิ่งต้องประเมินตนเองและสภาพสนามให้ดี จากปีที่แล้วจัดวิ่งช่วงเย็นวิ่งกันยันเที่ยงคืน ปีนี้จัดวิ่งสายหน่อยวิ่งกันจนเที่ยง สนามนี้จึงเป็นสนามที่สอนอะไรๆให้นักวิ่งได้รับรู้มากขึ้น “วิ่ง” เพียงอย่างเดียวไม่พอ นอกจากการเตรียมตัวการประเมินตนเองแล้ว การประเมินสภาพและคาดการ์ณในสนามก็เป็นสิ่งสำคัญ
ส่วนเรื่องอื่นๆ อาทิ ค่าสมัครที่สูงกว่าหลายๆสนาม อันนี้เป็นเรื่องที่นักวิ่งควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เนื่องจากบางคนก็เต็มใจที่จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งประสพการ์ณ บางคนคิดว่าเอาเงินที่จะจ่ายสนามนี้ไปจ่ายสนามอื่นดีกว่าได้วิ่งอีกหลายสนาม เป็นต้น ทั้งนี้ก็แล้วแต่บุคคล

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: เนื่องจากผู้จัดอาจต้องการเน้นประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ซึ่งจะเห็นได้จากการใช้ชื่อ สถานที่ และเส้นทางการวิ่งที่มีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสวยงามที่นักวิ่งทั้งไทยรู้สึกภูมิใจและดีใจ และนักวิ่งต่างชาติก็รู้สึกตื่นเต้นกับการแสดงเหล่านั้นเช่นกัน แต่ส่วนลึกๆในใจในฐานะนักวิ่งไทยคนหนึ่ง เรารู้สึกว่าสิ่งที่เอามาโชว์นั้นมันเป็นแค่เพียงการแสดงเท่านั้นจริงๆ ราวกับว่านักแสดงถูกจับเอามาวางแล้วเค้าให้แสดงอะไรก็แสดง ไม่ค่อยมีชีวิตชีวา นักวิ่งจะวิ่งก็วิ่งไป นักแสดงจะแสดงก็แสดงไป ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กันสักเท่าไหร่นัก การจัดงานวิ่งอย่างนี้ชุมชนควรมีส่วนร่วมมากกว่านี้แต่ดูไปแล้วชุมชนก็ยังมีส่วนร่วมไม่มากเท่าใดนัก

เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักวิ่ง เรื่องแรกเรื่องความปลอดภัยในชีวิต บนเส้นทางการแข่งขัน การควบคุมการจราจรถึงแม้จะวิ่งถนนซึ่งใช้กันในชุมชน ในหมู่บ้าน แต่การจราจรก็พลุกพล่านในบางจุด ซึ่งส่งผลให้นักวิ่งบางท่านได้รับอันตราย ซึ่งปีที่แล้วก็มีปัญหานี้เช่นกัน และในส่วนของทรัพย์สินที่สูญหาย ซึ่งหากจะแก้ไขตรงจุดนี้ เจ้าหน้าที่และคนในชุมชนควรมีส่วนร่วมให้ขึ้น

ส่วนเรื่องการจัดมาราธอนในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนมากจนถึงโค-ต-ร ร้อน ไม่ว่าจะปล่อยตัวเช้า สาย บ่าย เย็น การให้น้ำทุกๆ 2.5 กิโลค่อนข้างที่จะห่างเกินไปอาจจะย่นมาทุกๆ 2 กิโลน่าจะดีกว่า

การประมวลผลสำหรับนักวิ่งแนวหน้าซึ่งจะขึ้นรับรางวัลต่างๆ การใช้ชิพปัจจุบันยังมีจุดผิดพลาดและบกพร่องไปบ้างดังนั้นการใช้ป้ายบอกอันดับก็จะเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยการแจกรางวัลรวดเร็ว กระชับ ฉับไว มากยิ่งขึ้น ปัญหาสำหรับนักวิ่งแนวหน้าก็จะลดลงไป แม้นักวิ่งที่มีปัญหาจะมีไม่มากนักแต่ก็เป็นการดีสำหรับผู้จัดเองที่ทำให้นักวิ่งทุกระดับประทับใจ


อาหารสำหรับนักวิ่งมีเพียงข้าวต้ม และมาม่าเท่านั้น นักวิ่งเข้าไปวิ่งถึงสวนผลไม้ ส้มโอ ลิ้นจี่ มะปราง มะพร้าว แต่นักวิ่งไม่มีโอกาสได้ลิ้มลอง นอกจากจะต้องใช้เงินซื้อมารับประทานเอง อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะบรรยายออกมายังไงเหมือนกัน....

สุดท้ายเป็นสิ่งที่ทำให้นักวิ่งหลายคนน้อยเนื้อต่ำใจ ว่าทำไมผู้จัดเอาใจนักวิ่งต่างชาติซะเหลือเกิน อันนี้นักวิ่งหลายท่านก็เข้าใจว่าทำไม สาเหตุก็คือ นักวิ่งต่างชาติมาวิ่งแบบแพคเกจทัวร์ซึ่งจ่ายค่าสมัครรวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆแพงกว่าชาวบ้านเค้า แต่อยากแนะนำผู้จัดว่าการจะ treat นักวิ่งเหล่านี้ดีกว่าคงไม่เป็นไร แต่ในสนามแข่งขันบริเวณงานนักวิ่งทุกคนน่าจะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน ไม่ควรแบ่งแยก แต่หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้วท่านจะแยกนักวิ่งกลุ่มนี้ออกไปก็ไม่เป็นไรหรือหากจะมีบริการพิเศษอื่นๆก็ควรจะแยกออกไป เพื่อไม่ทำให้นักวิ่งเกิดความรู้สึกไม่เท่าเทียมกัน ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้นักวิ่งเข้าใจผู้จัดผิดไปด้วย

งานนี้ฟังจากประสบการ์ณที่นักวิ่งหลายๆท่านบอกเล่ากันบนเว็บบอร์ดแห่งนี้ดูเหมือนจะมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงกันค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่สิ่งเหล่านั้นโดยส่วนใหญ่เป็นทางด้านการจัดการซะมากกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่สนามนี้ต้องการเป็นอย่างมากที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆได้นั่นก็คือ ความร่วมมือจากชุมชน น้ำใสใจจริงจากชาวบ้าน ที่จะคิดว่างานนี้เป็นส่วนหนึ่ง เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญของชุมชน

13.3.49

โรงพยาบาลสิชลมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 5

ชื่องาน: โรงพยาบาลสิชลมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 5
วันที่: 12 มีนาคม 2549
สถานที่: โรงพยาบาลสิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช
สรุปผลการประเมิน: 82 คะแนน ดี น่าไปวิ่ง

เส้นทางการเดิน-วิ่ง:
สนามนี้มีการแข่งขัน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะฟันรัน 3.5 กม. มินิ 10.5 และ ฮาล์ฟ 21.1 กม. เส้นทางการแข่งขันเมื่อปล่อยตัวออกจากจุดสตาร์ทไปแล้วเลี้ยวซ้าย แล้ววิ่งวนอ้อมกลับเข้าสู่เส้นชัยอีกด้านนึง ทั้งสามระยะจะคล้ายกัน ในระยะมินิและฮาล์ฟเส้นทางการวิ่งเป็นถนนลาดยาง ทางเรียบผสมเนินเตี้ยๆ 2-3 เนิน และปิดท้ายก่อนเข้าเส้นชัยด้วยเนินสูงชัน บรรยากาศโดยรวมเป็นการวิ่งชมหมูบ้านในอ.สิชล ซึ่งโดยส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมง และเป็นแหล่งชุมชนที่มีฟาร์มเพาะพันธุ์ลูกกุ้งจำหน่าย สำหรับบรรยากาศริมหาดไม่ค่อยได้เห็นมากนักเนื่องจากเป็นแหล่งชุมชนมีบ้านเรือนตั้งเรียงรายทำให้เส้นทางระหว่างการวิ่งนักวิ่งไม่ได้สัมผัสบรรยากาศท้องทะเลมากนัก หาดในบริเวณอ.สิชล ส่วนใหญ่เป็นหาดหิน ซึ่งจะให้นักวิ่งลงไปวิ่งก็คงจะลำบาก ดังนั้นเส้นทางการวิ่งสำหรับงานนี้ก็ถือว่าเหมาะสม ไม่ยากและก็ไม่ง่ายเกินไป เป็นสนามที่สนับสนุนให้คนในชุมชนได้สนใจมาออกกำลังกายกันมากขึ้น

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
สนามนี้เป็นสนามที่มีความเหมาะสมกับนักวิ่งทุกระดับ ระยะทาง 3.5 กิโล ที่เหมาะกับเยาวชนและนักวิ่งที่เพิ่งออกมาวิ่งได้ไม่นาน หรือนักวิ่งที่ชอบวิ่งสั้น ถัดมาเป็นระยะมินิที่เหมาะกับนักวิ่งที่ผ่านสนามมาพอสมควร มีเนินให้ทดสอบและออกแรงกันอีกนิดหน่อย ส่วนระยะฮาล์ฟเป็นระยะเหมาะสำหรับนักวิ่งที่ชอบวิ่งไกลๆ ประเภทวิ่งไปเที่ยวไป ไปไกลๆทั้งทีก็ต้องวิ่งให้คุ้มก็ลงระยะฮาล์ฟ ดังนั้นสนามนี้เป็นสนามที่เหมาะกับนักวิ่งทุกระดับจริงๆ เป็นสนามที่มีความพร้อมในด้านการจัดงานเป็นอย่างมากหากใครได้มีโอกาสมาวิ่งสนามนี้รับรองไม่ผิดหวัง นอกจากนั้นการแจกรางวัลและการแบ่งรุ่นอายุการแข่งขันเรียกว่าผู้จัดก็แจกไม่อั้นเช่นกัน ดังนั้นนักวิ่งที่ลุ้นถ้วยและรางวัลสนามนี้ก็เปิดโอกาสให้ไม่น้อย ซ้อมมาดีก็มีโอกาสได้ถ้วยติดมือกลับบ้าน

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
ก่อนอื่นสำหรับสนามนี้ต้องขอติงก่อนเลยเพราะส่วนดีมีมาก จุดบกพร่องมีแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้นคือเรื่องจุดให้น้ำที่ตั้งพลาดไปและมีบางจุดเหลือแต่น้ำแข็งให้นักวิ่งรวมถึงเรื่องถังขยะในบริเวณจุดให้น้ำซึ่งยังขาดไป แต่ข้อผิดพลาดตรงนี้ก็ไม่ใช่ข้อผิดพลาดที่ใหญ่ โดยรวมในเรื่องนี้ก็ถือว่าใช้ได้แล้วแต่ปรับปรุงอีกนิด สนามนี้คงเรียกว่าเป็นอีกสนามที่สมบูรณ์แบบทีเดียว ทีนี้ก็มาร่ายยาวกับสิ่งดีๆที่ผู้จัดสนามนี้ได้จัดให้กับนักวิ่งกันดีกว่า เริ่มจากเรื่องแรกคือ การต้อนรับที่อบอุ่นให้บริการนักวิ่งด้วยรอยยิ้มและน้ำใจ การรับสมัครที่ต้องการข้อมูลชัดเจนเพื่อคีย์เข้าคอมพิวเตอร์แต่บางทีนักวิ่งเขียนอ่านไม่ออกนักวิ่งนับร้อย ผู้รับสมัครก็คงรำคาญน่าดู คนไทยหรือเปล่าเนี้ยเขียนภาษาไทยแต่คนไทยอ่านไม่ออก แต่ก็ยิ้มหวานแล้วถามอย่างสุภาพว่าอยู่ที่ไหนคะ? ชื่ออะไรคะ? เกิดวันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร ปีไหนคะ? แล้วก็ทวนให้เราฟังอีกครั้งว่าถูกหรือเปล่า... น่ารักซะไม่มี
เรื่องที่สองคือ เรื่องการแบ่งประเภทการแข่งขัน เป็นการจัดการแข่งขันที่เน้นกลุ่มเป้าหมายได้ตรงเป้าทีเดียว มีระยะฟันรัน มินิ และ ฮาล์ฟ ซึ่งระยะฟันรันเป็นระยะเริ่มต้นเพื่อเป็นการชักชวนให้คนในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมและเหมาะสำหรับเยาวชนและมีการแจกรางวัลให้ระยะนี้ ซึ่งถือว่าผู้จัดบรรลุวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
เรื่องที่สามแม้ว่าจะมีการเตรียมอาหารใส่ถุงให้นักวิ่งบางส่วนหลังจากเข้าเส้นชัยแล้ว ก็ยังมีบางส่วนที่จัดเตรียมให้โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็น โจ๊ก ข้าวต้มมัด แตงโม เตรียมพร้อมเป็นอย่างดี
เรื่องที่สี่เรื่องการลงทะเบียนที่ทันสมัย สามารถเก็บข้อมูลนักวิ่งและสามารถนำไปเป็นฐานข้อมูลสำหรับการแข่งขันและนักวิ่งได้จริง หลังจากที่พบว่างานวิ่งสงขลามาราธอน 2547 งานวิ่งทางภาคใต้ได้มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาประยุกต์ใช้แต่ครั้งนั้นยังพบว่าโปรแกรมยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร มาวันนี้ 12 มีนาคม 2549 งานนี้มีการนำโปรแกรมมาประยุกต์ใช้ พบว่าการทำงานและการประมวลผลค่อนข้างสมบูรณ์มากทีเดียว เชื่อว่าหากมีการพัฒนาเพิ่มขึ้น มีการนำเซ็นเซอร์เข้าประยุกต์ใช้เข้าด้วยกัน อนาคตอาจจะมีระบบชิพไทม์มิ่งโดยคนไทยเพื่อนักวิ่งไทยแน่นอน อันนี้ก็ขอให้กลุ่มผู้ออกแบบโปรแกรมนี้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป และอยากให้งานวิ่งอีกหลายๆงานที่สนใจลองติดต่อเพื่อนำมาใช้ดูนะคะจะเป็นประโยชน์มากทีเดียวในการเก็บข้อมูลนักวิ่ง
และเรื่องสุดท้าย เรื่องของเจ้าภาพและบริษัทรับจัดงาน บ่อยครั้งที่เราพบเห็นว่างานวิ่งบางงานผิดพลาดขึ้นมาก็ว่าเจ้าภาพไม่ทำตามคำแนะนำบริษัทผู้จัดบ้าง หรือเหตุผลนานานัปการ แต่งานนี้ก็ทำให้เห็นว่าแม้ว่าผู้จัดบางรายจะมีข้อด้อยในบางเรื่องแต่ก็จะมีข้อดีในเรื่องอื่นๆเช่นกัน ดังนั้นหากเจ้าภาพรู้ว่าตัวเองขาดจุดไหน ก็หาผู้จัดที่สามารถเติมเต็มให้กับเจ้าภาพได้งานก็จะออกมาดีได้เช่นกัน...
และท้ายนี้ขอให้ทีมงานรักษาคุณภาพงานวิ่งดีๆอย่างนี้และพัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไป และฝากผู้จัดอีกหลายๆรายที่สนใจในเรื่องระบบการรับสมัครที่มีประสิทธิภาพติดต่อทีมงานการจัดงานครั้งนี้ดูนะคะ สิ่งดีๆ มีคุณค่า ที่จะสามารถพัฒนาวงการวิ่งบ้านเรา โดยคนไทยเพื่อคนไทย....

27.2.49

น้ำใจไมตรีมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 3

ชื่องาน: น้ำใจไมตรีมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 3
วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2549
สถานที่: กองบิน 416 สนามบินเก่า จ.เชียงราย
สรุปผลการประเมิน: 79 คะแนน ดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง:
เส้นทางการแข่งขันสำหรับมินิและฮาล์ฟใช้เส้นทางเดียวกัน วิ่งไป-กลับเส้นทางเดิม มินิกลับตัวที่ 5 กิโล ส่วนฮาล์ฟกลับตัวที่ 10.5 กิโล เส้นทางเป็นเส้นทางครอสคันทรี ปล่อยตัวจากจุดสตาร์ทบริเวณ ลานบินสนามบินเก่า วิ่งบนลานประมาณ 500 เมตร เลี้ยวขวาขึ้นเนินไม่ชันมากผ่านวัดแล้วเข้าสู่ถนนคอนกรีตหมู่บ้าน ประมาณ 1 กิโล จากนั้นก็เป็นทางเรียบลาดยางจนกระทั่งถึงจุดกลับตัว แม้จะปล่อยตัวสาย ฮาล์ฟปล่อยเวลา 06.10 น. มินิปล่อยตัวเวลา 06.30 น. แต่อากาศเย็นมากๆ ไม่ร้อนอย่างที่คิด เส้นทางก็เป็นธรรมชาติดี ถึงแม้ช่วงสุดท้ายจะวิ่งบนถนนสายหลักแต่รถก็ไม่มากนัก นักวิ่งวิ่งกันสบายๆ

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
สนามนี้เป็นสนามแห่งเมืองท่องเที่ยว ดังนั้นจึงเหมาะกับนักวิ่งที่ชื่นชอบวิ่งไป เที่ยวไป เส้นทางการวิ่งก็ไม่ยาก มีให้เลือก 2 ระยะดังนั้นนักวิ่งมาไกลก็ไม่ต้องกลัวขาดทุน ลงฮาล์ฟก็ได้ ลงมินิก็เผื่อแรงไว้เที่ยวต่อ เป็นสนามที่น่าให้การสนับสนุน น่าวิ่งมาก

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
งานนี้ต้องขอยกนิ้วให้กับชมรมวิ่งน้ำใจไมตรีเชียงราย ที่มีความตั้งใจในการจัดงานครั้งนี้ ความตั้งใจที่ดีบวกกับความร่วมมือของสมาชิกทุกคนทำให้ผลงานที่ออกมาดีมากทีเดียว สร้างความประทับใจให้กับนักวิ่งไม่น้อยเลย เชื่อว่าการจัดในครั้งต่อไปนักวิ่งคงร่วมงานไม่น้อยกว่าครั้งนี้แน่นอน ในการจัดครั้งต่อๆไปขอให้ชมรมวิ่งน้ำใจไมตรีรักษาคุณภาพงานให้ดีเช่นคราวนี้
ข้อเสนอแนะในการจัดงานครั้งนี้ จะเห็นว่างานนี้มีเงินรางวัลให้กับนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนเพียงอย่างเดียว ส่วนมินิมาราธอนหรือฟันรันไม่มีเงินรางวัล อยากให้ผู้จัดได้คำนึงถึงนักวิ่งเยาวชนที่ร่วมวิ่งระยะสั้นมากขึ้นกว่านี้ ในระยะมินิเห็นนักวิ่งเยาวชนทั้งชายและหญิงมากันเยอะพอสมควร และก็วิ่งกันเก่งมาก หากนำเงินรางวัลบางส่วนมามอบเป็นเงินรางวัลให้กับรุ่นเยาวชนในทุกระยะจะดีมากโดยไม่จำเป็นต้องแจกทุกรุ่น เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจและแรงกระตุ้นให้เยาวชนได้สนใจมาออกกำลังกายและนำเงินรางวัลไปเป็นทุนการศึกษาต่อไป ในส่วนเรื่องอื่นๆเชื่อว่าผู้จัดจะพัฒนาให้ดีมากยิ่งๆขึ้นต่อไปด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจจากน้ำใจไมตรีชาวเจียงฮายเจ้า...

13.2.49

80 ปีมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรีมาราธอน

ชื่องาน: 80 ปีมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรีมาราธอน
วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2549
สถานที่: มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี จ.เพชรบุรี
สรุปผลการประเมิน: 77 คะแนน เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง:
สำหรับสนามมาราธอนไม่โหดมากนัก เป็นทางเรียบเกือบร้อยเปอร์เซนต์ มีสะพานไม่สูงมากนักเพียงสะพานเดียว เรียกว่าเหมาะกับนักวิ่งทุกระดับ เส้นทางดูเหมือนจะติดทะเล แต่วิ่งๆไปรู้สึกเหมือนไปวิ่งนครพนมมาราธอนยังไงไม่รู้ เพราะนอกจากจะส่วนเส้นทางวิ่งจะไม่ค่อยได้สัมผัสวิวทิวทัศน์ของความเป็นทะเลซักเท่าไหร่ แต่เส้นทางยาววิ่งตรงไปสุดตา ข้างทางก็เป็นท้องทุ่งนา มีต้นตาลเรียงรายให้รู้ว่านี่เป็นดินแดนแห่งเมืองเพชรแน่นอน เส้นทางการวิ่งเป็นการวิ่งไป-กลับ มีจุดให้น้ำพร้อมป้ายบอกระยะทุกๆ 2 กิโล ดังนั้นป้ายบอกระยะทั้งไปและกลับใช้ป้ายอันเดียวกัน ขาไปก็บอกระยะทาง ขากลับก็บอกระยะที่เหลือ เอาแบบง่ายๆ แต่นักวิ่งเข้าใจแถมเป็นการประหยัดไปในตัว

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
สำหรับสนามนี้คงไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ขอให้นักวิ่งฝึกซ้อมตัวเองมาบ้างสนามนี้ก็ไม่ยากเลย วิ่งกันสบายๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟัง เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ประสบพบเห็นระหว่างการแข่งขัน.... การวิ่งมาราธอนนักวิ่งด้วยกันย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เวลาวิ่งก็ย่อมเหนื่อยล้า เป็นเรื่องธรรมดา แต่การที่เรารู้สึกว่าผู้จัด ทำไอ้นั่นไม่ดี ทำไอ้นี่ไม่พร้อม แล้วก็มาระบายอารมณ์กับนักเรียนนักศึกษา หรืออาสาสมัครต่างๆ ด้วยคำพูดแรงๆระหว่างการแข่งขันดิฉันคิดว่านั่นไม่เป็นการสมควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะเค้าเหล่านั้นยอมเสียสละเวลาตื่นแต่ดึกแต่ดื่นทั้งที่ไม่ใช่กิจวัตรของเค้า ต้องมาให้น้ำ มาคอยดูแลเราระหว่างการแข่งขัน และเค้าก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนัก แต่กับต้องมาโดนว่า หรือประมาณว่าด่าฝากอะไรทำนองนั้น... เค้าอุตส่าห์มาให้บริการเรา ดูแลเรา ตอบแทนเค้าด้วยคำพูดดีๆจะดีกว่าเยอะเลย แทนที่เค้าจะชังน้ำหน้านักวิ่ง เค้าอาจจะอยากออกมาวิ่งกับเราบ้างด้วยซ้ำไปเพราะวิ่งแล้วอารมณ์ หนุ่มขึ้น สาวขึ้น แข็งแรงกันทุกคน พอเข้าเส้นชัยมาคุณอยากจะระบายอะไรก็เชิญละทีนี้ แต่ขึ้คร้านจะบ่นจะว่าเพราะหมดแรงซะแล้ว....

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
งานนี้เป็นการจัดวิ่งมาราธอนครั้งแรก ที่ใช้ชื่อว่า 80 ปีมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรีมาราธอน ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ทำได้ดีพอสมควรถึงแม้จะมีข้อบกพร่องไปบ้างก็ตาม การจัดมาราธอนไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เพราะนักวิ่งใช้เวลาการบนเส้นทางวิ่งกันอย่างน้อยๆก็ 3 ชั่วโมง สำหรับนักวิ่งทั่วไป 4-6 ชั่วโมง ซึ่งระยะทางการวิ่งก็ยาวพอสมควรเจ้าหน้าที่ตามเส้นทางการแข่งขันก็ต้องใช้มากกว่าการจัดวิ่งระยะอื่นๆ จุดบริการนวดระหว่างเส้นทางก็ควรมีสำหรับระยะมาราธอน สิ่งสำคัญที่อยากแนะนำสำหรับทีมงานเพชรบุรีมาราธอนในครั้งนี้
ข้อที่ 1 คือเส้นทางการแข่งขัน เส้นทางการแข่งขันยังไม่มีจุดเด่นมากนักแม้จะเลือกวิ่งไปตามเส้นทางหาดเจ้าสำราญและหาดปึกเตียน แต่ว่าถนนค่อนข้างจะห่างกับหาดพอสมควรทำให้นักวิ่งไม่ได้เห็นทัศนียภาพของชายหาดเลย หากเปลี่ยนเส้นทางย้อนกลับไปขึ้นเขาวัง อาจจะทำให้เส้นทางเป็นเอกลักษณ์ได้มากขึ้น ท้าทายความสามารถของนักวิ่งมาราธอนมากขึ้นกว่านี้
ข้อที่ 2 ความพร้อมในการจัดวิ่งทั้ง 3 ระยะ มินิ ฮาล์ฟ และ มาราธอน ซึ่งเป็นการจัดครั้งแรกดูเหมือนจะยังไม่พร้อมเท่าที่ควรดังนั้นการจัดเพียง 2 ระยะ ระยะสั้นและยาวอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างฮาล์ฟหรือมาราธอนจะช่วยให้ผู้จัดทำงานไม่โหลดมากนัก มีคุณภาพมากขึ้น เมื่อมีความพร้อมแล้วจึงค่อยจัดทั้ง 3 ระยะก็จะช่วยให้งานมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
ข้อที่ 3 วันเวลาการจัดงาน เนื่องจากการจัดมาราธอนเป็นการแข่งขันวิ่งระยะยาวที่นักวิ่งต้องมีการฝึกซ้อมกันเป็นอย่างดี และในปัจจุบันนักวิ่งระยะยาวในบ้านเรายังมีไม่มากนัก คนที่จะวิ่งยาวกันเป็นประจำก็จะมีหน้าเดิมๆ หน้าใหม่ๆก็นานๆทีจะออกมาวิ่ง ออกมาก็จะออกมาวิ่งสนามที่จัดเป็นประจำหรืองานใหญ่ๆ ดังนั้นสนามมาราธอนใหม่ๆก็จะต้องเน้นไปที่นักวิ่งหน้าเก่าซะมากกว่า ดังนั้นการจัดงานชนกับงานวิ่งระยะยาวสนามอื่นๆควรเลี่ยงที่สุด เพื่อให้มีนักวิ่งมาร่วมงานกันมากขึ้น

และสิ่งที่ต้องยกนิ้วให้ก็คือ จุดให้น้ำทุกๆ 2 กิโลที่มีผลไม้สดๆให้นักวิ่งได้อิ่มอร่อยกันตลอดทาง พร้อมทั้งอาหารเลี้ยงต้อนรับเย็นวันเสาร์ที่มีให้เลือกอิ่มอร่อยกันมากมาย และที่สำคัญคือน้ำใจของผู้จัดและน้องนักศึกษาที่มาคอยให้บริการ ให้กำลังใจนักวิ่งจนคนสุดท้ายเข้าสู่เส้นชัย รอจนนักวิ่งคนสุดท้ายเข้าเส้นชัย หากเราเป็นนักวิ่งคนสุดท้ายที่เข้าเส้นชัยในวันนั้น บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวังจริงๆ

สุดท้ายอยากบอกว่าอยากให้สนามนี้อยู่คู่ไปกับนักวิ่งต่อไปนะคะ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไปเสียก่อน อย่าเพิ่งท้อ ทุกสิ่งมันพลาดกันได้ ครั้งแรกมันย่อมผิดพลาดเราให้อภัยกัน ครั้งต่อไปย่อมดีกว่าเก่าแน่นอนจ้า

12.2.49

สุวรรณภูมิมินิมาราธอน รวมพลคนรักการบิน

ชื่องาน: สุวรรณภูมิมินิมาราธอน รวมพลคนรักการบิน
วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549
สถานที่: สนามบินสุวรรณภูมิ ลาดกระบัง กรุงเทพฯ
สรุปผลการประเมิน: 71 คะแนน พอใช้ได้

เส้นทางการเดิน-วิ่ง:
เส้นทางการวิ่งสนามนี้อยากบอกว่าบรรยากาศดีที่สุดเท่าที่ผ่านมาของงานวิ่งหลายๆงานในกรุงเทพเนื่องจากวิ่งบริเวณส่วนที่เคยถูกเรียกว่าเป็นชานเมืองกรุงเทพ อากาศปลอดโปร่งมาก แถมเส้นทางการวิ่งเป็นเส้นทางที่เพิ่งทำการก่อสร้างเสร็จ เป็นถนนคอนกรีตสำหรับเข้าสู่อาคารผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินแห่งใหม่ของประเทศไทยซึ่งจะเปิดใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ เส้นทางวิ่งไปผ่านอาคารต่างๆที่จะเป็นสำนักงานของสายการบิน อาคารผู้โดยสาร หอบังคับการแล้วอ้อมมาเข้าเส้นชัย ณ จุดสตาร์ทอีกครั้ง

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
สนามนี้เป็นสนามที่สวยงาม คิดว่ามีโอกาสไม่มากนักที่จะให้วิ่งกันบ่อยๆ เพื่อเป็นเกียรติประวัติครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้วิ่งสนามดีๆเช่นก่อนเปิดใช้ ก็นับว่าดีไม่น้อยทีเดียว แต่เนื่องจากสนามนี้เก็บค่าสมัครแพงกว่าปกติซึ่งระยะมินิจะอยู่ที่ราคา 200 บาท แต่งานนี้เก็บ 250 บาท งานวิ่งที่มีรูปแบบเช่นนี้นักวิ่งก็คงต้องพิจารณาเอาละกันระหว่างเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อแลกกับการมีประสบการ์ณการวิ่งในสถานที่ซึ่งจะไม่เปิดให้วิ่งกันได้ง่ายๆ แต่งานนี้ก็มีนักวิ่งบางท่านไม่พร้อมที่จะจ่าย 250 บาทแต่ก็ไม่ยอมที่จะเสียโอกาสไหนๆก็มาถึงสนามแล้วก็ลงวิ่งแบบไม่ติดเบอร์ก็มี ขอวิ่งเก็บบรรยากาศก็แล้วกัน

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
งานนี้คงยากที่จะแนะนำผู้จัดเพราะดูเหมือนงานนี้เป็นการจัดเพื่อหารายได้จริงๆ จัดเพียงครั้งเดียวคงไม่จัดอีกแล้วหรือเปล่า? อันนี้ไม่แน่ใจ ค่าสมัคร 250 ถึงแม้จะสูงกว่าปกตินิดหน่อยคงไม่เป็นไรสำหรับนักวิ่งทั่วไป แต่ราคาสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่สนใจน่าจะมีบ้างเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม มาออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งในบริเวณสถานที่การแข่งขันแห่งนั้นสถาบันการศึกษา โรงเรียนมีมากแต่ไม่ค่อยเห็นเข้ามามีส่วนร่วมบ้างเลย งานนี้อยากบอกเพียงว่างานวิ่งงานหนึ่งลงทุนไปตั้งมากมาย อยากให้ผู้จัดหวังกำไรทางสังคมมากขึ้น นอกเหนือจากกำไรทางเศรษฐกิจ

6.2.49

ดอนบอสโกมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่4

ชื่องาน: ดอนบอสโกมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่4
วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2549
สถานที่: สนามการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก กรุงเทพฯ
สรุปผลการประเมิน: 75 คะแนน ใช้ได้ เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง:
เส้นทางการวิ่งดอนบอสโก วิ่งวนสนามกีฬารัชมังคลากีฬาสถาน แล้วก็เลี้ยวออกด้านหลังสนามกีฬาวิ่งสู่ถนนพระรามเก้า จากพระรามเก้าตรงไปเรื่อยๆก็เข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ เลี้ยวซ้ายเพื่อไปออกถนนกรุงเทพกรีฑา เข้าถนนำกรุงเทพกรีฑาแล้ววิ่งกลับผ่านสนามกีฬาฯ สำหรับมินิมาราธอนก็เข้าสู่เส้นชัยได้เลยส่วนฮาล์ฟก็วิ่งอีกรอบแล้วกลับเข้าสู่เส้นชัย เส้นทางก็เป็นทางเรียบที่ปกติใช้เป็นเส้นทางการสัญจรไปมา ก็มีรถวิ่งไปมาบ้าง แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลตลอดเส้นทาง

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
เนื่องเส้นทางการแข่งขันเป็นการวิ่งในกรุงเทพ ดังนั้นอยากให้นักวิ่งพิจารณเส้นทางการวิ่งทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการวิ่งบนถนนที่มีการจราจรพลุกพล่านถึงแม้ผู้จัดมีความพยายามเพียงใดก็ตามในการปิดถนน แต่จะให้ปิดร้อยเปอร์เซนต์เป็นไปได้ยากพอควร ถึงแม้จะมีการปิดกั้นรถแต่สภาพอากาศก็ไม่เหมาะที่จะออกมาวิ่งเพื่อสุขภาพเท่าใดนัก ไม่ใช่เฉพาะสนามนี้แต่ที่กล่าวนี้รวมถึงทุกๆสนามที่จัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร

นอกจากนั้นอีกเรื่องที่อยากฝากไว้ การเป็นนักวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดีควรมองและพิจารณาว่าวิ่งอย่างไรเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพตนเอง ไม่ใช่ตะบี้ตะบันวิ่งอย่างเดียว ในบางครั้งเราก็ต้องยอมรับว่าความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากผู้จัดเอง หรือเหตุการ์ณที่ไม่คาดคิด ในช่วงไหนที่มืดระวังได้ก็ควรระวัง อุบัติเหตุหากเกิดขึ้นแล้วก็ไม่มีใครรับผิดชอบให้ท่านได้ “จะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ หากเกิดอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บจากการแข่งขัน” ทุกครั้งที่ท่านเขียนใบสมัครก็จะเห็นประโยคนี้ ดังนั้นอย่าวิ่งอย่างเดียว

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
การพัฒนาจากมินิมาราธอน 3 ครั้ง มาเป็นมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่4 ถือว่าเป็นการพัฒนาและความตั้งใจของผู้จัด เราก็ต้องยอมรับความจริงใจที่จะพัฒนางานวิ่งดอนบอสโกของผู้จัดจริงๆที่แสดงให้นักวิ่งได้เห็นกัน แต่เนื่องจากการจัดวิ่งในกรุงเทพเพื่อให้ได้บรรยากาศดีๆ ความปลอดภัยสูงๆแก่นักวิ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้จัดจึงต้องพบกับปัญหาอุปสรรคหลายๆประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนเส้นทางตามที่ได้ลงไว้ในโบรชัวร์เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่ง ปัญหาการปิดถนน เหล่านี้เป็นต้น ดังนั้นมินิ-ฮาล์ฟ ครั้งที่ 4 นี้ก็จะเป็นบทเรียนให้กับผู้จัดได้ไม่น้อยทีเดียว สิ่งหนึ่งที่อยากฝากผู้จัดในครั้งต่อไป การจัดวิ่งในกรุงเทพฯค่อนข้างเป็นอะไรที่ยุ่งยากมาก หากผู้จัดยังจะดำเนินการจัดเป็นมินิ-ฮาล์ฟมาราธอนต่อไป การเลือกสถานที่การแข่งขันนอกเขตกรุงเทพฯจะเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะดูจากทีมงานแล้วทำงานกันได้ดี แต่หากไม่ต้องการเปลี่ยนสถานที่ผู้จัดคงต้องลดระยะการแข่งขันลงเพื่อให้นักวิ่งมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นให้สมกับเป็นการวิ่งเพื่อสุขภาพ สุดท้ายขอขอบคุณทีมงานดอนบอสโกมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน สำหรับความตั้งใจจริงที่จะพัฒนางานวิ่งนี้ ด้วยความตั้งใจนี้เชื่อว่างานนี้จะได้รับการสนับสนุนจากนักวิ่งในโอกาสต่อไปแน่นอน

30.1.49

สัตหีบวิทยาคมมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 2

ชื่องาน: สัตหีบวิทยาคมมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 2
วันที่: 29 มกราคม 2549
สถานที่: โรงเรียนสัตหีบวิทยาคม จ.ชลบุรี
สรุปผลการประเมิน: 80 คะแนน ดีแนะนำว่าน่าไปวิ่ง

เส้นทางการเดิน-วิ่ง:
สำหรับระยะฮาล์ฟ 21 K เส้นทางเป็นถนนลาดยาง มีจุดเริ่มต้นและเส้นชัยอยู่ในบริเวณโรงเรียนสัตหีบวิทยาคม จากโรงเรียนเลี้ยวซ้ายออกสู่ถนนสายหลักสุขุมวิทซึ่งถูกปิดเพื่อนักวิ่งโดยเฉพาะ จากนั้นเลี้ยวซ้ายอีกครั้งวิ่งไปเรื่อยๆ ระหว่างเส้นทางก็มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้ความสะดวกตลอดเส้นทาง เลี้ยวขวาผ่านวิหารเซียน จากทางเรียบก็ขึ้นเนินสูงงง....เกือบโลเห็นจะได้ แล้วไปกลับตัวหน้าเขาชีจรรย์ ซึ่งมีพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผา บรรยากาศเงียบสงบ ทิวทัศน์สองข้างทางก็ธรรมชาติดี อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการวิ่งเพื่อสุขภาพเป็นอย่างมาก

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
สนามนี้เป็นสนามวิ่งที่มีเส้นทางสวยงาม ประกอบกับความท้าทายเล็กๆสำหรับระยะฮาล์ฟที่ต้องขึ้นเนิน แต่ด้วยบรรยากาศที่สวยงามก็เป็นกำลังใจให้นักวิ่งไม่เหนื่อยเลย เส้นทางวิ่งสนามนี้เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี ดังนั้นนักวิ่งที่ชอบวิ่งไป เที่ยวไป กินไป สนามนี้เป็นสนามที่ดี น่าไปวิ่งมาก การเดินทางก็สะดวก แถมผู้จัดก็มีบริการห้องพักให้นักวิ่งฟรีแม้จะไม่เลิศหรูอลังการมากนัก ห้องน้ำก็พร้อมรับนักวิ่งจำนวนมาก หากใครต้องการที่พักแบบสบายๆ ที่พัก โรงแรมใกล้ๆก็มีให้เลือกมากมาย นอกจากนั้นผู้จัดยังเล็งเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายและได้รับการสนับสนุนจากชุมชนเป็นอย่างดี เรียกว่ามางานนี้ไม่ผิดหวัง

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
เป็นการจัดงานที่เตรียมพร้อมได้เป็นอย่างดีในหลายๆด้าน สิ่งหนึ่งที่อยากฝากผู้จัดเอาไว้เนื่องจากเส้นทางที่ใช้ในการแข่งขันเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยว ก็อยากให้ผู้จัดได้ตระหนักถึงขยะ แก้วน้ำจากนักวิ่ง ควรมีถังขยะรองรับหลังจากจุดให้น้ำเพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับนักวิ่งเพื่อสุขภาพต่อไปในอนาคต ส่วนอื่นๆ ก็ขอให้ผู้จัดได้รักษาคุณภาพดีๆของงานเอาไว้ ส่วนคำแนะนำจากนักวิ่งหลายๆท่านในการจัดระยะมาราธอน ควรพิจารณาถึงความพร้อมและศักยภาพของทีมงานว่าสามารถรองรับงานที่จะเพิ่มมากขึ้นได้หรือไม่เพราะการจัดมาราธอนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่ใช่เพียงเส้นทางที่สวยงามเท่านั้น ถึงแม้จะเพียงแค่ฮาล์ฟแต่เป็นฮาล์ฟแห่งคุณภาพนักวิ่งก็ประทับไม่รู้ลืม

15.1.49

สสส.จอมบึงมาราธอน

ชื่องาน: สสส.จอมบึงมาราธอน
วันที่: 15 มกราคม 2549
สถานที่: มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี
สรุปผลการประเมิน: 83 คะแนน ดีแนะนำว่าน่าไปวิ่ง

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: จุดเริ่มต้นและเส้นชัยอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เส้นทางโดยส่วนใหญ่ เป็นทางลาดยางเรียบ ถนนค่อนข้างโล่ง การสัญจรไปมาของรถมีน้อย จะมีก็รถอีแต๋นที่ออกไปทำไรของชาวบ้านบ้าง ระหว่างเส้นทางการวิ่งมีกองเชียร์ของนักเรียนและชาวบ้านอยู่เป็นระยะ เรียกว่าคลายเหงาให้กับนักวิ่งมาราธอนไปได้เยอะทีเดียว ผ่านสวน ทุ่งนา ไร่อ้อยที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของธรรมชาติ และมีเนินเขาสัก 2 ลูกให้นักวิ่งมาราธอนได้ออกแรงกันนิดๆหน่อยๆ เส้นทางการแข่งขันจอมบึงมาราธอนเป็นเส้นทางเดิมเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาแม้จะไม่มีการเปลี่ยนเส้นทางก็ตาม แต่ด้วยบรรยากาศของกองเชียร์ที่หลากสีสัน ความมีน้ำใจของคนในชุมชนจึงทำให้จอมบึงมาราธอนเป็นมาราธอนที่ประทับใจนักวิ่งได้เป็นอย่างดี

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
จอมบึงมาราธอนถือว่าเป็นมาราธอนที่มากด้วยน้ำใจไมตรีที่มีต่อผู้มาเยือนทุกคน เป็นสนามที่เหมาะกับนักวิ่งทุกระดับตั้งแต่นักวิ่งน้องใหม่ที่ไม่เคยลงสนามมาก่อน สนามนี้สามารถทำให้นักวิ่งน้องใหม่ประทับใจได้ไม่รู้ลืม กับระยะทางที่มีให้เลือกถึง 3 ระยะ ไม่ว่าจะเป็นมินิ 10 กิโล ฮาล์ฟ 21 กิโล และมาราธอน 42.195 กิโล เลือกได้ตามความต้องการ สำหรับนักวิ่งแนวหน้า ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ ถือว่าเป็นถ้วยรางวัลแห่งเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจที่นักวิ่งหลายๆคนหมายปอง งานนี้ก็ไม่ได้มีเฉพาะนักวิ่งโอเวอร์ออล นักวิ่งเก่งในแต่ละรุ่นอายุก็มีโอกาสที่จะได้มาครองเช่นกัน ดังนั้นสนามนี้จึงเป็นสนามมาราธอนที่เหมาะกับนักวิ่งเพื่อสุขภาพทุกระดับ และควรให้การสนับสนุนเป็นอย่างมาก

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
แม้จะไม่ใช่มาราธอนนานาชาติแต่ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นมาราธอนของประเทศได้ทีเดียว ถ้าพูดถึงจอมบึงมาราธอนแทบจะบอกได้ว่าไม่มีนักวิ่งคนใดไม่รู้จักสนามนี้ ถึงแม้จัดติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปีสิ่งที่ดีหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับ การจัดการแข่งขัน สิ่งดีๆมีคุณภาพยังคงมีอยู่เสมอ เป็นงานวิ่งที่เหมาะจะเป็นตัวอย่างให้กับผู้จัดงานวิ่งอื่นๆได้เป็นอย่างดี จุดเด่นของจอมบึงมาราธอนคือ แรงใจแรงเชียร์ที่มีให้กับนักวิ่ง นักวิ่งไม่เหงา เป็นงานวิ่งที่รักษาคุณภาพความดีเอาไว้อย่างเหนียวแน่น แล้วค่อยๆพัฒนาจุดเล็กๆน้อยๆไปทีละนิด อาทิ การนำชิพเข้ามาใช้ ซึ่งทำให้เราเห็นได้ว่างานนี้มีการพัฒนาขึ้นแต่เอาแบบว่าไปกันช้าๆแต่ว่ามั่นคง แน่นอน ประทับใจนักวิ่งทุกระดับ การจัดมาราธอนไม่ใช่เรื่องง่ายๆก็ขอให้กับทีมงานผู้จัดมีกำลังใจ พัฒนาและจัดงานวิ่งดีๆมีคุณภาพอย่างนี้ต่อไปตราบนานเท่านาน

สสส.จอมบึงมาราธอน

ชื่องาน: สสส.จอมบึงมาราธอน
วันที่: 15 มกราคม 2549
สถานที่: มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี
สรุปผลการประเมิน: 83 คะแนน ดีแนะนำว่าน่าไปวิ่ง

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: จุดเริ่มต้นและเส้นชัยอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เส้นทางโดยส่วนใหญ่ เป็นทางลาดยางเรียบ ถนนค่อนข้างโล่ง การสัญจรไปมาของรถมีน้อย จะมีก็รถอีแต๋นที่ออกไปทำไรของชาวบ้านบ้าง ระหว่างเส้นทางการวิ่งมีกองเชียร์ของนักเรียนและชาวบ้านอยู่เป็นระยะ เรียกว่าคลายเหงาให้กับนักวิ่งมาราธอนไปได้เยอะทีเดียว ผ่านสวน ทุ่งนา ไร่อ้อยที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของธรรมชาติ และมีเนินเขาสัก 2 ลูกให้นักวิ่งมาราธอนได้ออกแรงกันนิดๆหน่อยๆ เส้นทางการแข่งขันจอมบึงมาราธอนเป็นเส้นทางเดิมเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาแม้จะไม่มีการเปลี่ยนเส้นทางก็ตาม แต่ด้วยบรรยากาศของกองเชียร์ที่หลากสีสัน ความมีน้ำใจของคนในชุมชนจึงทำให้จอมบึงมาราธอนเป็นมาราธอนที่ประทับใจนักวิ่งได้เป็นอย่างดี

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
จอมบึงมาราธอนถือว่าเป็นมาราธอนที่มากด้วยน้ำใจไมตรีที่มีต่อผู้มาเยือนทุกคน เป็นสนามที่เหมาะกับนักวิ่งทุกระดับตั้งแต่นักวิ่งน้องใหม่ที่ไม่เคยลงสนามมาก่อน สนามนี้สามารถทำให้นักวิ่งน้องใหม่ประทับใจได้ไม่รู้ลืม กับระยะทางที่มีให้เลือกถึง 3 ระยะ ไม่ว่าจะเป็นมินิ 10 กิโล ฮาล์ฟ 21 กิโล และมาราธอน 42.195 กิโล เลือกได้ตามความต้องการ สำหรับนักวิ่งแนวหน้า ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ ถือว่าเป็นถ้วยรางวัลแห่งเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจที่นักวิ่งหลายๆคนหมายปอง งานนี้ก็ไม่ได้มีเฉพาะนักวิ่งโอเวอร์ออล นักวิ่งเก่งในแต่ละรุ่นอายุก็มีโอกาสที่จะได้มาครองเช่นกัน ดังนั้นสนามนี้จึงเป็นสนามมาราธอนที่เหมาะกับนักวิ่งเพื่อสุขภาพทุกระดับ และควรให้การสนับสนุนเป็นอย่างมาก

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
แม้จะไม่ใช่มาราธอนนานาชาติแต่ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นมาราธอนของประเทศได้ทีเดียว ถ้าพูดถึงจอมบึงมาราธอนแทบจะบอกได้ว่าไม่มีนักวิ่งคนใดไม่รู้จักสนามนี้ ถึงแม้จัดติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปีสิ่งที่ดีหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับ การจัดการแข่งขัน สิ่งดีๆมีคุณภาพยังคงมีอยู่เสมอ เป็นงานวิ่งที่เหมาะจะเป็นตัวอย่างให้กับผู้จัดงานวิ่งอื่นๆได้เป็นอย่างดี จุดเด่นของจอมบึงมาราธอนคือ แรงใจแรงเชียร์ที่มีให้กับนักวิ่ง นักวิ่งไม่เหงา เป็นงานวิ่งที่รักษาคุณภาพความดีเอาไว้อย่างเหนียวแน่น แล้วค่อยๆพัฒนาจุดเล็กๆน้อยๆไปทีละนิด อาทิ การนำชิพเข้ามาใช้ ซึ่งทำให้เราเห็นได้ว่างานนี้มีการพัฒนาขึ้นแต่เอาแบบว่าไปกันช้าๆแต่ว่ามั่นคง แน่นอน ประทับใจนักวิ่งทุกระดับ การจัดมาราธอนไม่ใช่เรื่องง่ายๆก็ขอให้กับทีมงานผู้จัดมีกำลังใจ พัฒนาและจัดงานวิ่งดีๆมีคุณภาพอย่างนี้ต่อไปตราบนานเท่านาน

30.12.48

สถิติการวิ่งทั่วไป 2548

สถิติการวิ่ง ปี พ.ศ. 2548 โดย นฤมล ทับทิม
Running Statistic 2005 by Narumol Thapthim

วันที่ - รายการ - สถานที่ - ระยะทาง(กม.) - ระยะสะสม - อันดับที่ -ถ้วยรางวัล
09 มกราคม เดิน-วิ่ง 100ปี อยุธยาวิทยาลัย จ.อยุธยา 15 15 5-1
16 มกราคม สสส.จอมบึงมาราธอน จ.ราชบุรี 42 57 1-2
23 มกราคม ขอนแก่นนานาชาติมาราธอน จ.ขอนแก่น 42 99 Prize
13 กุมภาพันธ์ ม.ราชภัฎนครศรีธรรมมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน นครศรีธรรมราช 10 109 2-3
20 กุมภาพันธ์ ฐานบินกำแพงแสนนานาชาติมาราธอน จ.นครปฐม 42 151 3-4
23 กุมภาพันธ์ วิ่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ กรุงเทพ 10 161 -
27 กุมภาพันธ์ ปาดังเบซาร์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน จ.สงขลา 21 182 5-5
06 มีนาคม ล่องเรือแลนกทะเลน้อยมินิ-ฮาล์ฟ จ.พัทลุง 10 192 -
19 มีนาคม ไอเอ็นจี วัฒนธรรมไทยมาราธอน จ.สมุทรสงคราม 42 234 -
03 เมษายน 2 ทศวรรษ โรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา 10 244 1-6
10 เมษายน สงกรานต์มาราธอน กรุงเทพ 42 286 ถ้วย VIP
24 เมษายน พันท้ายนรสิงห์มินิ-ฮาล์ฟ # 6 จ.สมุทรสาคร 10 296 -
01 พฤษภาคม วัดท่อใหญ่บ้านบึงครึ่งมาราธอน จ.ชลบุรี 10 306 5-7
08 พฤษภาคม เดิน-วิ่ง-ปั่น พิทักษ์หัวหิน จ.ประจวบฯ 21 327 -
14 พฤษภาคม กีฬามวลชนสานสัมพันธ์สุวรรณภูมิ กรุงเทพ 10 337 5-8
15 พฤษภาคม นพรัตน์ราชธานีมินิมาราธอน # 12 กรุงเทพ 10 347 3-9
22 พฤษภาคม วิ่งวิสาขะบูชา จ.สมุทรปราการ 5 352 1-10
29 พฤษภาคม ทหารอากาศมินิมาราธอน กรุงเทพ 12 364 -
12 มิถุนายน ทหารไทยมินิมาราธอน กรุงเทพ 10 374 -
19 มิถุนายน ลานสกามาราธอน จ.นครศรีธรรมราช 42 416 1-11
26 มิถุนายน ชอนตะวันมาราธอน จ.นครสวรรค์ 42 458 6-12
02 กรกฎาคม วัฒนามินิมาราธอน กรุงเทพ 10 468 1-13
03 กรกฎาคม สามมุขซุปเปอร์ฮาล์ฟมาราธอน จ.ชลบุรี 30 498 6-14
24 กรกฎาคม สุราษฎร์ฯมินิ – ฮาล์ฟมาราธอน กรุงเทพ 10 508 -
07 สิงหาคม สุรินทร์มาราธอน จ.สุรินทร์ 42 550 1-15
14 สิงหาคม บางแสนมาราธอน จ.ชลบุรี 42 592 2-16
21 สิงหาคม กต.ตร.สน. บึงกุ่ม มินิมาราธอน กรุงเทพ 10 602 3-17
04 กันยายน กฟผ.มินิมาราธอน นนทบุรี 10 612 -
18 กันยายน งานวิ่งทศวรรษโรคกระดูกและข้อครั้งที่ 4 นนทบุรี 10 622 -
25 กันยายน สะพานพระบรมราชนนี-สะพานพระราม 8 กรุงเทพ 34 656 7-18
16 ตุลาคม ดอยตุงมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่13 จ.เชียงราย 13 669 5-19
23 ตุลาคม Phuket Int’l Mountain Beach Marathon 42 701 3-20
29 ตุลาคม Standard Charter Run กรุงเทพ 11 712 -
30 ตุลาคม 39 ปี ธกส.มินิมาราธอน นนทบุรี 10 722 3-21
05 พฤศจิกายน ลำพระเพลิงมินิมาราธอน นครราชสีมา 10 732 4-22
26 พฤศจิกายน ศึกษาศาสตร์ เดิน-วิ่งมินิมาราธอน ครั้งที่ 15 กรุงเทพ 5 737 1-23
11 ธันวาคม วิ่งฝ่าสายหมอก ครั้งที่ 5 แพร่ 21 758 -
28 ธันวาคม SEAFDEC ชวนวิ่ง สมุทรปราการ 6 764 1- Prize

มาราธอน 10 สนาม
ฮาล์ฟ – ซุปเปอร์ฮาล์ฟ 5 สนาม
มินิ – ซุปเปอร์มินิ 20 สนาม
ต่ำกว่า มินิ 3 สนาม
ปี 2548 ร่วมลงสนามที่มีการแข่งขันทั้งสิ้น 38 สนาม
รวมระยะทางทั้งหมดก็ 764 กิโลเมตร

27.11.48

สสส. กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่18

ชื่องาน: สสส. กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่18
วันที่: 27 พฤศจิกายน 2548
สถานที่: ณ บริเวณสนามไชย หน้าพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร
สรุปผลการประเมิน: 75 คะแนน พอใช้ได้

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: สำหรับระยะมาราธอน 42.195 กิโลเมตร เป็น loop course โดยเริ่มต้นจากถนนสนามไชยด้านหน้าพระบรมมหาราชวังวิ่งข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สะพานพระปิ่นเกล้า ต่อเนื่องไปสู่ถนนยกระดับชื่อ ถนนบรมราชชนนีไปในระยะทาง 15 กิโลเมตร แล้ววนกลับถนนด้านตรงกันข้ามเป็นรูปตัว U ตลอดมาจนถึงกิโลเมตรที่ 28 นักวิ่งจะได้ชมภาพทิวทัศน์ชานกรุงเทพ ในลักษณะ bird's eye view ตอนรุ่งอรุณก่อนที่จะวิ่งข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้งหนึ่งบนสะพาน-พระราม 8 ในช่วงของบนถนนระยะประมาณเกือบ 15 กิโลเมตรสุดท้ายจะเป็นเส้นทางที่ร่มรื่นผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น อาคารรัฐสภา พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วัดเบญจมบพิตร พระบรมรูปทรงม้า ถนนราชดำเนิน ผ่านย่านชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว จนเข้าสู่เส้นชัยหน้าพระบรมมหาราชวัง ณ ที่เดียวกับจุดเริ่มต้น กรุงเทพมาราธอน เป็นมาราธอนที่นักวิ่งให้ความนิยมมากที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเส้นทางการวิ่งที่ไม่ยากจนเกินไปนัก วิ่งยาวบนสะพานพระราม8 ซึ่งเส้นทางเกือบจะ 100 เปอร์เซนต์เป็นทางเรียบ ดังนั้นมาราธอนนี้จึงเหมาะกับนักวิ่งทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นแนวหน้า แนวกลาง หรือแม้แต่นักวิ่งน้องใหม่ที่สนใจประเดิมมาราธอนแรกในชีวิต

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
ในปีนี้คณะผู้จัดได้พยายามพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆที่มีผ่านอย่างจริงจัง ปัญหาและข้อบกพร่องในหลายๆ เรื่องได้ถูกแก้ไขไปได้มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องห้องน้ำ จุดให้น้ำ ปริมาณน้ำ รวมทั้งการปรับเวลาปล่อยตัวให้เร็วขึ้นสำหรับนักวิ่งแนวกลางและแนวหลังเพื่อแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการวิ่งบนถนนใจกลางกรุงเทพมหานคร แต่ถึงแม้จะปรับเวลาปล่อยตัวให้เร็วขึ้นก็ตามที ก็ยังมีนักวิ่งบางส่วนที่เข้าเส้นชัยหลังการปิดการจราจรอยู่ดี ดังนั้นสิ่งที่อยากแนะนำเพื่อนนักวิ่ง เพื่อที่จะได้วิ่งอย่างมีความสุขในสนามมาราธอนแห่งนี้ นั่นก็คือ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่งกลุ่มไหนก็ตามที ควรพยายามวิ่งให้เข้าเส้นชัยก่อนเวลา 08.00 น. เพราะหลังจากเวลา 08.00น. เส้นทางการแข่งขันบางส่วนจะเริ่มเปิดให้มีการสัญจรไปมา ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูและแต่ก็ดูจะไม่ปลอดภัยกับนักวิ่งซักเท่าไหร่นัก
เมื่อมีการปล่อยตัวให้เหลื่อมเวลาสำหรับนักวิ่งแนวหน้าและนักวิ่งเพื่อสุขภาพ นักวิ่งควรจะประเมินศักยภาพในการวิ่งของตัวท่านเองให้เหมาะสมว่าท่านควรอยู่ในกลุ่มไหน เพื่อที่เจ้าหน้าจะได้ทำงานได้สะดวกขึ้น และเป็นประโยชน์โดยรวม หากคุณเป็นนักวิ่งน้องใหม่ หรือนักวิ่งเพื่อสุขภาพ ที่สนใจจะร่วมวิ่งสนามนี้ควรทำการฝึกซ้อมให้พร้อม หากท่านฝึกซ้อมไม่พร้อม หรือคิดแล้วว่าหากปล่อยตัวเวลา 02.00 น. ท่านยังไม่สามารถเข้าสู่เส้นชัยภายใน 08.00 น. หรือใช้เวลาวิ่งภายใน 6 ชั่วโมง ก็ควรเลี่ยงสนามนี้ เพราะยังมีมาราธอนอีกหลายๆสนาม ที่ท่านสามารถใช้เวลาในการวิ่งเกิน 6 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง ดีกว่าจะเอาชีวิตมาเสี่ยง เพราะหลังจาก 08.00 น. สังเกตได้ว่าการจราจรบางส่วนได้เปิดใช้ รถที่สัญจรไปมาวิ่งกันอย่างไม่แยแส หรือระวังนักวิ่งแต่อย่างใดเลย แม้จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลก็ตาม

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
สำหรับ สสส. กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่ 18 คณะผู้จัดได้ทำการแก้ไขและปรับปรุงจุดบกพร่องต่างๆที่ผ่านมา ได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการปล่อยตัวก่อนเวลาการแข่งขันของนักวิ่งเพื่อสุขภาพที่สนใจลงมาราธอนให้เร็วขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการวิ่งบนท้องถนนที่ไม่ได้ปิดการจราจรก็เป็นสิ่งที่ได้ผลดีพอสมควร แต่ถึงแม้จะมีการปล่อยตัวให้เร็วขึ้น ก็พบว่ายังมีนักวิ่งบางส่วนที่ต้องวิ่งบนถนนที่มีการจราจรอยู่ดี ดังนั้นหากมีความเป็นไปได้เพื่อให้มีการปิดถนนได้นานขึ้น เส้นทางการวิ่งในช่วงสุดท้ายควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นที่สามารถปิดถนนได้ 100 เปอร์เซนต์จะดีกว่า หากการเปลี่ยนเส้นในช่วงสุดท้ายเป็นไปไม่ได้ ผู้จัดควรกำหนด Qualified Time ให้อยู่ภายในเวลาที่สามารถจะทำการปิดถนนได้ 100 เปอร์เซนต์จะดีกว่า

คำแนะนำถัดมาคือเรื่องอาหารสำหรับนักวิ่ง และอาหารสำหรับนักวิ่งมาราธอน เป็นครั้งแรกที่ได้สังเกตเห็นเพราะทุกครั้งที่ร่วมงานวิ่งกรุงเทพมาราธอนจะเป็นนักวิ่งเสียเอง แต่วันนี้ของดเป็นนักวิ่งมาเป็นผู้สังเกตการ์ณซักครั้ง พบว่าเมื่อนักวิ่งมาราธอน นักวิ่งมินิมาราธอน และเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพออกไปจากจุดสตาร์ทแล้ว บริเวณซุ้มอาหารมีการจัดเตรียมอาหารให้นักวิ่งกันแล้ว และก็มีผู้ใช้บริการจำนวนมากซึ่งไม่ใช่นักวิ่ง อันนี้ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาหารไม่เพียงพอสำหรับนักวิ่ง และก็ดูเหมือนผู้ที่จัดเตรียมอาหารก็ลำบากใจที่จะปฏิเสธเช่นกัน สำหรับมาราธอนนอกจากจะเข้าเส้นชัยช้ากว่าระยะอื่นๆ เข้าเส้นชัยมาอาหารก็หมด หรือหากไม่หมดก็ต้องไปยืนต่อคิวยาว..... วิ่งมาก็เหนื่อยล้ากันพอดู ยังต้องมาต่อคิวอีกคงไม่ไหวแน่ ดังนั้นการเตรียมอาหารบางส่วนสำหรับนักวิ่งมาราธอนเมื่อเข้าเส้นชัยก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นใส่ถุงให้ขณะเข้าเส้น หรือใช้คูปองสำหรับนักวิ่งมาราธอนแล้วไปรับอาหารที่จุดเฉพาะกิจสำหรับมาราธอน

การส่งเสริมให้มีกิจกรรมกองเชียร์จากโรงเรียนและสถานศึกษาต่างๆ เป็นสิ่งที่ดี แต่นักเรียน นักศึกษาบางกลุ่มก็ยังไม่เข้าใจว่านักวิ่งกลุ่มไหนต้องการกำลังใจ ยิ่งนักวิ่งกลุ่มหลังๆต้องการแรงใจแรงเชียร์เป็นอย่างมากแต่กองเชียร์เริ่มร้อน เริ่มไม่สนุก บางจุดนักวิ่งแทบจะเดินชนกองเชียร์ จะให้ดีผู้จัดควรส่งเสริมให้ชมรมวิ่งต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมให้มากขึ้น ไม่ว่าจะให้ชมรมวิ่งมีการจัดเตรียมกองเชียร์หรือมีการจูงใจด้วยการจัดประกวดกองเชียร์ชมรมวิ่งซึ่งไม่จำเป็นต้องมีรางวัลมากมาย อาจเป็นถ้วยรางวัลหรือโล่ห์ให้กับผู้ชนะไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งกองเชียร์ที่มาจากนักวิ่งด้วยกันเองก็จะเข้าใจนักวิ่งด้วยกันมากขึ้นด้วย แถมนักวิ่งมาจากทั่วสารทิศ ทั้งเหนือ ใต้ กลาง อิสาน ดังนั้นกองเชียร์ก็จะมีความหลากหลาย ศิลปวัฒนธรรมของแต่ละภาคพวกเรานักวิ่งก็จะได้แลกเปลี่ยนกันชมไปด้วยอีกต่างหาก

และนี่เป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผล สสส. กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่ 18 ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้จัดในการปรับปรุงและแก้ไขข้อบกพร่องในครั้งต่อไป และหวังว่า กรุงเทพมาราธอน จะเป็นสนามที่ประทับใจนักวิ่งมากขึ้นสมเป็นสนามมาราธอนของประเทศไทยที่ใครก็รู้จัก และอยากมาสัมผัส

5.11.48

ลำพระเพลิงมินิมาราธอน ครั้งที่1

ชื่องาน: ลำพระเพลิงมินิมาราธอน ครั้งที่1
วันที่: 5 พฤศจิกายน 2548
สถานที่: โรงเรียนลำพระเพลิง จ.นครราชสีมา
สรุปผลการประเมิน: 73 คะแนน พอใช้ได้

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: วิ่งไปกลับเส้นทางเดิม โดยมีจุดปล่อยตัวและเส้นชัย ในบริเวณโรงเรียนลำพระเพลิง เส้นทางเป็นทางเรียบ ข้างทางมีต้นไม้ให้ร่มเงาบ้างประปราย และเป็นท้องทุ่งนาเขียวชอุ่ม เนื่องจากฝนพร่ำลงมาตลอดคืนทำให้อากาศเย็นสบาย สดชื่น สำหรับเส้นทางการวิ่งในวันนี้เป็นระยะสั้นๆ แต่หากจัดวิ่งฮาล์ฟมาราธอนก็คงจะดีไม่น้อยทีเดียว หรือจัดให้วิ่งขึ้นเขื่อนก็ดีไม่น้อยทีเดียว เส้นทางวิ่งถือได้ว่าเป็นเส้นทางที่สวยงามและเหมาะกับการจัดวิ่งเป็นอย่างมาก

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
สำหรับสนามนี้ถือว่าเป็นสนามที่เหมาะกับนักวิ่งทุกระดับไม่ว่าจะแนวหน้าแนวหลัง หรือใครสนใจจะเลือกลงเป็นสนามแรกที่นี่ก็คงจะประทับไม่น้อยเลยทีเดียว เส้นทางวิ่งไม่ยาก ไม่โหดเกินไปนัก หากงานวิ่งนี้ยังมีการจัดในครั้งต่อๆไป ในช่วงเดียวกันนี้ คิดว่านักวิ่งที่สนใจไปวิ่งเขาชะโงกจะแวะมาวิ่งงานนี้ก่อนก็ไม่เลวทีเดียว เป็นสนามที่กินแรงไม่มากนัก วิ่งสบายๆ

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
งานวิ่งในครั้งนี้แม้จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกและไม่ได้มีบริษัทหรือผู้รับจัดอย่างเป็นทางการ ดำเนินการโดยชมรมวิ่งน้องใหม่ลำพระเพลิง ร่วมกับโรงเรียนลำพระเพลิงพิทยาคม กับคุณภาพที่ออกมาถือได้ว่า เป็นครั้งแรกที่ดีมากเมื่อเทียบกับงานใหญ่ๆหลายๆงาน ความเหมาะสมของ วัน เวลา และ สถานที่ก็ค่อนข้างใช้ได้ทีเดียว จัดก่อนงานวิ่งเขาชะโงก 1 วัน ดังนั้นนักวิ่งสามารถมาร่วมงานและไปวิ่งต่อเขาชะโงกได้ การเดินทางก็ไม่ไกลกันมากนัก แต่การแข่งขันในครั้งนี้พลาดในเรื่องการประชาสัมพันธ์ไปหน่อย หากมีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าและผ่านสื่อต่างๆให้มากขึ้น นักวิ่ง

30.10.48

39 ปี ธกส.มินิมาราธอน

ชื่องาน: 39 ปี ธกส.มินิมาราธอน
วันที่: 30 ตุลาคม 2548
สถานที่: กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี
สรุปผลการประเมิน: 79 คะแนน เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่ง เป็นเส้นทางในกระทรวงสาธารณสุขที่ใช้กันอยู่เป็นประจำของงานวิ่งหลายๆงาน เป็นการวิ่งไป – กลับบนเส้นทางเดิม 10 กิโลเมตร บรรยากาศดีไม่ต้องวิ่งบนถนนให้สูดฝุ่น ดมควันกัน เส้นทางก็เป็นทางเรียบตลอดไม่มีเนิน ข้างทางก็เป็นบรรยากาศทั่วๆไปของกระทรวงสาธารณสุข มีบ่อน้ำบ้าง และมีต้นไม้เรียงรายตลอดเส้นทางการแข่งขัน

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้เป็นสนามที่เหมาะกับนักวิ่งทุกระดับเช่นกัน ในเรื่องของเส้นทางสำหรับการวิ่งระยะสั้นๆก็ถือว่าสนามนี้ใช้ได้ เป็นทางเรียบไม่มีเนิน ไม่ยากจนเกินไป นักวิ่งน้องใหม่ที่สนใจจะเริ่มวิ่งครั้งแรกในงานนี้ก็ดีไม่น้อย เพราะนักวิ่งนับพันที่มาร่วมวิ่งจึงไม่ต้องกลัวเรื่องวิ่งคนเดียว หรือกลัวจะเข้าคนสุดท้าย และงานนี้เป็นงานที่หลายๆหน่วยงาน หลายๆองค์กรได้ให้ความสนับสนุน ดังนั้นในเรื่องของอาหารเครื่องดื่มมีเหลือเฟือ สำหรับปีนี้มีการแบ่งรุ่นทุกๆ 5 ปี ซึ่งเป็นกำลังใจให้นักวิ่งน้องใหม่ได้มีโอกาสขึ้นรับถ้วยรางวัลมากขึ้นด้วย ดังนั้นในการจัดครั้งต่อๆไป งานนี้เป็นอีกงานที่น่าให้การสนับสนุนจากนักวิ่งและคิดว่าคงจะได้รับการสนับสนุนจากนักวิ่งมากขึ้นอย่างแน่นอน

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: สำหรับงานนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อปี 2547 ได้จัดชนกับงานยักษ์ใหญ่อย่าง UN DAY นักวิ่งก็มาร่วมงานกันเยอะมากทีเดียว มาปีนี้ 2548 ได้มีการย้ายสถานที่จัดจากปีก่อนและไม่ได้มีการใช้ชิพเหมือนคราวที่แล้วแต่จำนวนนักวิ่งก็ไม่ได้ลดน้อยลงแต่กลับเพิ่มจำนวนมากขึ้น นักวิ่งนับพันให้ความสนใจมาร่วมวิ่ง 39 ปีธกส. ดังนั้น ตอนนี้เชื่อได้ว่างานวิ่ง ธกส. เป็นที่ติดตลาดของนักวิ่งไปอีกหนึ่งสนาม ดังนั้นเชื่อว่าชื่อเสียง ธกส.มินิมาราธอน จะได้รับการสนับสนุนจากนักวิ่งต่อไปแน่นอน เมื่อได้รับการตอบรับดีขนาดนี้ ก็อยากให้ผู้จัดได้เลือกเส้นทางสวยๆให้นักวิ่งได้วิ่งกันหน่อย และเมื่อนักวิ่งจำนวนมากให้การสนับสนุนขนาดนี้อยากให้ผู้จัดคำนึงถึงสถานที่จัดงานมากขึ้นเพื่อรองรับจำนวนนักวิ่งที่มากขึ้นๆ และคำนึงถึงขยะที่เพิ่มขึ้นด้วย จากอาทิตย์ที่ผ่านมาสังเกตได้ว่าขยะจำนวนมากได้ถูกทิ้งเกลื่อนในบริเวณงาน ถังขยะก็มีไม่เพียงพอ แถมที่มีบางจุดยังถูกคว่ำไม่ให้ใช้ งานวิ่งดีๆอย่างนี้ก็อยากให้ดีมากขึ้น มีการจัดการที่ดีมากขึ้น นักวิ่งก็จะได้วิ่งสนามดีๆมีคุณภาพ

29.10.48

Standard Chartered Run

ชื่องาน: Standard Chartered Run
วันที่: 29 ตุลาคม 2548
สถานที่: สวนลุมพินี กรุงเทพฯ
สรุปผลการประเมิน: 77 คะแนน เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: สำหรับระยะ 11 กิโลเมตร เป็นเส้นทางวิ่งวน จากจุดปล่อยตัวแล้วมาเข้าเส้นชัย ณ จุดปล่อยตัวอีกครั้ง ปล่อยตัวจากสวนลุมพินี เวลา 06.45 น. จากสวนลุมวิ่งออกสู่ถนนพระรามสี่ ผ่านสวนลุมไนท์บาซ่าร์ ตรงไปเรื่อยๆ เลี้ยวซ้ายผ่านศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ เข้าสวนเบญจกิตติ วิ่งในสวน 1 รอบแล้วออกจากสวนวิ่งไปแยกอโศกเพื่อเข้าสู่ถนนสุขุมวิท จากเลี้ยวซ้ายไปถนนดวงพิทักษ์ เพื่อวิ่งบนสะพานทางเดินลอยฟ้า (Sky walk Bridge) พอลงจากสะพานก็เข้าเส้นชัย ณ จุดสตาร์ทอีกครั้ง เส้นทางโดยส่วนใหญ่เป็นทางเรียบ เป็นถนนในเมืองซึ่งมีการจราจรคับคั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นวันเสาร์ซึ่งยังคงเป็นวันทำงานจึงทำให้การพลุกพล่าน ฝุ่น ควันรถตลบอบอวลพอดู แต่ถึงแม้จะเป็นถนนที่มีการจราจรคับคั่งงานนี้ผู้จัดก็ได้ประสานงานเป็นอย่างดีทีเดียวสำหรับเส้นทางการวิ่งถึงแม้จะปิดการจราจรไม่ได้ 100 เปอร์เซนต์ แต่ 1ช่องทางก็ถูกแบ่งมาให้นักวิ่งโดยเฉพาะแล้วมีเจ้าหน้าที่ให้การดูแลตลอดเส้นทาง ตลอดข้างทางการวิ่งส่วนใหญ่ก็เป็นตึกสูงๆ และบนถนนก็คราคร่ำไปด้วยรถนานาชนิด

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้ถึงแม้จะจัดวิ่งในกรุงเทพบรรยากาศและเส้นทางการวิ่งไม่ค่อยจะประทับใจสักเท่าใดนัก แต่ด้วยวัตถุประสงค์ของงานวิ่ง เพื่อการกุศลสำหรับผู้พิการทางสายตา และสปอนเซอร์สนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้โดย Standard Chartered Bank ซึ่งได้ให้การสนับสนุนการแข่งขันงานวิ่งใหญ่ๆ อาทิ The Standard Chartered Great City Race ในกรุงลอนดอน Singapore Marathon Hong Kong Marathon เหล่านี้เป็นต้น เมื่อได้มีโอกาสได้ร่วมวิ่งงานนี้ภาพโดยรวมอยากบอกว่างานนี้เป็นงานที่น่าวิ่ง หมาะสำหรับนักวิ่งทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นแนวหน้าที่มีเงินรางวัลมากมายและมีมูลค่าไม่น้อยทีเดียว หรือแม้แต่นักวิ่งแนวหลังที่มีของขวัญและของรางวัลจากการจับฉลาก มากไปกว่านั้นค่าสมัครที่ดูเหมือนจะจ่ายแพงกว่างานอื่นๆ แต่ของที่ระลึกไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กระเป๋า กระติกน้ำ ผ้าเช็ดหน้าและผ้ารัดข้อมือสำหรับกันเหงื่อ ที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อนักวิ่งเป็นอย่างมาก ด้วยค่าสมัครราคา 300 บาทก็คงหาที่ไหนไม่ได้ ก็คิดว่าราคาค่าสมัครก็สมเหตุสมผล เข้าเส้นชัยก็มีอาหาร น้ำดื่ม ไอศครีมให้ได้อิ่มอร่อยกันตลอดงาน และสุดท้ายที่อยากฝากไว้หากมีการจัดงานในครั้งต่อๆไปในบริเวณสวนลุมพินี เพื่อความสะดวกมากยิ่งขึ้นควรเลี่ยงที่จะนำรถยนต์ส่วนตัวไปเอง

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับงานนี้ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ที่แม้จะจัดวิ่งวันเสาร์แต่นักวิ่งก็มาร่วมงานกันคับคั่ง สิ่งที่อยากแนะนำผู้จัดสำหรับงานนี้ก็คือ สถานที่การจัดงานและเส้นทางการแข่งขัน ซึ่งเป็นไปได้ในการแข่งขันครั้งต่อๆไปอยากให้เปลี่ยนสถานที่การแข่งขันให้เพื่อนักวิ่งจะได้สะดวกมากยิ่งขึ้นเนื่องจากบริเวณสวนลุมพินี มีผู้คนจำนวนมากไปออกกำลังกาย และเมื่อบวกกับนักวิ่งที่มาร่วมงานนับพัน ทำพื้นที่ให้จอดรถจำนวนจำกัดมากไม่เพียงพอ นอกจากนั้นเส้นทางการวิ่งบนถนนที่มีการจราจรคับคั่งก็ทำให้นักวิ่งวิ่งไม่สะดวก ผู้คนที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาก็ไม่สะดวก หากหลีกเลี่ยงเส้นทางการวิ่งบนถนนกลางใจเมืองกรุงเทพได้ก็จะเป็นการดีมากๆ อีกสิ่งหนึ่งที่อยากให้ผู้จัดได้ปรับอีกสักหน่อยคือ การประกาศรางวัลสำหรับนักวิ่งแนวหน้าและผู้ได้รับรางวัล เนื่องจากงานนี้มีการใช้ชิพไทม์มิ่งในการจับเวลา แต่ผู้จัดไม่ได้ทำป้ายอันดับไว้สำหรับนักวิ่งแนวหน้าทำให้นักวิ่งแนวหน้าทั้งหลายต้องรอกันนานกว่าจะรู้ผลการแข่งขัน และเมื่อผลออกมาไม่ตรงกับการวิ่งจริงทำให้นักวิ่งใช้เวลาในการตรวจสอบกันอีกนาน ซึ่งกว่าจะได้ขึ้นรับรางวัลก็รอกันนานทีเดียว

23.10.48

ภูเก็ต ภูเขา หาดทราย มาราธอนนานาชาติ ครั้งที่ 1

ชื่องาน: ภูเก็ต ภูเขา หาดทราย มาราธอนนานาชาติ ครั้งที่ 1
วันที่: 23 ตุลาคม 2548
สถานที่: ณ สวนสาธารณะ กะรน หาดกระรน จ.ภูเก็ต
สรุปผลการประเมิน: 73 คะแนน พอใช้ได้

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการแข่งขันสำหรับมาราธอน 42.195 กิโลเมตร เป็นเส้นทางถนนลาดยางวิ่งขึ้นและลงเขา เรียบหาดทราย โดยเริ่มจากสวนสาธารณะกระรน – ย้อนไปภูเก็ตเมอร์ริเดียน ประมาณ 3.5 - และวิ่งย้อนกลับไปแหลมพรหมเทพ และวิ่งกลับมาเข้าสู่เส้นชัย ณ จุดสตาร์ทอีกครั้ง เส้นทางการวิ่งของสนามนี้ถือว่าโหดเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ขึ้นเนินในช่วงสุดท้าย หรือ ลานสกาที่วิ่งไปกลับภูเขา 2 ลูก เรียกว่าสองสนามนั้นถูกทำลายสถิติในด้านความโหดไปเลย เส้นทางขึ้น ลงเขาที่ทั้งสูงและชัน ตลอดเส้นทาง 42.195 กิโลเมตร แต่โชคดีที่อากาศไม่ร้อนมากนัก มีลมทะเลพัดเย็น และฝนตกปรอยๆลงมาเล็กน้อยพอเป็นกะสัย ในบริเวณจุดปล่อยตัว ณ หาดกะรน ค่อนข้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวทำให้ในเส้นทางในช่วงนั้นค่อนข้างพลุกพล่านนิดหน่อย มีกลิ่นควันรถบ้างเล็กน้อยถึงแม้จะปล่อยตัวเวลา 03.30 น. ก็ตาม

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
สำหรับสนามนี้นักวิ่งจะต้องทำการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี เนื่องจากเส้นทางขึ้น-ลงเขา หลายลูกและมีความชันมากพอสมควร สนามนี้ไม่เหมาะสำหรับนักวิ่งมาราธอนเท้าใหม่เท่าใดนัก ในระหว่างการวิ่งสิ่งที่นักวิ่งต้องระวังมากเป็นพิเศษ คือเรื่องการเป็นตะคริว เพราะเนื่องจากการวิ่งลงเขาที่ทั้งสูงและชัน จะทำให้เท้าเกร็ง เพื่อป้องกันการลื่นไถลลงมา
ถึงแม้สนามนี้จะมีเงินรางวัลเป็นสิ่งล่อใจนักวิ่งแนวหน้าทั้งหลาย แต่นักวิ่งแนวหน้าก็ไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าใดนัก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสภาพเส้นทางการวิ่งที่โหดมากๆอย่างนี้ ซึ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเป็นอย่างมากสำหรับนักวิ่งที่ใช้เวลาเป็นเป้าหมายหลักสำหรับการวิ่ง ดังนั้นอยากบอกว่าหากสนามนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการวิ่ง สนามนี้ก็จะเรียกได้เป็นสนามที่โหดที่สุด เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ชื่นชอบความท้าทาย อาศัยความทรหดสะกดความทรมาน

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
สนามนี้เป็นสนามที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นอย่างมาก ได้ทั้งความงามของธรรมชาติที่แฝงไปด้วยความโหดร้ายสำหรับระยะมาราธอน ดังนั้นในการจัดครั้งต่อๆไปหากผู้จัดยังคงใช้เส้นทางเดิม นักวิ่งส่วนใหญ่ที่จะเข้าร่วมวิ่งก็จะเป็นนักวิ่งที่ชื่นชอบความท้าทาย และเหล่าบรรดานักวิ่งหน้าเก่าๆเท่านั้น หน้าใหม่ไม่กล้าลงเพราะสนามนี้ต้องอาศัยความพร้อมของร่างกายเป็นอย่างมากที่จะจบการแข่งขัน สนามนี้อาจจะต้องเน้นไปที่ระยะสั้นเพื่อดึงดูดนักวิ่งหน้าใหม่
ในการจัดครั้งนี้ก็ได้เห็นความตั้งใจของเจ้าภาพเป็นอย่างมาก แต่ในบางครั้งความตั้งใจก็ยังไม่พอที่จะให้งานประสบความสำเร็จดังหวังได้ แต่ก็หวังว่าประสบการ์ณในการจัดครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ ภูเก็ต ภูเขา ชายหาด มาราธอนนานาชาติ ครั้งที่ 2 ประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่านี้
สำหรับวัตถุประสงค์การจัดวิ่งในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นการที่การจัดทัวร์ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ หรือจัดทำแพคเกจสำหรับนักวิ่งในราคาประหยัด หรือหลายๆระดับตามแต่ความต้องการของนักวิ่งก็จะเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง นอกจากนั้นโรงแรมต่างๆก็จะได้เข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นและได้ประโยชน์จากการจัดวิ่งมากขึ้นด้วย

16.10.48

รำลึก 105 ปีสมเด็จย่า ดอยตุงมินิ / ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 13

ชื่องาน: รำลึก 105 ปีสมเด็จย่า ดอยตุงมินิ / ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 13
วันที่: 16 ตุลาคม 2548
สถานที่: ณ สถานีขนส่ง ปากทางขึ้นพระตำหนักดอยตุง อ. แม้ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
สรุปผลการประเมิน: 74 คะแนน ใช้ได้ เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งของงานนี้ เริ่มต้นจากบริเวณหน้าสถานีขนส่งดอยตุง (ท่ารถม่วง) วิ่งไปสู่เส้นชัยอีกจุดหนึ่งซึ่งเป็นบริเวณหน้าอาคารหอพระราชประวัติพระหนักดอยตุง ตลอดเส้นทางการวิ่งร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ หมอกบางๆ ตลอดเส้นทางการวิ่งมินิ เป็นเส้นทางลาดยางวิ่งขึ้นเนินตลอด การจราจรปิดสนิทสำหรับนักวิ่ง ถือได้ว่าเป็นเส้นทางที่เหมาะสมสำหรับการวิ่ง การออกกำลังกาย และท่องเที่ยว ทั้งสวยงาม และแฝงไปด้วยความท้าทายสำหรับนักวิ่งพอดู กอรปกับการดูแลจากหน่วยปฐมพยาบาล และจุดให้น้ำที่ให้กันทุกๆ 2 กิโล ถือว่าเป็นเส้นทางการวิ่งที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ทั้งบรรยากาศ ความท้าทาย และ ความปลอดภัย

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
เส้นทางการแข่งขันแห่งนี้เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับการออกกำลังกายและการไปพักผ่อนเป็นอย่างมาก และเส้นทางการวิ่งที่ขึ้นเนิน ขึ้นดอยตลอด เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่เคยวิ่งแต่ทางเรียบเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาทักษะการวิ่งได้อีกด้วย และการวิ่งขึ้นดอยครั้งนี้ก็ไม่อันตราย และไม่ค่อยมีผลกระทบต่อร่างกายนักวิ่งมากนัก แต่ในทางกลับกันหากเปลี่ยนเส้นทางจากการวิ่งขึ้นดอยเป็นลงดอย คิดว่างานนี้นักวิ่งหลายๆคนอาจบาดเจ็บได้ เพราะทางค่อนข้างชัน สำหรับการฝึกซ้อม และเตรียมตัววิ่งขึ้นดอยแล้ว ในระหว่างร่วมการแข่งขันสนามนี้ก็อยากแนะนำให้นักวิ่งได้พกเงินติดตัวกันไปด้วย เนื่องสถานที่การแข่งขันแห่งนี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว พอเสร็จสิ้นการแข่งขันก็จะได้ซื้อของฝากติดมือกลับบ้านกันได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาลงมาอีกครั้ง และเนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยม ทำให้ราคาสินค้าสูงไปบ้าง

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: งานวิ่งวันนี้ถือว่าจัดได้ดี และได้ถูกจัดเป็นงานวิ่งประเพณี ถึงแม้จะจัดขึ้นชนกับงานยักษ์ใหญ่ในกรุงเทพ แต่ก็พบว่านักวิ่งจากกรุงเทพจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจและไปร่วมวิ่งงานนี้ โดยเส้นทางการวิ่งที่ได้ใช้ในการแข่งขันถือว่าเป็นเส้นทางที่สวยงาม ท้าทายนักวิ่งและเป็นเอกลักษณ์ของงานวิ่งนี้ได้เป็นอย่างดี และการปิดถนนสำหรับนักวิ่งและความพร้อมระหว่างเส้นทางการแข่งขันถือว่าทำได้ดีมาก แต่มีบางสิ่งที่อยากจะแนะนำสำหรับงานนี้ เพื่อให้นักวิ่งได้ประทับใจและไปวิ่งอีกทุกครั้งไป งานนี้พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีในพื้นที่จำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยคนเข้าร่วมวิ่งในวันนี้โดยที่เด็กเหล่านี้น่าจะเป็นเด็กนักเรียนและไม่ได้มีผู้ปกครองมาด้วย แต่หลังจากวิ่ง 13.5 กิโลเข้าเส้นชัยไปแล้ว ไม่มีอาหารสำหรับเด็กและนักวิ่งเลย นอกจากน้ำเปล่า 1 ขวด มีแต่ร้านค้าที่ขายของสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีราคาแพงน่าดูเชียวแค่ขนมปังชิ้นนึงก็ปาเข้า 30 บาทแล้ว น้ำเย็นอีกแก้วก็อีก 20 บาท รวมแล้วก็ 50 บาทแล้ว วิ่งมาเหนื่อยๆขนมปัง 1 แผ่นกับน้ำ 1แก้วยังคงไม่พอบรรเทาอาการหิวและเหนื่อยได้แน่นอน อย่างน้อยก็น่าจะซัก 100 บาทพอจะบรรเทาไปได้บ้าง สำหรับนักวิ่งผู้ใหญ่ก็คงพอจะจ่ายได้ แต่สำหรับเด็กนับร้อยๆเหล่านั้นล่ะ ก็คงต้องเดินกลับลงไปอีก 13 กิโลพร้อมน้ำเปล่า 1 ขวดไปกินข้าวบ้าน ในครั้งต่อไปอยากให้ผู้จัดได้เตรียมอาหารไว้สำหรับนักกีฬาบ้าง โดยที่ค่าใช้จ่ายตรงจุดนั้นอาจจะเป็นการเก็บค่าสมัครนักวิ่งผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นมา ส่วนสำหรับนักเรียนและเยาวชนก็วิ่งฟรีเช่นนี้ต่อไป ผลสืบเนื่องจากข้อแรกที่บอกว่าต้องเดินลงอีก 13 กิโล เนื่องจากรถที่ให้บริการเที่ยวกลับแก่นักกีฬาไม่ได้แจ้งจุดรับส่งที่แน่นอนหรือมีสัญสักษณ์ติดให้รู้ว่าเป็นรถบริการฟรีสำหรับนักกีฬา เด็กในพื้นที่เคยเห็นว่าเป็นรถบริการที่เคยต้องจ่ายค่ารถก็ไม่กล้าขึ้น เดินลงดีกว่า ยิ่งกว่าลงวิ่งฮาล์ฟอีกนะคะไปกลับ 26 กิโล ในครั้งต่อๆไปอยากให้รถที่บริการนักกีฬา มีจุดรับส่งที่แน่นอน และมีป้ายผ้าติดให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นรถให้บริการสำหรับนักวิ่งและนักกีฬา เนื่องจากสถานที่การแข่งขันเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นการจัดตั้งถังขยะก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การมีถังขยะถาวรจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การรักษาความสะอาดของสถานที่เป็นไปได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และใช้ได้ตลอดไป และโดยเฉพาะบริเวณจุดปล่อยตัว หาถังขยะไม่ค่อยมี นักวิ่งก็เลยทิ้งไปทั่วเลย ข้างทาง ข้างถนน และทั่วๆไป หลังจากแข่งวิ่งเสร็จก็ลงไปร่วมปั่นจักรยานเห็นภาพสถานที่บริเวณจุดปล่อยตัวแล้วไม่งามเอาซะเลย มีแต่แก้วน้ำ ขยะเกลื่อนไปหมด เราเองก็มีขยะพยายามเดินหาถังขยะก็ไม่เจอก็เลยต้องยัดใส่กระเป๋าตัวเองไว้ก่อน หากแก้ไขตรงจุดนี้ได้ สถานที่แห่งนี้คงจะงดงามทุกเวลาที่ใครผ่านไปผ่านมาเวลาไหนก็งดงาม อย่าคิดว่าเป็นเพียงท่ารถจะขยะเยอะก็ไม่เป็นไร เพราะนั่นก็เป็นส่วนของการท่องเที่ยว และเพื่อเป็นการส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ด้วย

เรื่องการแจกถ้วยรางวัล เนื่องจากอาจเป็นประเพณีที่ต้องรอแจกรางวัลให้นักกีฬาหลังจากที่กีฬาทุกประเภทแข่งขันเสร็จสิ้นลง แต่ว่ากีฬาแต่ละประเภทเริ่มการแข่งขันไม่พร้อมกัน ดังนั้นการเสร็จสิ้นย่อมไม่พร้อมกันแน่นอน ทำให้นักกีฬาบางประเภทที่เสร็จก่อนต้องรอกันนาน....... สำหรับนักวิ่งตื่นกันแต่เช้า เพื่อวิ่งกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า วิ่งเสร็จอาหารก็ไม่ได้มีเตรียมไว้ให้ แถมให้นั่งรอแจกถ้วยโดยที่ไม่มีเวลาแน่นอนเลยว่าจะแจกถ้วยเมื่อไหร่ นักกีฬาจะเที่ยวก็ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลังคอยรอเรียกรับรางวัล นักกีฬาบางท่านเดินทางมาไกล ก็ทำให้ต้องรีบเร่งในการเดินทางกลับเพื่อให้ทันไปทำงานในวันรุ่งขึ้น หากเป็นไปได้ในครั้งต่อๆไปก็อยากให้กีฬาประเภทใดที่จบการแข่งขันก่อนก็แจกรางวัลไปปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้ได้ก็จะดีมากทีเดียว เรื่องนี้อาจไม่สำคัญเท่าใดนัก เรื่องห้องน้ำ 3 บาท นักวิ่งก็เข้าใจนะคะว่าวิ่งฟรีแล้วจ่ายค่าห้องน้ำ 3 บาทก็คงไม่เหลือบากฝ่าแรงไปสักเท่าใด แต่เวลานักวิ่งไปร่วมวิ่งก็ไม่อยากจะพกเหรียญไปวิ่ง เพราะชุดวิ่งก็ไม่ค่อยจะมีกระเป๋า เป็นไปได้หากเก็บค่าสมัครจากนักวิ่ง แล้วผู้จัดเอาไปเหมาจ่ายกับผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์ตรงจุดนั้นก็จะเป็นการดี

สุดท้ายก็ขออภัยหากคำแนะนำเหล่านี้ทำให้ผู้จัดต้องลำบากใจ แต่ก็ในฐานะนักวิ่งคนหนึ่งซึ่งได้มีโอกาสไปสัมผัสกับบรรยากาศและเส้นทางการวิ่งมาแล้ว ดิฉันคิดว่าหากปรับปรุงในเรื่องดังกล่าวที่กล่าวมาข้างต้น งานวิ่งประเพณีขึ้นดอยตุง จะเป็นงานที่นักวิ่งทุกทิศทั่วไทยให้ความสนใจและไปร่วมวิ่งอีกแน่นอน หรือหากปรับเพิ่มระยะมาราธอนมาอีกซักระยะ คิดว่าเป็นสนามวิ่งที่เหมาะกับนักวิ่งที่ชอบความท้าทายแน่นอน วิ่งขึ้นดอยชมวิวและบรรยากาศทะเลหมอกยามเช้าแห่งเมืองเชียงราย สุดยอดไปเลยล่ะค่ะ

25.9.48

สะพานบรมราชชนนี-สะพานพระราม 8 ซูเปอร์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน

ชื่องาน: สะพานบรมราชชนนี-สะพานพระราม 8 ซูเปอร์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน (25 กันยายน 2548)
สถานที่: ณ สะพานพระราม 8 กรุงเทพมหานคร
สรุปผลการประเมิน: 71 คะแนน พอใช้ได้

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่ง เริ่มต้นด้วยการวิ่งไปกลับบนสะพานพระราม 8 ก่อนเลย จากนั้นก็ต่อด้วยการวิ่งไปกลับ บนสะพานพระบรมราชชนนี แล้วกลับสู่เส้นชัยบริเวณใต้สะพานพระราม 8 ผั่งธนบุรีอีกครั้ง (เส้นทางนี้เป็นเส้นทางการวิ่งสำหรับซูเปอร์ฮาล์ฟ 34K) ตลอดเส้นทางการวิ่ง การจราจรถูกปิดสนิท เจ้าหน้าตำรวจคอยให้การดูแลอย่างดีเยี่ยม ชนิดที่ว่าไม่เคยเจองานไหนได้มาขนาดนี้ เส้นทางการวิ่ง 34K เป็นเส้นทางเดียวกันกับกรุงเทพมาราธอน แต่ไม่ต้องไปวิ่งต่อบนถนนราชดำเนินให้เสียว...สันหลัง... บนเส้นทางทั้งสองสะพานที่ใช้เป็นเส้นทางการวิ่งเป็นทางเรียบล้วนๆ ดังนั้นการวิ่งจึงไม่ยากนัก ส่วนบรรยากาศก็ใช้ได้ มีเพียงบางจุดเท่านั้นที่ด้านล่างสะพานที่มีการจราจรคับคั่งก็จะได้กลิ่นควันรถบ้างแต่ไม่มาก ในช่วงวิ่งย้อนกลับ แดดจะออกพอดี นักวิ่งที่วิ่งกันช้าๆ ไม่ใช่แนวหน้าก็ได้วิ่งอาบแดดกันหอมปากหอมคอทีเดียว...

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้ถือว่าเป็นสนามที่เหมาะสำหรับนักวิ่งทุกระดับ เส้นทาง 34K ก็เหมาะเป็นเส้นทางการซ้อมยาวๆ ได้ดีทีเดียว แต่สนามนี้คงไม่ง่ายนักที่จะมีการจัดวิ่งกันบ่อยๆ เพราะเป็นเส้นทางสายหลักอีกเส้นทางหนึ่ง แต่หากนักวิ่งท่านใดที่ไม่ใช่แนวหน้ามีโอกาสได้ไปวิ่งบนเส้นทางนี้ ก็แนะนำให้หาหมวกติดมือไปด้วยสักใบ เพราะในช่วงย้อนกลับส่วนใหญ่ก็จะวิ่งสวนกลับตอนพระอาทิตย์กำลังขึ้น นอกจากนั้นในการวิ่งระยะยาวๆบนสะพานทั้งสองสะพานนี้หากท่านสามารถพกน้ำติดตัวไปด้วยได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดี และนอกจากนั้นโดยเฉพาะนักวิ่งหญิง โปรดคำนึงด้วยว่าการวิ่งยาวบนสองสะพานนี้ท่านไม่สามารถหาห้องน้ำที่ไหนได้เลย ท่านไม่สามารถทำธุรหนักได้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นก่อนการวิ่งควรเตรียมตัวให้พร้อม เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนขึ้นไปวิ่ง ท้องไส้ไม่ดีควรหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้... ส่วนบรรยากาศการวิ่งโดยทั่วไป นักวิ่งก็จะเป็นตึกสูงโดยรอบตลอดเส้นทางการวิ่ง บางช่วงที่ถนนด้านล่างมีการจราจรคับคั่งก็จะได้กลิ่นควันขึ้นมาบ้างเล็กๆน้อยๆ...

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณผู้จัดเป็นอย่างสูงที่ต้องติดต่อประสานงานเพื่อให้นักวิ่งได้มีโอกาสขึ้นไปวิ่งบนสะพานหลัก (สะพานบรมราชชนนีและสะพานพระราม 8) ทั้งสองสะพาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว นอกจากนั้นต้องขอขอบพระคุณตำรวจทุกท่าน ทุกนาย ทุกสน.ที่คอยดูแลนักวิ่งและปิดการจราจรได้สนิท 100 เปอร์เซนต์ และขอบคุณน้องๆ ชุดวอร์มสีม่วง ที่มาให้บริการรับสมัคร รับฝากของ ให้บริการน้ำกับนักวิ่งและ ให้บริการในส่วนอื่นๆ.... และสิ่งที่อยากฝากผู้จัดไว้สำหรับงานนี้ การจัดวิ่ง เส้นทางการวิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่งานวิ่งจะประสพความสำเร็จได้ดีก็ต้องประกอบไปด้วยหลายสิ่ง หลายปัจจัย และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อตัวนักวิ่งโดยตรง การปฐมพยาบาลขั้นต้น รถพยาบาลที่เตรียมพร้อมไว้เสมอ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน... นักวิ่งไม่ทุกคนที่สามารถประเมินตัวเองได้เสมอ... และสิ่งสุดท้ายซึ่งอาจจะดูไม่สำคัญเท่าไหร่นักแต่สำหรับนักวิ่งระยะยาว วิ่งมาแล้ว 30 กว่าโล หรือหากเป็นมาราธอนก็ 40 โล ใช้เวลาและพลังกันถึง 3-4 ชม.เป็นอย่างน้อย ดังนั้นเข้าเส้นชัยอาหารสำหรับการฟี้นตัวควรจะมีให้เพียงพอสำหรับนักวิ่งหลังๆบ้าง... นักวิ่งจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ที่อาศัยใจสู้ อยากลอง อยากทดสอบตัวเองว่าจะวิ่งยาวๆได้สักแค่ไหน ทดสอบตัวเองเพื่อเตรียมตัวลงมาราธอน ดังนั้นนักวิ่งส่วนนี้บางครั้งเข้าเส้นชัยมาหลังๆ แล้วมาเจอสภาพต้องไปตายเอาดาบหน้า... เค้าก็หมดกำลังใจ... ช่วยกันรักษากำลังใจและน้ำใจกันเอาไว้...

18.9.48

ทศวรรษโรคกระดูกและข้อ เดิน-วิ่งมินิมาราธอน ครั้งที่

ชื่องาน: ทศวรรษโรคกระดูกและข้อ เดิน-วิ่งมินิมาราธอน ครั้งที่ 4 (18 กันยายน 2548)
สถานที่: กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพ
สรุปผลการประเมิน: 75 คะแนน เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งภายในกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นทางเรียบล้วนๆ ไม่มีเนิน วิ่งไป-กลับ ภายในกระทรวงสาธารณสุข เป็นเส้นทางที่สะดวกสำหรับผู้จัดซึ่งไม่ต้องกังวลกับการปิดถนน มีต้นไม้คอยให้ร่มเงาได้บ้างตามเส้นทางการวิ่ง เนื่องจากในบริเวณกระทรวงสาธารณสุขไม่กว้างมากนัก ก็จำเป็นที่จะต้องวิ่งวกไปวนมากันบ้าง นอกจากนั้นงานวิ่งหลายๆงานก็ใช้เส้นทางในกระทรวงทำให้นักวิ่งที่วิ่งบ่อยเบื่อเส้นทาง

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: หากเป็นนักวิ่งมือใหม่หัดขับสนามนี้ก็ถือว่าใช้ได้ดี เหมาะกับการวิ่งระยะสั้น นอกจากนั้นนักวิ่งที่ออกวิ่งไม่ถี่ และไม่สะดวกในการเดินทางออกต่างจังหวัดสนามนี้ก็ถือว่าเป็นสนามที่น่าสนใจ

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: สำหรับสนามนี้ จากวัตถุประสงค์การจัดงาน ทั้ง 4 ข้อ
1. รณรงค์การป้องกันโรคกระดูกและข้อ 2. เสริมสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาขนและผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ 3. ให้ความรู้ทางโรคกระดูกและข้อสำหรับประชาชน 4. ส่งเสริมการออกกำลังกายที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันหรือลดปัญหาโรคกระดูกและข้อ
จะเห็นว่าการจัดงานวิ่งในครั้งนี้ยังไม่มีจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ของงานนี้เพื่อดึงความสนใจให้นักวิ่งมาร่วมงานมากขึ้น
งบประมาณเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญกับการจัดงานในแต่ละครั้ง แต่ไม่อยากให้มองประเด็นนี้เป็นหลัก หากผู้จัดปรับรูปแบบในการจัดอีกสักเล็กน้อยเน้นไปในแนวทางการวิ่งเพื่อสุขภาพ เพื่อการกุศล อาทิ งานวิ่ง กฟผ. ไม่จำเป็นต้องมีถ้วยรางวัลสวยๆแจกเป็นการลดค่าใช้จ่ายตรงจุดนั้นได้อีกทางหนึ่ง และในปัจจุบันก็พบว่านักวิ่งไม่น้อยเลยทีเดียวที่วิ่งกันเพื่อสุขภาพจริงๆ แต่หากจะให้นักวิ่งกลุ่มนี้มาร่วมงาน ผู้จัดก็ต้องค้นหา หรือสร้างเอกลักษณ์ของงานขึ้นมาให้ได้... สนามนี้ก็จะเป็นสนามวิ่งเพื่อสุขภาพและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดงาน และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์มากยิ่งขึ้น การจัดนิทรรศการเล็กๆในงานและให้มีการตอบปัญหาชิงรางวัล จะเป็นการกระตุ้นนักวิ่งให้เข้ามาร่วมกิจกรรมได้มากยิ้งขึ้น และการจัดกิจกรรมอื่นที่ต่อเนื่องและหวังให้มีนักวิ่งเข้าไปมีส่วนร่วมควรจัดบริเวณหลังเข้าเส้นชัยไม่นานนัก และบริเวณใกล้เคียงกันนั้นเลย

13.9.48

ปรัชญาชีวิต

1. There is no life without DEATH
ไม่มีใครหรอกที่เกิดมาแล้วไม่ตาย

2. ความสุขกับความเหนื่อยยากมักเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้

3. คนเราทุกวันนี้มีชีวิตอยู่กับการแข่งขัน ทั้งกับเวลา คนรอบข้าง หรือแม้กระทั่งตัวเองจนบางครั้งลืมที่จะหยุดให้ชีวิต และความคิดได้พักผ่อนหากเราหยุดการแข่งขันไว้ชั่วขณะ บางทีเราอาจจะพบได้ว่าแท้ที่จริง สิ่งที่เราต้องการจะได้นั้น มิได้มาด้วยการแข่งขันเสมอไป

4. เหนือกว่าการได้มา คือ การให้

5. ความสุขที่แท้ของชีวิต คือ การที่ได้ก้าวเดินไป ได้ค้นหา ได้ทำ ได้พบ ได้ความสำเร็จ และได้ภูมิใจ

6. เมื่อเดินมาถึงทางแพ่ง หยุดคิดสักนิดนึง ก่อนเลือกที่จะก้าวไปและ อย่าตัดสินใจ เพียงเพราะ ก้าวตามคนอื่น

7. ชีวิตเป็นของเธอแต่ก็ควรเรียนรู้ชีวิต ของคนอื่นด้วยเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน แลกเปลี่ยน แล้วเธอจะรู้ว่า แท้ที่จริงแล้วประสบการณ์ มีค่ามากมายมหาศาลเจ้าของประสบการณ์ ต้องใช้เวลาพ้นผ่านนับเดือน นับปีแต่เราสามารถเรียนรู้ได้ภายในเสี้ยวนาทีในโลกนี้ไม่มีอะไรล้ำค่าเท่า ประสบการณ์

8. ภูเขาเมื่อดูไกลๆ มันก็ดูสวยงามดีแต่พอเข้าไปใกล้ๆ เราก็จะเห็นความขรุขระ ปีนยากลำบากแต่ถ้าเราปีนขึ้นถึงยอดเขา ก็จะเห็นทิวทัศน์สวยงาม ลมเย็นสบายเมื่อเรายังเป็นเด็ก มันคงยากที่จะปีนป่ายแต่เมื่อโตขึ้นมา มีโอกาสที่จะปีนป่ายมันขึ้นไปถ้าเราไม่ปีนเพราะกลัวความลำบาก เราก็จะต้องอยู่แต่เชิงเขาเห็นแต่ภูเขาขรุขระไปจนเราแก่ตาย...

9. ดอกไม้สวยแต่หาง่ายริมถนน มันก็ดูเหมือนไร้ค่าดอกไม้ที่ไม่สวย แต่หายากลำบาก กลับดูสูงค่า มีราคาอย่ากลัวความยากลำบาก เพราะคุณค่าของมันอยู่ที่ตรงนี้ความสำเร็จที่ได้มาง่ายๆ ก็เหมือนดอกไม้สวย ราคาถูก

10. รวงข้าวที่ลีบเบา จะชูช่อสูง แกว่างไปมา เพราะภายในกลวง ไม่มีอะไรรวงข้าวที่หนัก สุกปลั่ง จะค้อมตัวต่ำ นิ่งงดงาม เพราะภายในหนักด้วยคุณค่าและเนื้อหา

11. อย่าเลือกฝันของคนอื่น เพระเห็นว่าเขาประสบความสำเร็จหยุดคิดและทบทวนดูว่า เธอชอบอะไร เธอฝันอะไร เธออยากเป็นอะไร แล้วมุ่งมั่นตั้งใจพาชีวิตเดินไปตามที่ฝัน อย่าเลือกฝันของคนอื่น ตราบใดที่เธอยังต้องหายใจด้วยตัวเอง

12. อย่าเสี่ยงกับการเอาชีวิตและอนาคต ไปแขวนไว้กับคนอื่น หรือแม้แต่ความหวังดีของคนอื่นเพราะไม่มีใครจะรู้จักเรา รักเรา เข้าใจเรา หวังดีต่อเรา เท่ากับตัวเราเองถ้าจะมีใครสักคนที่รู้จักเราดี คนคนนั้น ก็คือ ตัวเราเอง

13. “คนที่ประสบความสำเร็จ และคนที่ประสบความล้มเหลว มักจะทำทุกอย่างเหมือนกันแต่ทำด้วยทัศนและวิธีคิดที่แตกต่างกัน”

14. อ่านหนังสือ เราได้อารมณ์ ความรู้สึก และมีเรื่องราวต่างๆมากมายให้ศึกษาอ่านคน เราก็ได้สิ่งต่างๆเหล่านั้นเช่นกัน แต่มันมีค่ามหาศาลหากเราอ่านมันออกเพราะมันยากเสียกว่า การอ่านหนังสือเป็นร้อยๆ เล่ม


15. Do a favor and Do not ask for or expect, one in Return
ทำประโยชน์โดยไม่หวังผลตอบแทน


16. โลกไม่ได้มีเพียงด้านเดียว ให้เราเรียนรู้ เราก็ไม่สามารถหมุนโลกให้เห็นทุกๆด้านได้แต่เรารู้โลกได้เกือบทุกด้าน จากผู้คนมากมาย ทั้งดีและร้ายที่อยู่รอบตัวเรา

4.9.48

กฟผ.มินิมาราธอน

ชื่องาน: กฟผ.มินิมาราธอน (4 กันยายน 2548)
สถานที่: กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี
สรุปผลการประเมิน: 80 คะแนน จัดได้ดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งอยู่ในบริเวณภายในกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นทางเรียบล้วนๆ ไม่มีเนิน วิ่งไป-กลับ เป็นเส้นทางวิ่งที่สะดวกสำหรับผู้จัดซึ่งไม่ต้องกังวลกับการปิดถนน หรือควบคุมจราจร และมีต้นไม้คอยให้ร่มเงาได้บ้างตามเส้นทางการวิ่ง อากาศไม่ร้อนแดดไม่มีนักวิ่งก็วิ่งกันสบายๆเพื่อสุขภาพและการกุศล เส้นทางการวิ่งภายในกระทรวงสาธารณสุข เป็นเส้นทางที่เหมาะกับการวิ่งระยะสั้นๆ อย่างมินิมาราธอน แต่หากจัดวิ่งระยะอื่นๆมากกว่า ก็คงต้องวิ่งวนกันหลายรอบทีเดียว

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: หากคุณไม่ใช่นักวิ่งแนวหน้าที่หวังถ้วยรางวัลสวยหรู หรือเงินรางวัลติดมือกลับบ้านล่ะก้อ งานการกุศลที่จัดได้ดีอย่างนี้เป็นงานที่น่าไปวิ่งและให้การสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนวิ่งกันด้วยรอยยิ้ม และผู้จัดให้ความสำคัญกับนักวิ่งทุกคน ผู้จัดจัดด้วยใจ นักวิ่งก็วิ่งด้วยใจ ผลที่ออกมาทุกคนก็ประทับใจ

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: สำหรับสนามนี้ขึ้นชื่อว่า กฟผ. ก็การันตีคุณภาพการจัดงานได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังคงรักษาคุณภาพของงานวิ่งได้เป็นอย่างดี แต่มีสองสิ่งที่อยากฝากไว้ให้พิจารณา สิ่งแรกคือการสร้างหรือปลูกจิตสำนึกให้นักวิ่งที่รักวิ่งได้รักษ์สิ่งแวดล้อมไปด้วยในตัว ดังนั้นผู้จัดเองก็ต้องตระหนักถึงสิ่งนี้เช่นกัน และสิ่งที่สองคือ อยากให้งานวิ่ง กฟผ. ซึ่งเป็นงานวิ่งการกุศลจริงๆ ที่นักวิ่งส่วนใหญ่ให้ความสนับสนุนเสมอมา หากเป็นไปได้อยากให้ผู้จัดผลักดันงานวิ่งนี้ให้เป็นงานวิ่งสังสรรค์ของนักวิ่งไทยทุกชมรม อ่านดูแล้วคงยากพอสมควรนะคะสำหรับข้อนี้ แต่หากไม่มีการเริ่มต้นคิดและทำขึ้นมามันก็คงไม่เกิดเป็นแน่ ที่เสนอแนะข้อนี้ขึ้นมาเพราะคิดว่าผู้จัดมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปถึงระดับนั้นได้

21.8.48

กต.ตร. สน.บึงกุ่มมินิมาราธอน ครั้งที่ 1

ชื่องาน: กต.ตร. สน.บึงกุ่มมินิมาราธอน
21 สิงหาคม 2548
สถานที่: สำนักงานเขตบึงกุ่ม กรุงเทพ
สรุปผลการประเมิน: 72 คะแนน พอใช้ได้ เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งของสนามนี้ มีลักษณะคล้ายกับเส้นทางของนพรัตน์มินิมาราธอน คือวิ่งกันบนถนนเรียบลาดยางที่ใช้สัญจรไปมา วิ่งไป-กลับเส้นทางเดิม โดยจุดสตาร์ทอยู่บริเวณหน้าสำนักงานเขตบึงกุ่ม พอปล่อยตัวจากด้านหน้าเขตก็วิ่งเลี้ยวซ้ายออกสู่ถนนเสรีไทย วิ่งบนถนนเสรีไทยประมาณ 2 กิโล ถึงแม้การจราจรบนถนนเสรีไทยจะไม่ปิดสนิทแต่การแบ่งเส้นทางการวิ่งและการดูแลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปได้อย่างดีเยี่ยมหรือดีมากที่สุดเท่าที่เคยได้รับมา วิ่งไปได้ซัก 2 กิโล ก็เลี้ยวซ้ายวิ่งออกทางเรียบคู่ขนานไปบางปะอิน อีก 3 กิโลเมตร เส้นทางถูกปิดสำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะ ข้างทางก็มีต้นไม้ร่มรื่น อากาศไม่ร้อนมาก ตลอดเส้นทางการวิ่ง 10 กิโล เป็นทางเรียบล้วนๆ ไม่มีเนิน ภาพโดยรวมถือว่าดีมากทีเดียวสำหรับงานวิ่งในกรุงเทพ ฝุ่นควันไม่มาก หากงานนี้ผู้จัดไม่พลาดเรื่องการบริการให้น้ำนักวิ่งไม่ว่าจะเป็นตั้งจุดให้น้ำเพียง 2 จุด มีแต่เพียงน้ำเปล่า และปริมาณน้ำที่ขาดแคลนไม่เพียงพอสำหรับนักวิ่งในเส้นทางการแข่งขัน รับรองว่างานนี้จะเป็นอีกงานที่จะเป็นที่ประทับใจนักวิ่งในด้านบวกมากกว่านี้แน่นอน

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้เป็นสนามใหม่ที่ถูกจัดขึ้นมาเป็นครั้งแรก งานแรกของ กต.ตร.สน.บึงกุ่ม เส้นทางการวิ่งไม่ยาก ไม่มีเนิน สำหรับนักวิ่งน้องใหม่ และนักวิ่งในกรุงเทพสนามนี้เป็นสนามที่น่าสนใจและน่าวิ่งทีเดียว ไม่เฉพาะเส้นทางการวิ่งบนทางเรียบคู่ขนานที่บรรยากาศถถือว่าดีแล้ว การเดินทางก็สะดวก ความปลอดภัยในเส้นทางการวิ่งและทรัพย์สินเลยไม่ต้องเป็นห่วงมากนัก

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: ในเรื่องของเส้นทางการแข่งขัน วัน เวลา และสถานที่ในการจัดวิ่งของสนามนี้ถือว่าดีและเหมาะสมมากทีเดียว แต่สิ่งที่ผิดพลาดอย่างแรงในวันนี้ผู้จัดก็คงทราบดีอยู่แล้ว จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นจากนักวิ่งนับร้อยนับพันที่ตั้งใจไปร่วมงาน และคิดว่าในครั้งต่อไปสิ่งที่ผิดพลาดนี้คงจะไม่เกิดขึ้นกับงานนี้อีก และเชื่อว่าหากข้อผิดพลาดนี้ได้ถูกนำมาพิจารณาและแก้ไขในครั้งต่อไป งานวิ่งนี้จะเป็นงานวิ่งในกรุงเทพที่นักวิ่งอยากไปวิ่งแน่นอน......

24.7.48

สุราษฎร์มินิ – ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 8

ชื่องาน: สุราษฎร์มินิ – ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 8
(24 กรกฎาคม 2548)
สถานที่: ณ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
สรุปผลการประเมิน: 76 คะแนน เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: สุราษฎร์มินิมาราธอน มีการแข่งขัน 3 ระยะ ได้แก่ 4K, 10K และ 21K ทั้ง 3 ระยะวิ่งบนเส้นทางเดียวกัน เป็นการวิ่งไป-กลับเส้นทางเดิม โดยออกจากจุดปล่อยตัวจากหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ฯ วิ่งตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร ผ่านศาลหลักเมืองและวิ่งข้ามสะพานแม่น้ำตาปีไปอีกฝั่ง เส้นทางหลังจากข้ามสะพานไปแล้วเป็นทางเรียบลาดยาง ไม่มีเนิน วิ่งกันง่ายๆ สบายๆ อากาศไม่ร้อน บรรยากาศก็ดีทีเดียว ตลอดเส้นทางเป็นสวนมะพร้าวสวนจาก และในช่วงกิโลสุดท้ายเป็นเส้นทางในตัวเมืองซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรของชาวสุราษฎร์ การจราจรก็เลยพลุกพล่าน ทำให้นักวิ่งที่เข้าเส้นชัยหลังวิ่งซักชั่วโมงครึ่งต้องคอยระวังรถกันบ้าง

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามวิ่งวันนี้เป็นสนามวิ่งที่เหมาะสำหรับนักวิ่งน้องใหม่มาก วิ่งไม่ยาก ถ้าเป็นนักวิ่งระดับแนวหน้าก็วิ่งกันสบายเรียกว่าทำเวลากันได้เต็มที่ นอกจากนั้นสุราษฎร์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอนจะจัดขึ้นทุกๆสองปีและจัดขึ้นในช่วงเทศกาลผลไม้ของเมืองสุราษฎร์ฯ ดังนั้นจึงเป็นสนามที่น่ามาวิ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบวิ่งไปเที่ยวไปแถมกินไปได้เป็นอย่างดี...

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: สองปีจัดครั้ง ผู้จัดจึงมีความตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะให้งานออกมาประทับใจเพื่อนนักวิ่งทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการบริการอาหารมื้อเย็นที่อร่อยพร้อมคาราโอเกะให้นักวิ่งได้โชว์พลังเสียงก่อนโชว์ฝีเท้าในวันรุ่งขึ้น และการมอบถ้วยรางวัลที่สวยงาม กับนักวิ่งหลายๆอันดับ แถมมีของขวัญปลอบใจให้นักวิ่งที่พลาดถ้วยไปอีก นอกจากนั้นยังมีการจับรางวัลซึ่งเป็นรางวัลใหญ่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพัดลม โทรทัศน์ เครื่องเล่นวีซีดี สร้อยคอทองคำ และอื่นๆมากมาย ถึงแม้นักวิ่งจะได้รับถ้วยกันเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็ยังคอยลุ้นรางวัลกันอย่างสนุกสนาน ระหว่างรอลุ้นรางวัลก็พูดคุยกัน กินอาหารกันไปพลาง งานนี้เรียกว่า เจ้าภาพไม่บอกเลิกก็ยังไม่กลับ ก็ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากให้ผู้จัดได้ตระหนักมากขึ้นมาอีกนิดนึง นั่นคือ เส้นทางการวิ่งที่จะเป็นเอกลักษณ์ของสุราษฎร์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ส่วนการวิ่งในบนถนนในตัวเมืองซึ่งเป็นเส้นทางจราจรหลักหากเลี่ยงได้ก็จะเป็นการดี เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่งและช่วยจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภอ.เมืองสุราษฎร์ได้อีกทาง