19.4.51

ถ้วยรางวัลจาก "สนามวิ่ง"















ถ้วยรางวัลใบแรกของการลง "สนามวิ่งแข่งขัน"


ถ้วยรางวัล จากสนามแข่งขันต่างๆ


ตอนนี้ผมไปอยู่ ญี่ปุ่น แล้วคร้าบ...


ผมชอบอยู่ในน้ำคร้าบบบ....




เมื่อ "กบน้อย" ต้องย้ายไปอยู่กับ "น้องฟ้า"











"ตุ๊กตาหมอน" เอาไว้หนุนนอนและกอดเล่น






น่ารักๆ มากันเป็นคู่











นานาสารพัด "ตุ๊กตา 3"


นานาสารพัด "ตุ๊กตา 2"


นานาสารพัด "ตุ๊กตา"


5.3.51

"ปิ่นโต" อาหารกลางวัน

สมัยเด็กๆเวลาไปโรงเรียนแม่จะเอาข้าวใส่ ปิ่นโต หรือไม่ก็ อับข้าว ให้ไปกินโรงเรียน ตอนนั้นน่ะเหรอ อายเพื่อนจะตายหิ้วปิ่นโตไปกินโรงเรียน ทั้งๆที่ก็มีเพื่อนหิ้วปิ่นโตไปกินเหมือนเราเยอะแยะ เอาเป็นว่าหิ้วปิ่นโตไปโรงเรียนมันไม่เท่อ่ะ นอกจากมันจะไม่เท่ แถมกินเสร็จก็ขี้เกียจล้าง กลับถึงบ้านกลิ่นเหม็นอาหารที่เหลือมันบูดอีก ยิ่งทำให้เราไม่อยากใช้มันเลย บางวันลืมเอากลับบ้านโดนดุ แถมยิ่งเหม็นเข้าไปใหญ่
ตอนนี้โตแล้ะ เข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อแม่ถึงอยากให้ลูกเอาปิ่นโตไปโรงเรียน และเริ่มรู้แล้วว่ากับข้าวปิ่นโตมันดียังไง สิ่งแรกเลยคือช่วยลดขยะประเภทถุงพลาสติกได้โขเลย เพราะปัจจุบันนิยมเป็นแม่บ้านถุงพลาสติกกันทั้งนั้น ประหยัดค่าข้าวได้ด้วย กินไม่หมดเก็บไว้กินมื้อต่อไปได้อีก หิ้วปิ่นโตไปที่ร้านแม่ค้าก็ใส่ให้เยอะดี ถ้าทำเองก็ประหยัดยิ่งขึ้นแถมรสชาดก็ถูกปาก ตอนนี้ไม่อายแล้วหละที่จะหิ้วปิ่นโต เพราะอย่างน้อยเราก็ได้เริ่มทำอะไรบ้างเพื่อช่วยโลกของเราใบนี้

27.2.51

ย้อนอดีต...สมัยเรียนประถมศึกษา

ย้อนอดีต... สมัยเรียนประถมศึกษา ตอนเย็นๆหลังเลิกเรียน นักเรียนมายืนเข้าแถวก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน เราเป็นตัวแทนนำกล่าวคำปฏิญาณ เพราะเป็นคนเสียงดัง ไม่ต้องมีไมโครโฟนก็ได้ยินกันทั่วโรงเรียน

นักเรียนทุกคนจงกล่าวตามข้าพเจ้า... "พวกเราเป็นไทย อยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะเรามีชาติ มีศาสนา มีพระมหากษัตริย์ ซึ่งบรรพบุรุษของเรา เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิต และความลำบากยากเข็ญเข้าแลกไว้ เราต้องสละชีพเพื่อชาติ เราต้องบำรุงศาสนา เราต้องรักษาพระมหากษัตริย์ เรานักเรียน จะต้องประพฤติตน ให้อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียน มีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง และผู้อื่น เรานักเรียน จะต้องไม่ประพฤติตน ให้เป็นที่เดือดร้อน แก่ตนเอง และผู้อื่น"
จากนั้นก็อ่านพระบรมราโชวาทให้เพื่อนนักเรียนฟังอีก 1 บท แต่ละวันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มีบทหนึ่งที่จำได้ขึ้นใจเพราะถ้าวันไหนลืมไม่ได้เอาโพยมาก็ท่องบทนี้แหละ "ในบ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดีไม่มีใครทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อยจึงมีใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้ " พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (เมื่อวันที่ 11ธันวาคม2542ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งที่ 5 ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี)

จากนั้น ก็จบลงด้วย เพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน...

คำปฏิญาณ และพระบรมราโชวาทที่เราเคยท่องก่อนกลับบ้านทุกวัน มันติดอยู่ในใจของข้าพเจ้าเสมอนับจวบจนทุกวันนี้ มันคอยเตือนสติเราเสมอ แล้วจะมีใครยังจำมันได้บ้างมั้ย

12.2.51

การลดช่องว่างระหว่าง คนจน คนรวย เป็นอีกแนวทางที่สำคัญ

เพื่อที่จะพัฒนาประเทศ การลดช่องว่างระหว่างคนจน – คนรวย เป็นอีกแนวทางที่สำคัญ และแนวทางในการลดช่องว่างระหว่างคนจน-คนรวย “กฎหมาย” และ “การศึกษา”

“กฎหมาย” ที่คอยควบคุมคนรวยไม่ให้มีหรือใช้อำนาจในการเอารัดเอาเปรียบ หรือหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ และ

“การศึกษา” ที่จะช่วยทำให้ สังคมหรือคนจนได้เรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น



แต่ ณ ขณะนี้ คนรวยทำตัวอยู่เหนืออำนาจกฎหมาย การศึกษาคุณภาพต่ำ เรียนจบออกมาก็ยังไม่รู้จักคิด ไม่รู้จะคิดอะไร วิเคราะห์ก็ไม่เป็น...

4.2.51

แนะนำบ้าน...นักวิ่ง

1) พลโท ธงชัย ตระสินธุ์ ผู้ชำนาญการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก 357ประธานชมรมวิ่งแข่งขันสวนน้ำบุ่งตาหลั่ว นครราชสีมา ประธานและกรรมการสมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ http://moosing.exteen.com/ และ http://moosing.spaces.live.com/ ใครเลยจะคิดว่านักวิ่งอาวุโสอย่างท่านนี้จะมีบ้านไอทีเป็นของตัวเอง แวะไปเยี่ยมบ้านท่านเสียก่อน แล้วคุณจะติดใจ เพราะบ้านของท่านเป็นรวมเรื่องราว และทิปน่ารู้สำหรับนักวิ่งไว้มากมายเลยทีเดียว อย่าพลาด... บ้านหลังนี้เชียว

2) บ้าน คนชอบวิ่ง (นพ.สุธี ฮั่นตระกูล) คุณหมออีกท่าน ที่ชื่นชอบการวิ่ง http://gotoknow.org/profile/shantrakul
และนานาสาระที่เป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่ง http://gotoknow.org/blog/jogging

3) บ้านคุณหมอ นพ.สมนึก ตปนียวรวงศ์ (JFK) นอกจากจะเป็นคุณหมอ ยังมีงานอดิเรกต่างๆที่น่าสนใจมากมาย รวมทั้ง " วิ่ง " ด้วยเช่นกัน บ้านคุณหมอ http://www.2jfk.com/

4) บ้าน นายวิมุติ วสะหลาย หนุ่มนักดาราศาสตร์ และงานอดิเรกดูดาว ส่องนก http://www.naiwimut.org/ หลังนี้เป็นเรื่องราวเบื้องลึกส่วนตัวของเขาเองส่วนอีกหลัง ใหญ่ไม่แพ้บ้านแรก http://www.verdantplanet.org/ ชื่อบ้าน "โลกสีเขียว" เป็นแหล่งรวมนานาสารพัดสัตว์ ที่หลายๆคนอาจไม่เคยได้เห็นหรือรู้จักมาก่อนลองแวะไปดู ไปชม กันได้ ค่าเข้าชมฟรี...

5) บ้านคุณราเชน สามหล้า (ชินจัง) นักวิ่งสังกัดชมรมไทยมาราธอนนอกจากจะเป็นนักวิ่ง ยังใช้เวลาว่างส่วนใหญ่อ่านหนังสือบ้านเล็กของนักวิ่งท่านนี้ จึงมีเรื่องราวต่างๆมากมายที่เกี่ยวกับหนังสือเล่าสู่กันฟัง http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rsamlha (http://www.rsamlha.bloggang.com/)

6) บ้าน นายโคโกโร่ http://kogoro9.multiply.com/ เป็นบ้านหลังเล็กบันทึกเรื่องราวส่วนตัวที่กล้าเปิดเผยและความทรงจำบนสนามวิ่งต่างๆ แวะไปอ่านกันได้นะครับ

7) บ้าน คุณเจียระนัย แสงอุทัย- เจอรี่ สังกัดไทยมาราธอน และชมรมวิ่งระยองเป็นนักวิ่งสาวที่มีบ้านเป็นของตัวเองเหมือนกัน และ ไม่ใช่แค่หลังเดียวเท่านั้นนะhttp://jerryjane.multiply.com/ อีกหลัง http://jerrysang.spaces.live.com/ ลองแวะไปเยี่ยม และ ทักทายพูดคุยกับเธอได้

8) บ้านนักวิ่งสาวอีกหลัง ที่มีนามว่า ป้าสมใจ นักวิ่งไทยในต่างแดน อยากรู้ว่า ป้าสมใจ เป็นใคร ต้องแวะไปชม http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=thanatorn (http://www.thanatorn.bloggang.com/)

ไอทีโซน-''ชิพเวลา''กันนักวิ่งมาราธอนโกง

โดย คม ชัด ลึก วัน จันทร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 02:18 น.

การแข่งขันวิ่งมาราธอนนอกจากต้องมีนักกีฬาและกรรมการแล้ว ยังต้องมีเครื่องจับเวลาที่ใช้กับกีฬาประเภทนี้โดยเฉพาะ ซึ่งที่ผ่านมาต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้า นักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.ขอนแก่น จึงพัฒนาชิพจับเวลาติดบนเสื้อ ช่วยให้ตัดสินแพ้-ชนะได้อย่างโปร่งใส

นายกรวิษณ์จั่นทอง นักศึกษาปี 4 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า ชิพจับเวลาดังกล่าวเป็นชิพอาร์เอฟไอดี ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายป้ายชื่อ แต่หุ้มซิลิโคนเพื่อป้องกันน้ำ หรือเหงื่อ ส่วนวิธีใช้งานก็เพียงกลัดไว้บนเสื้อ หรือกางเกงของนักกีฬา แต่ในอนาคตจะออกแบบเป็นสายรัดข้อมือ เอาใจนักกีฬาที่ชอบถอดเสื้อวิ่ง

จากการทดลองใช้งานป้ายจับเวลาในนักวิ่ง50 คน โดยแบ่งเป็น 5 แถวหน้ากระดาน แถวละ 10 คน และให้ออกวิ่งจำลองเหตุการณ์ พบว่า ป้ายอ่านเวลาสามารถอ่านข้อมูลได้ 46 คน หรือคิดเป็นค่าความคลาดเคลื่อน 8% นอกจากตัวชิพอาร์เอฟไอดีที่อยู่ในรูปป้ายชื่อแล้วที่จุดสตาร์ท จุดเช็กพ้อยช์และเส้นชัย จะต้องติดตั้งเครื่องอ่านสัญญาณและเสาอากาศ ซึ่งทำหน้าที่ส่งคลื่นสัญญาณวิทยุความถี่สูง โดยเครื่องอ่านจะอ่านรหัสนักวิ่งจากป้ายและบันทึกข้อมูลเวลาที่นักวิ่งผ่าน ณ จุดนั้น แล้วส่งไปยังชุดคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะประมวลผลว่านักวิ่งหมายเลขนั้นออกสตาร์ทเวลาเท่าไร ไปถึงจุดเช็กพ้อยช์และเข้าเส้นชัยในเวลาเท่าไร
ระบบจับเวลาจะช่วยป้องกันการโกงขณะแข่งขันสำหรับผู้ที่ไม่ยอมวิ่งไปยังจุดที่กรรมการกำหนด โดยข้อมูลจะฟ้องผ่านเครื่องอ่าน ทำให้ทราบว่าผู้แข่งขันผ่านจุดนั้นๆ มาแล้วหรือไม่ หรือวิ่งออกนอกเส้นทางเพื่อให้ถึงเส้นชัยเร็วขึ้น เป็นต้น นายกรวิษณ์ กล่าว

นายพันธาวุฒิ ภูครองจิต เพื่อนร่วมทีมพัฒนากล่าวว่า เครื่องจับเวลาของกีฬาวิ่งมาราธอนดังกล่าวใช้ทุนวิจัยประมาณ 7.5 แสนบาท ในการจัดซื้อเครื่องอ่าน 3 เครื่อง เสาอากาศ 20 เสา และป้ายอัจฉริยะ 1 หมื่นชิ้น ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีผศ.ดร.ดารณี หอมดี อาจารย์ประจำภาควิชา เป็นที่ปรึกษาโครงการวิจัย คาดว่าประมาณปี 2553 จะเป็นสินค้าออกสู่ตลาดได้


คำถามของผม:
ชิพจะกันนักวิ่งโกงได้จริงหรือ
และคาดว่าประมาณปี 2553 จะมีชิพจับเวลาโดยฝีมือคนไทยผลิตออกสู่ตลาด โดย มข.
แล้วสถาบันอื่นหายไปไหนเสียล่ะ รพ.สิชล, มอ., มทร ฯลฯ

30.1.51

คนเราทุกวันนี้ดูจะนับถือกันด้วย ลาภ ยศ ตำแหน่ง เงินตรา วัตถุนิยม


คนจะงาม งามน้ำใจใช่ใบหน้า คนจะสวย สวยจรรยาใช่ตาหวานคนเราทุกวันนี้ดูจะนับถือกันด้วย ลาภ ยศ ตำแหน่ง เงินตรามากกว่าจะนับถือกันด้วยความดีที่ได้กระทำ ยึดติดกับวัตถุและอำนาจเงินตรายกย่องสรรเสริญกันที่เพียงเปลือกนอก เนื้อในจะเป็นเช่นไรไม่สำคัญเพราะเหตุนี้เอง มันเลยทำให้สังคมดูจะเสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆบางคนรวย มีเงิน มีอำนาจ มีบารมี และพยายามใช้ความได้เปรียบให้ได้มาซึ่งความสะดวกสบาย


บ้างก็แสดงอำนาจอยู่เหนือกฎหมาย บ้างก็ทำตัวเป็นกฎหมายเสียเองบางคนมียศ มีตำแหน่ง ก็ใช้ยศใช้ตำแหน่งเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้องทำไมต่างประเทศมีกฎหมายและบทลงโทษออกมาใช้ได้ในระยะเวลาสั้นๆผิดกับเมืองไทย...อย่าว่าแต่กฎหมายใหม่จะคลอดออกมาแต่ละทีเลยกับอีแค่ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเก่ายังใช้เวลานานนับเป็น 10 ปียังมีเลยทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะเหล่าบรรดาผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ทั้งหลายก็ไม่มีใครอยากจะเสียผลประโยชน์กันทั้งนั้น แต่ถ้าได้ประโยชน์... กรูสนับสนุนเต็มที่ถ้ากรูและพวกเสียประโยชน์ แม้เมิง(คนไทย)จะได้ประโยชน์ ก็รอไปก่อนชาติหน้า...บางคนไม่มีแต่พยายามทำว่าตัวเองมี ดิ้นรนไขว่คว้าเพื่อจะได้มาด้วยวิธีต่างๆนานาคนกลุ่มนี้มีเยอะ และเป็นกลุ่มที่น่าสงสารที่สุด เหมือนเป็นพวกโรคจิตชนิดหนึ่ง
อยากมี อยากได้ อยากให้เป็นที่นับน่าถือตา ด้วยการสร้างภาพให้ดูดีด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์และของนอกกายมีรถราคาแพงๆขับ มือถือทันสมัย หิ้วกระเป๋าหลุย แม้จะต้องเป็นหนี้ก็ตาม


มีแต่ความกระหายไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ ยิ่งไปกว่าคือ "ไม่รู้คุณค่าของตัวเอง" ค้นหาตัวเองไม่เจอ เลยต้องเดินตามเค้าไป เลียนแบบชาวบ้านไปเรื่อยเป็นไปตามกระแส นับถือคนรวยที่เปลือกนอก พาลดูถูกคนจนคนเบี้ยน้อยหอยน้อย กรรมกรแบกหาม แทบไม่เหลือค่าความเป็นคนในสังคมสิทธิ และความเป็นธรรม แทบไม่ต้องไปควานหาไม่อยากเดือดร้อนไปกว่านี้ก็อย่าไปขวางมือ ขวางตีนใครเข้าก็แล้วกันเกิดมาจนเมิงก็จนไปทั้งชาติ ถ้าไม่ถูกหวยรางวัลที่ 1 ยกชุดคนกลุ่มนี้จะดีหน่อยก็ตรงที่เจียมเนื้อ เจียมตัวเองอยู่เสมอหากวันไหน สิทธิเสรีภาพ ความยุติธรรม ไม่ขึ้นอยู่กับอำนาจเงินตรา บารมี คนกลุ่มนี้ ก็คงจะสามารถป่าวประกาศตัวเองได้ว่า ข้าก็เป็นคนสำคัญของประเทศเหมือนกันนะเฟ้ย...

26.1.51

ประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี

ประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นประเพณีทางพุทธศาสนา ของชาวอุบลฯ ซึ่งมีความเจริญในพุทธศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีมาเป็นเวลายาวนาน ถือเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้กำหนดจัดงานขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 และแรม 1 ค่ำเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา จัดให้มีขึ้นทุกปี
จากการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ ได้ความว่า ชาวอุบลราชธานี ได้ทำต้นเทียนประกวดประชันความวิจิตรบรรจงกัน ตั้งแต่ พ.ศ.2470 จนเมื่อปี พ.ศ.2520 จังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดงานสัปดาห์ประเพณีแห่เทียนพรรษา ให้เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่และมโหฬาร สถานที่จัดงานคือ บริเวณทุ่งศรีเมืองและศาลาจตุรมุข มีการประกวดต้นเทียน 2 ประเภท คือ ประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก โดยขบวนแห่จากคุ้มวัดต่างๆ พร้อมนางฟ้าประจำต้นเทียน จะเคลื่อนขบวนจาก หน้าวัดศรีอุบลรัตนาราม ไปตามถนน มาสิ้นสุดขบวนที่ทุ่งศรีเมือง และการแสดงสมโภชต้นเทียน แลเป็นแสงไฟต้องลำเทียนงามอร่ามไปทั้งงาน การจัดงาน จะจัดขึ้นในช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม ของทุกปี


กิจกรรมหลักๆ จะจัดขึ้นบริเวณทุ่งศรีเมือง ส่วนกิจกรรมพิเศษอื่นๆ จะจัดขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ภายในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี งานประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี นอกจากจะเป็นงานที่แสดงออกถึง การยึดมั่นสืบสานงานบุญทางพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัดของชาวเมืองอุบลฯ แล้ว ยังเป็นงานที่แสดงออกถึงวิวัฒนาการด้านศิลปะของสกุลช่างเมืองอุบลฯ อีกด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากบรรดาช่างศิลป์เมืองอุบลฯ ที่มีอยู่มากมายหลากหลายแขนง และผลิตงานด้านศิลปอย่างต่อเนื่องตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปร่วมสมัย งานหัตถกรรมพื้นบ้าน และงานก่อสร้างตกแต่งโบสถ์วิหารต่างๆ จะใช้โอกาสในช่วงเทศกาลนี้กลับมาทดสอบ ทดลองและประลองฝีมีเชิงช่างโดยผ่านต้นเทียนพรรษา ดังนั้น ผู้ที่มาร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี จึงสามารถชื่นชมและศึกษากิจกรรมของงาน ทั้งในด้านการสืบสานจารีตประเพณีพื้นเมือง และในด้านศิลปการตกแต่งต้นเทียนกิจกรรมภายในงานที่สำคัญ ๆ ได้แก่











1. เยือนชุมชน ชมวิถีวัฒนธรรมการตกแต่งต้นเทียน การไปเยือนชุมชน หรือ คุ้มวัดต่าง ๆ ในช่วงที่กำลังเตรียมการตกแต่งต้นเทียน คือในช่วงประมาณ 2-3 วัน ก่อนวันแห่นั้น นอกจากผู้มาเยือนจะได้ศึกษากรรมวิธีและขั้นตอน การตกแต่งเทียนอันเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นแล้ว ยังจะได้สัมผัสบรรยากาศการร่วมแรงร่วมใจ ของชุมชนในการทำกิจกรรมทางพุทธศาสนา ซึ่งถือเป็นวิถีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สำคัญของชาวอุบลฯ สำหรับคุ้มวัดที่น่าสนใจ เช่น วัดบูรพา วัดหนองบัว วัดสว่างอารมณ์ วัดศรีประดู่ทรงธรรม วัดสุทัศวนาราม วัดทุ่งศรีเมือง และวัดผาสุการาม เป็นต้น

2. การเวียนเทียนวันอาสาฬหบูชาที่วัดงามในเมืองอุบลฯ การเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชาจัดขึ้นในช่วงค่ำของ ตามวัดต่างๆ โดยทั่วไปกิจกรรมนี้ นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่จะได้ชื่นชมเอกลักษณ์ ทางสถาปัตยกรรมพื้นเมือง อันงดงามตามวัดต่างๆ ในอีกมิติหนึ่ง
3. การตั้งแสดงต้นเทียนรอบทุ่งศรีเมือง การแสดงงานศิลปะตกแต่งเทียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ในช่วงค่ำของวันอาสาฬหบูชา จะเป็นเวลาที่ต้นเทียน พรรษาจากคุ้มวัดต่างๆ กว่า 30 ต้น จะถูกเคลื่อนย้ายมาตั้งไว้ ณ บริเวณถนนรอบๆ ทุ่งศรีเมือง เพื่อเตรียมการเข้าร่วมขบวนแห่ในเช้าวันรุ่งขึ้น ในช่วงนี้ต้นเทียนจะได้รับการตกแต่งอย่างสมบูรณ์ ประกอบกับสถานที่ตั้งจะได้รับการจัดเตรียมไว้อย่างดี เช่น การเตรียมแสงไฟไว้สาดส่องต้นเทียนการประดับประดาบริเวณงาน อย่างเป็นระเบียบ ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเป็น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชื่นชมศิลปการตกแต่งเทียนอย่างละเอียดละออ โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเวลา และอาจกล่าวได้ว่าเป็นการแสดงศิลปะตกแต่งเทียนที่งดงาม และสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย


4. กิจกรรมขบวนแห่เทียนพรรษา จะจัดขึ้นในวันรุ่งขึ้น คือวันเข้าพรรษา ตั้งแต่เวลา ประมาณ 08.00 น. เป็นต้นไป โดยจะเคลื่อนขบวนไปตามถนนอุปราช ผ่านหน้าศาลากลาง ไปถนนชยางกูร เป็นระยะทางประมาณ 2-3 กม. จึงสลายขบวน รูปแบบของการจัดขบวนประกอบด้วย ขบวนเทียนหลวงพระราชทาน ขบวนต้นเทียนของคุ้มวัดต่าง ๆ ซึ่งแต่ละขบวนจะประกอบด้วยการแสดง การละเล่น การฟ้อนรำ การบรรเลงดนตรีในรูปแบบของศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง การเข้าชมขบวนแห่ ่คณะกรรมการจัดงานจะจัดเตรียมอัฒจันทร์นั่งชมไว้บริการ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด อัตราค่าบริการประมาณท่านละ200 บาท ส่วนการเข้าชมขบวนตามจุดอื่นๆ นั้นสามารถชมได้ตามอัธยาศัยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ขบวนดังกล่าวปกติจะเสร็จสิ้นในช่วงบ่าย

5. กิจกรรมทำบุญถวายเทียนพรรษา เป็นกิจกรรมที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจของประเพณีบุญเข้าพรรษา โดยพุทธศาสนิกชนจะนำเทียนพรรษาผ้าอาบน้ำฝน และเครื่องใช้ที่จำเป็นอื่น ๆ ไปถวายพระสงฆ์ตามวัดใกล้บ้านเพื่อสืบสานงานบุญและเป็นศิริมงคลแก่ตนเอง กิจกรรมนี้ผู้มาเยือนสามารถศึกษาชื่นชมและร่วมกิจกรรมได้ตามวัดทั่ว ๆ ไป

6. กิจกรรมอื่นๆ นอกจากกิจกรรมดังกล่าวข้างต้นแล้ว คณะกรรมการจัดงานยังได้จัดกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง การจัดงานพาแลง และการประกวดธิดาเทียนพรรษา ณ ลานเทียนเฉลิมพระเกียรติ ทุ่งศรีเมือง

ประเพณีผีตาโขน อ.ด่านซ้าย จ.เลย

ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนนั้น นับเป็นประเพณีที่ชาวด่านซ้ายและชาวบ้านอำเภอใกล้เคียงได้สืบสานกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ แต่มีการเล่นการจัดกันอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในเขตอำเภอด่านซ้าย จนกระทั่งกลายเป็นประเพณีที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยการละเล่นผีตาโขนนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีบุญหลวง ซึ่งเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของท้องถิ่น ที่รวมเอา "งานบุญพระเวส" (ฮีตเดือนสี่) และ "งานบุญบั้งไฟ" (ฮีตเดือนหก) เข้าไว้เป็นงานบุญเดียวกัน งานบุญพระเวสนั้นเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อฟังเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ ซึ่งเชื่อว่าถ้าใครได้ฟังเทศน์ครบทั้ง 13 กัณฑ์จะได้อานิสงค์แรงกล้า บันดาลให้เกิดไปพบพระศรีอริยเมตไตรย์ในชาติหน้า

ส่วนงานบุญบั้งไฟเป็นงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์หลักเมืองและถือเป็นประเพณีการแห่ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งในงานบุญหลวงนี้จะมี "การละเล่นผีตาโขน" ช่วยสร้างความสนุกสนานครื้นเครงในขบวนแห่ด้วย การละเล่นผีตาโขนถือเป็นการแสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาอันดีงามน่าภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของชาวอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เพราะปัจจุบันมีอยู่เพียงแห่งเดียวในเมืองไทย ชาวด่านซ้ายนั้นจะรอคอยให้ถึงวันงานอย่างใจจดใจจ่อ และตระเตรียมทำหน้ากากผีตาโขนกันอย่างประณีตบรรจงให้สวยงาม เหมือนจะเป็นการประกวดประขันประชันฝีมือกันอย่างไม่มีใครยอมใคร โดยหน้ากากผีตาโขนนั้นมักทำจากหวดนึ่งข้าวเก่าๆ นำมาทำเป็นโครง ตกแต่งติดจมูกแหลมโง้งยื่นยาวออกมา แล้วทาสีพื้นก่อนเขียนวาดลวดลายอันอ่อนช้อยงดงามด้วยสีสันสดใส ผีตาโขนที่จะเข้าขบวนแห่นั้น แบ่งออกได้เป็นสองขนาด คือ ผีตาโขนใหญ ่ และ ผีตาโขนเล็ก
สำหรับผีตาโขนใหญ่นั้นจะจัดทำขึ้นเพียง 2 ตัว คือ หญิง 1 ชาย 1 เท่านั้น ผีตาโขนใหญ่จะทำขึ้นจากโครงไม้ไผ่คล้ายกับสุ่มไก่ขนาดใหญ่ จากนั้นก็ตกแต่งด้วยผ้าจนมองไม่เห็นโครงไม้ไผ่ เมื่อเข้าขบวนแห่ก็จะมีคนเข้าไปอยู่ภายในเพื่อยกโครงไม้ไผ่เคลื่อนไปตามขบวน ลักษณะพิเศษของผีตาโขนใหญ่อีกอย่างหนึ่ง คือ จะทำเครื่องเพศหญิง ชายไว้อย่างชัดเจน ผีตาโขนใหญ่นี้บุคคลทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตจัดทำขึ้น มีเพียงกลุ่มคนที่ได้รับมอบหมายให้จัดทำมาหลายชั่วอายุคนเท่านั้น และก่อนทำก็จะต้องมีการขอขมาสิ่งศักดิ์ก่อน จึงจะสามารถขึ้นโครงร่างได้















สำหรับผีตาโขนเล็ก หรือ ผีตาโขน ที่เราจะพบเห็นในขบวนแห่ทั่วไปนั้น ชาวบ้านในละแวกบ้านใกล้เคียงจะจัดทำขึ้นเพื่อเข้าร่วมขบวนแห่ เดิมทีนั้นจะมีเฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่ร่วมขบวนแห่ แต่ปัจจุบันมีการจัดขบวนของทางโรงเรียนซึ่งมีนักเรียนหญิงแต่งกายเป็นผีตาโขนเข้าร่วมด้วย การแต่งกายของผีตาโขนนั้น จะนำเศษผ้ามาเย็บเป็นชุดเพื่อปิดบังร่างกาย และสวมหน้ากากที่ทำขึ้นจากโคนของทางมะพร้าว นำมาตัดแต่งให้เป็นรูปหน้า รูปตา และเติมจมูกยาว ๆ คล้ายกับงวงช้าง ทำการวาดลวดลายเติมสีสันอย่างสวยงาม ส่วนหัวที่ทำคล้ายเขาของผีตาโขนนั้น จะนำเอาหวดนึ่งข้าวที่ทำด้วยไม้ไผ่มาเย็บต่อจากกาบมะพร้าวนั่นเอง และสิ่งที่ ขาดไม่ได้อีกอย่างคือ "หมากกะแหล่ง" หรือ กระดึงสำหรับผูกคอวัว นำมาห้วยเป็นพวกไว้ที่เอว เพื่อเวลาเดินจะเกิดเสียงดังตลอดเวลา ปัจจุบันมีการนำกระป๋องมาบรรจุลูกหินเผื่อใช้แทนหมากกะแหล่ง ส่วนชุดของผีตาโขนนั้นก็มักจะใช้เสื้อผ้า มุ้ง ผ้าห่ม หรือเศษผ้าเก่าๆมาตัดเย็บเล่นสีสันลวดลาย หรืออาจมีการระบายสีเพิ่มเติม โดยชุดผีตาโขนและหน้ากากผีตาโขนนั้นจะทำกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และในระยะหลังๆนี้มีการลงทุนตัดชุดกันอย่างสวยงาม ซึ่งพอถึงวันเล่นผีตาโขน เมื่อทุกคนสวมใส่ชุดเข้าไปและสวมหน้ากากก็จะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ทุกตนก็จะกลายเป็นผีหมด ทั้งผีเล็กผีใหญ่ รวมทั้งผีตัวน้อยๆ ลงไปถึงผีตัวจิ๋วระดับอนุบาล ก็จะสนุกสนานกับการเต้นรำเดินหลอกหลอน ล้อเล่นกับผู้คนไปทั่วทั้งเมือง เรียกว่าสนุกสนานกันอย่างสุดๆ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไม่ต้องวางมาด ไม่ต้องเก๊กหล่อเหมือนเช่นทุกๆวัน จึงเป็นงานที่สนุกสนานกันอย่างสุดๆของบรรดาผีหนุ่มๆ ที่มักชอบเดินเที่ยวแถเข้าไปเต้นหลอกหลอนเต้นรำต้อนสาวๆ


อาวุธประจำกายของผีตาโขนเป็น ดาบไม้ แต่มีไม่น้อยที่นิยมถือ ปลัดขิก ขนาดใหญ่ เพื่อใช้เย้าแหย่สาว ๆ ที่มาชมขบวนแห่เป็นที่สนุกสนานโดยไม่มีการถือโกรธกันแต่อย่างใด ไม่ถือเป็นเรื่องหยาบ หรือลามกเพราะมีความเชื่อกันว่าหากเล่นตลกและนำอวัยวะเพศชายหญิงมาเล่นมาโชว์ในพิธีแห่และงานบุญบั้งไฟจะทำให้ พญาแถน พอใจ ฝนจะตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์
ในขบวนแห่ผีตาโขนนั้น ชาวด่านซ้ายจะร่วมกันสร้างผีตาโขนใหญ่ เป็นผีตาโขนชาย และผีตาโขนหญิง ซึ่งจะมีขนาดสูงใหญ่โดดเด่นแห่ไปในขบวน และคงไม่ต้องบอกว่าผีตาโขนใหญ่ตนไหนเป็นผีตาโขนชาย ตนไหนเป็นผีตาโขนหญิง เพราะแต่ละตนจะมีอวัยวะประจำกายบ่งบอกเสร็จสรรพ ซึ่งใครเห็นก็คงต้องอมยิ้ม สิ่งเหล่านี้ ความเชื่อเหล่านี้เป็นประเพณีที่สืบสานกันมาแต่ครั้งโบราณกาล ซึ่งเรามักจะเห็นสัญลักษณ์เหล่านี้ได้ตามขบวนแห่เช่นในขบวนแห่บั้งไฟ หรือขบวนแห่นางแมวขอฝน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการก่อเกิด สัญลักษณ์ของความเพิ่มพูน สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งเป็นความรื่นเริงสนุกสนานบันเทิงของผู้คนในทุกยุคทุกสมัย

นอกจากการแห่ไปเป็นขบวนทั่วทั้งเมืองด่านซ้ายอย่างเป็นพิธีรีตองแล้ว บรรดาผีตาโขนก็มักจะรวมกลุ่มกัน ออกเดินหยอกล้อผู้คนที่มาเที่ยวงานไปทั่วทั้งเมืองอย่างสนุกสนาน จนมืดค่ำดึกดื่น กระทั่งเสร็จพิธีในวันสุดท้าย ซึ่งวิธีปฏิบัติในอดีตนั้น เมื่อจบงานบรรดาผีตาโขนก็จะนำหน้ากากและเครื่องแต่งกายผีตาโขนไปทิ้งและไม่มีการนำมาเล่นกันอีกจนกว่าจะถึงวันงานประเพณีในปีหน้า แต่ในปัจจุบันการทำหน้ากากผีตาโขน และเครื่องแต่งกายผีตาโขนนั้นมีการลงทุนใช้วัสดุอย่างดี ใช้ผ้าที่สวยงามตัดเย็บเป็นชุดผีตาโขน ในทางปฏิบัติจึงเปลี่ยนไป โดยจะเก็บรักษาหน้ากากและชุดผีตาโขนไว้เพื่อนำมาเล่นใหม่ในปีหน้า ใครที่ยังไม่เคยเดินทางไปชมผมอยากจะแนะนำให้ลองไปชมประเพณีอันสนุกสนานนี้สักครั้ง และคงต้องรีบตัดสินใจสักหน่อย เพราะด่านซ้ายเป็นเพียงอำเภอชายแดนเล็กๆ ของจังหวัดเลย ที่พักมีน้อยต้องรีบจองรีบหา หรือไม่ก็อาจจะเลือกพักในตัวเมืองเลย หรืออำเภออื่นๆอย่างภูเรือแล้ววิ่งรถมาชมงานก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

เพลง ระบำสุโขทัย











เพลง ระบำศรีวิชัย

สองชั้น
/----/-ร-ฟ/-ด-ร/-ฟ--/-ฟซล/-ดํ-รํ/-ฟํ-รํ/-ฟํ-รํ/
/----/-ดํ-ล/-ดํ-รํ/-ฟํ-รํ/-ล-ซ/-ฟ-ร/-ฟ-ล/ซฟ-ซ/
/----/---ด/----/---ซ/---ฟ/-ซ-ด/-ซ-ฟ/ซฟซซ/
/----/---ด/---ร/---ฟ/--ซฟ/-ซ-ล/-ดํ-ล/-ดํ-ล/
/----/-ดํ-ล/-ดํ-ซ/-ฟ-ร/-ฟ-ร/-ฟ-ร/-ด-ร/ดรดด/
/----/-ด-ล/--ดลฺ/ดลฺดด/---ลฺ/ดลฺดด/-ลฺดด/-ดฺดด/ *4

ชั้นเดียว 1
/---ด/-ร-ฟ/ซฟซล/-ดํ-ล/-ดํ-ล/-ซ-ล/-ดํ-รํ/-ดํดํดํ/
/---รํ/-ดํ-ล/-ซ-ล/ซฟ-ซ/-ฟ-ร/-ฟ-ร/-ด-ร/-ดดด/ *2
เที่ยว2 เปลี่ยนสองห้องสุดท้ายเป็น /-ด-ร/-ฟ-ฟ/

สร้อย
/----/---ดํ/----/-ลซฟ/----/---ดํ/----/-ซ-ฟ/
/-ดํ-ดํ/-ดํ-ดํ/-ฟซล/-ซ-ฟ/-ฟซล/-ฟ-ซ/-ฟซล/-ซ-ฟ/ *2

ชั้นเดียว 2
/---รํ/-ดํ-รํ/---ฟํ/-ดํ-รํ/-ดํ-ล/-ดํ-ล/-ซ-ล/ซฟ-ซ/
/---ซ/---ซ/--ฟร/-ด-ซ/-ฟ-ร/-ฟ-ร/-ด-ร/-ด-ด/
เที่ยว2 เปลี่ยนสองห้องสุดท้ายเป็น /-ด-ร/-ฟ-ฟ/ *2

สร้อย
/----/---ดํ/----/-ลซฟ/----/---ดํ/----/-ซ-ฟ/
/-ดํ-ดํ/-ดํ-ดํ/-ฟซล/-ซ-ฟ/-ฟซล/-ฟ-ซ/-ฟซล/-ซ-ฟ/ *2
กลับไปเล่ยชั้นเดียวตั้งแต่ต้นใหม่ (หรือไม่กลับก็ได้) ลงจบ /---ด/---ร/---ฟ/