5.3.51

"ปิ่นโต" อาหารกลางวัน

สมัยเด็กๆเวลาไปโรงเรียนแม่จะเอาข้าวใส่ ปิ่นโต หรือไม่ก็ อับข้าว ให้ไปกินโรงเรียน ตอนนั้นน่ะเหรอ อายเพื่อนจะตายหิ้วปิ่นโตไปกินโรงเรียน ทั้งๆที่ก็มีเพื่อนหิ้วปิ่นโตไปกินเหมือนเราเยอะแยะ เอาเป็นว่าหิ้วปิ่นโตไปโรงเรียนมันไม่เท่อ่ะ นอกจากมันจะไม่เท่ แถมกินเสร็จก็ขี้เกียจล้าง กลับถึงบ้านกลิ่นเหม็นอาหารที่เหลือมันบูดอีก ยิ่งทำให้เราไม่อยากใช้มันเลย บางวันลืมเอากลับบ้านโดนดุ แถมยิ่งเหม็นเข้าไปใหญ่
ตอนนี้โตแล้ะ เข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อแม่ถึงอยากให้ลูกเอาปิ่นโตไปโรงเรียน และเริ่มรู้แล้วว่ากับข้าวปิ่นโตมันดียังไง สิ่งแรกเลยคือช่วยลดขยะประเภทถุงพลาสติกได้โขเลย เพราะปัจจุบันนิยมเป็นแม่บ้านถุงพลาสติกกันทั้งนั้น ประหยัดค่าข้าวได้ด้วย กินไม่หมดเก็บไว้กินมื้อต่อไปได้อีก หิ้วปิ่นโตไปที่ร้านแม่ค้าก็ใส่ให้เยอะดี ถ้าทำเองก็ประหยัดยิ่งขึ้นแถมรสชาดก็ถูกปาก ตอนนี้ไม่อายแล้วหละที่จะหิ้วปิ่นโต เพราะอย่างน้อยเราก็ได้เริ่มทำอะไรบ้างเพื่อช่วยโลกของเราใบนี้

27.2.51

ย้อนอดีต...สมัยเรียนประถมศึกษา

ย้อนอดีต... สมัยเรียนประถมศึกษา ตอนเย็นๆหลังเลิกเรียน นักเรียนมายืนเข้าแถวก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน เราเป็นตัวแทนนำกล่าวคำปฏิญาณ เพราะเป็นคนเสียงดัง ไม่ต้องมีไมโครโฟนก็ได้ยินกันทั่วโรงเรียน

นักเรียนทุกคนจงกล่าวตามข้าพเจ้า... "พวกเราเป็นไทย อยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะเรามีชาติ มีศาสนา มีพระมหากษัตริย์ ซึ่งบรรพบุรุษของเรา เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิต และความลำบากยากเข็ญเข้าแลกไว้ เราต้องสละชีพเพื่อชาติ เราต้องบำรุงศาสนา เราต้องรักษาพระมหากษัตริย์ เรานักเรียน จะต้องประพฤติตน ให้อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียน มีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง และผู้อื่น เรานักเรียน จะต้องไม่ประพฤติตน ให้เป็นที่เดือดร้อน แก่ตนเอง และผู้อื่น"
จากนั้นก็อ่านพระบรมราโชวาทให้เพื่อนนักเรียนฟังอีก 1 บท แต่ละวันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มีบทหนึ่งที่จำได้ขึ้นใจเพราะถ้าวันไหนลืมไม่ได้เอาโพยมาก็ท่องบทนี้แหละ "ในบ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดีไม่มีใครทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อยจึงมีใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้ " พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (เมื่อวันที่ 11ธันวาคม2542ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งที่ 5 ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี)

จากนั้น ก็จบลงด้วย เพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน...

คำปฏิญาณ และพระบรมราโชวาทที่เราเคยท่องก่อนกลับบ้านทุกวัน มันติดอยู่ในใจของข้าพเจ้าเสมอนับจวบจนทุกวันนี้ มันคอยเตือนสติเราเสมอ แล้วจะมีใครยังจำมันได้บ้างมั้ย

12.2.51

การลดช่องว่างระหว่าง คนจน คนรวย เป็นอีกแนวทางที่สำคัญ

เพื่อที่จะพัฒนาประเทศ การลดช่องว่างระหว่างคนจน – คนรวย เป็นอีกแนวทางที่สำคัญ และแนวทางในการลดช่องว่างระหว่างคนจน-คนรวย “กฎหมาย” และ “การศึกษา”

“กฎหมาย” ที่คอยควบคุมคนรวยไม่ให้มีหรือใช้อำนาจในการเอารัดเอาเปรียบ หรือหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ และ

“การศึกษา” ที่จะช่วยทำให้ สังคมหรือคนจนได้เรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น



แต่ ณ ขณะนี้ คนรวยทำตัวอยู่เหนืออำนาจกฎหมาย การศึกษาคุณภาพต่ำ เรียนจบออกมาก็ยังไม่รู้จักคิด ไม่รู้จะคิดอะไร วิเคราะห์ก็ไม่เป็น...

4.2.51

แนะนำบ้าน...นักวิ่ง

1) พลโท ธงชัย ตระสินธุ์ ผู้ชำนาญการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก 357ประธานชมรมวิ่งแข่งขันสวนน้ำบุ่งตาหลั่ว นครราชสีมา ประธานและกรรมการสมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ http://moosing.exteen.com/ และ http://moosing.spaces.live.com/ ใครเลยจะคิดว่านักวิ่งอาวุโสอย่างท่านนี้จะมีบ้านไอทีเป็นของตัวเอง แวะไปเยี่ยมบ้านท่านเสียก่อน แล้วคุณจะติดใจ เพราะบ้านของท่านเป็นรวมเรื่องราว และทิปน่ารู้สำหรับนักวิ่งไว้มากมายเลยทีเดียว อย่าพลาด... บ้านหลังนี้เชียว

2) บ้าน คนชอบวิ่ง (นพ.สุธี ฮั่นตระกูล) คุณหมออีกท่าน ที่ชื่นชอบการวิ่ง http://gotoknow.org/profile/shantrakul
และนานาสาระที่เป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่ง http://gotoknow.org/blog/jogging

3) บ้านคุณหมอ นพ.สมนึก ตปนียวรวงศ์ (JFK) นอกจากจะเป็นคุณหมอ ยังมีงานอดิเรกต่างๆที่น่าสนใจมากมาย รวมทั้ง " วิ่ง " ด้วยเช่นกัน บ้านคุณหมอ http://www.2jfk.com/

4) บ้าน นายวิมุติ วสะหลาย หนุ่มนักดาราศาสตร์ และงานอดิเรกดูดาว ส่องนก http://www.naiwimut.org/ หลังนี้เป็นเรื่องราวเบื้องลึกส่วนตัวของเขาเองส่วนอีกหลัง ใหญ่ไม่แพ้บ้านแรก http://www.verdantplanet.org/ ชื่อบ้าน "โลกสีเขียว" เป็นแหล่งรวมนานาสารพัดสัตว์ ที่หลายๆคนอาจไม่เคยได้เห็นหรือรู้จักมาก่อนลองแวะไปดู ไปชม กันได้ ค่าเข้าชมฟรี...

5) บ้านคุณราเชน สามหล้า (ชินจัง) นักวิ่งสังกัดชมรมไทยมาราธอนนอกจากจะเป็นนักวิ่ง ยังใช้เวลาว่างส่วนใหญ่อ่านหนังสือบ้านเล็กของนักวิ่งท่านนี้ จึงมีเรื่องราวต่างๆมากมายที่เกี่ยวกับหนังสือเล่าสู่กันฟัง http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rsamlha (http://www.rsamlha.bloggang.com/)

6) บ้าน นายโคโกโร่ http://kogoro9.multiply.com/ เป็นบ้านหลังเล็กบันทึกเรื่องราวส่วนตัวที่กล้าเปิดเผยและความทรงจำบนสนามวิ่งต่างๆ แวะไปอ่านกันได้นะครับ

7) บ้าน คุณเจียระนัย แสงอุทัย- เจอรี่ สังกัดไทยมาราธอน และชมรมวิ่งระยองเป็นนักวิ่งสาวที่มีบ้านเป็นของตัวเองเหมือนกัน และ ไม่ใช่แค่หลังเดียวเท่านั้นนะhttp://jerryjane.multiply.com/ อีกหลัง http://jerrysang.spaces.live.com/ ลองแวะไปเยี่ยม และ ทักทายพูดคุยกับเธอได้

8) บ้านนักวิ่งสาวอีกหลัง ที่มีนามว่า ป้าสมใจ นักวิ่งไทยในต่างแดน อยากรู้ว่า ป้าสมใจ เป็นใคร ต้องแวะไปชม http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=thanatorn (http://www.thanatorn.bloggang.com/)

ไอทีโซน-''ชิพเวลา''กันนักวิ่งมาราธอนโกง

โดย คม ชัด ลึก วัน จันทร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 02:18 น.

การแข่งขันวิ่งมาราธอนนอกจากต้องมีนักกีฬาและกรรมการแล้ว ยังต้องมีเครื่องจับเวลาที่ใช้กับกีฬาประเภทนี้โดยเฉพาะ ซึ่งที่ผ่านมาต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้า นักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.ขอนแก่น จึงพัฒนาชิพจับเวลาติดบนเสื้อ ช่วยให้ตัดสินแพ้-ชนะได้อย่างโปร่งใส

นายกรวิษณ์จั่นทอง นักศึกษาปี 4 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า ชิพจับเวลาดังกล่าวเป็นชิพอาร์เอฟไอดี ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายป้ายชื่อ แต่หุ้มซิลิโคนเพื่อป้องกันน้ำ หรือเหงื่อ ส่วนวิธีใช้งานก็เพียงกลัดไว้บนเสื้อ หรือกางเกงของนักกีฬา แต่ในอนาคตจะออกแบบเป็นสายรัดข้อมือ เอาใจนักกีฬาที่ชอบถอดเสื้อวิ่ง

จากการทดลองใช้งานป้ายจับเวลาในนักวิ่ง50 คน โดยแบ่งเป็น 5 แถวหน้ากระดาน แถวละ 10 คน และให้ออกวิ่งจำลองเหตุการณ์ พบว่า ป้ายอ่านเวลาสามารถอ่านข้อมูลได้ 46 คน หรือคิดเป็นค่าความคลาดเคลื่อน 8% นอกจากตัวชิพอาร์เอฟไอดีที่อยู่ในรูปป้ายชื่อแล้วที่จุดสตาร์ท จุดเช็กพ้อยช์และเส้นชัย จะต้องติดตั้งเครื่องอ่านสัญญาณและเสาอากาศ ซึ่งทำหน้าที่ส่งคลื่นสัญญาณวิทยุความถี่สูง โดยเครื่องอ่านจะอ่านรหัสนักวิ่งจากป้ายและบันทึกข้อมูลเวลาที่นักวิ่งผ่าน ณ จุดนั้น แล้วส่งไปยังชุดคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะประมวลผลว่านักวิ่งหมายเลขนั้นออกสตาร์ทเวลาเท่าไร ไปถึงจุดเช็กพ้อยช์และเข้าเส้นชัยในเวลาเท่าไร
ระบบจับเวลาจะช่วยป้องกันการโกงขณะแข่งขันสำหรับผู้ที่ไม่ยอมวิ่งไปยังจุดที่กรรมการกำหนด โดยข้อมูลจะฟ้องผ่านเครื่องอ่าน ทำให้ทราบว่าผู้แข่งขันผ่านจุดนั้นๆ มาแล้วหรือไม่ หรือวิ่งออกนอกเส้นทางเพื่อให้ถึงเส้นชัยเร็วขึ้น เป็นต้น นายกรวิษณ์ กล่าว

นายพันธาวุฒิ ภูครองจิต เพื่อนร่วมทีมพัฒนากล่าวว่า เครื่องจับเวลาของกีฬาวิ่งมาราธอนดังกล่าวใช้ทุนวิจัยประมาณ 7.5 แสนบาท ในการจัดซื้อเครื่องอ่าน 3 เครื่อง เสาอากาศ 20 เสา และป้ายอัจฉริยะ 1 หมื่นชิ้น ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีผศ.ดร.ดารณี หอมดี อาจารย์ประจำภาควิชา เป็นที่ปรึกษาโครงการวิจัย คาดว่าประมาณปี 2553 จะเป็นสินค้าออกสู่ตลาดได้


คำถามของผม:
ชิพจะกันนักวิ่งโกงได้จริงหรือ
และคาดว่าประมาณปี 2553 จะมีชิพจับเวลาโดยฝีมือคนไทยผลิตออกสู่ตลาด โดย มข.
แล้วสถาบันอื่นหายไปไหนเสียล่ะ รพ.สิชล, มอ., มทร ฯลฯ

30.1.51

คนเราทุกวันนี้ดูจะนับถือกันด้วย ลาภ ยศ ตำแหน่ง เงินตรา วัตถุนิยม


คนจะงาม งามน้ำใจใช่ใบหน้า คนจะสวย สวยจรรยาใช่ตาหวานคนเราทุกวันนี้ดูจะนับถือกันด้วย ลาภ ยศ ตำแหน่ง เงินตรามากกว่าจะนับถือกันด้วยความดีที่ได้กระทำ ยึดติดกับวัตถุและอำนาจเงินตรายกย่องสรรเสริญกันที่เพียงเปลือกนอก เนื้อในจะเป็นเช่นไรไม่สำคัญเพราะเหตุนี้เอง มันเลยทำให้สังคมดูจะเสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆบางคนรวย มีเงิน มีอำนาจ มีบารมี และพยายามใช้ความได้เปรียบให้ได้มาซึ่งความสะดวกสบาย


บ้างก็แสดงอำนาจอยู่เหนือกฎหมาย บ้างก็ทำตัวเป็นกฎหมายเสียเองบางคนมียศ มีตำแหน่ง ก็ใช้ยศใช้ตำแหน่งเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้องทำไมต่างประเทศมีกฎหมายและบทลงโทษออกมาใช้ได้ในระยะเวลาสั้นๆผิดกับเมืองไทย...อย่าว่าแต่กฎหมายใหม่จะคลอดออกมาแต่ละทีเลยกับอีแค่ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเก่ายังใช้เวลานานนับเป็น 10 ปียังมีเลยทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะเหล่าบรรดาผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ทั้งหลายก็ไม่มีใครอยากจะเสียผลประโยชน์กันทั้งนั้น แต่ถ้าได้ประโยชน์... กรูสนับสนุนเต็มที่ถ้ากรูและพวกเสียประโยชน์ แม้เมิง(คนไทย)จะได้ประโยชน์ ก็รอไปก่อนชาติหน้า...บางคนไม่มีแต่พยายามทำว่าตัวเองมี ดิ้นรนไขว่คว้าเพื่อจะได้มาด้วยวิธีต่างๆนานาคนกลุ่มนี้มีเยอะ และเป็นกลุ่มที่น่าสงสารที่สุด เหมือนเป็นพวกโรคจิตชนิดหนึ่ง
อยากมี อยากได้ อยากให้เป็นที่นับน่าถือตา ด้วยการสร้างภาพให้ดูดีด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์และของนอกกายมีรถราคาแพงๆขับ มือถือทันสมัย หิ้วกระเป๋าหลุย แม้จะต้องเป็นหนี้ก็ตาม


มีแต่ความกระหายไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ ยิ่งไปกว่าคือ "ไม่รู้คุณค่าของตัวเอง" ค้นหาตัวเองไม่เจอ เลยต้องเดินตามเค้าไป เลียนแบบชาวบ้านไปเรื่อยเป็นไปตามกระแส นับถือคนรวยที่เปลือกนอก พาลดูถูกคนจนคนเบี้ยน้อยหอยน้อย กรรมกรแบกหาม แทบไม่เหลือค่าความเป็นคนในสังคมสิทธิ และความเป็นธรรม แทบไม่ต้องไปควานหาไม่อยากเดือดร้อนไปกว่านี้ก็อย่าไปขวางมือ ขวางตีนใครเข้าก็แล้วกันเกิดมาจนเมิงก็จนไปทั้งชาติ ถ้าไม่ถูกหวยรางวัลที่ 1 ยกชุดคนกลุ่มนี้จะดีหน่อยก็ตรงที่เจียมเนื้อ เจียมตัวเองอยู่เสมอหากวันไหน สิทธิเสรีภาพ ความยุติธรรม ไม่ขึ้นอยู่กับอำนาจเงินตรา บารมี คนกลุ่มนี้ ก็คงจะสามารถป่าวประกาศตัวเองได้ว่า ข้าก็เป็นคนสำคัญของประเทศเหมือนกันนะเฟ้ย...

26.1.51

ประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี

ประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นประเพณีทางพุทธศาสนา ของชาวอุบลฯ ซึ่งมีความเจริญในพุทธศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีมาเป็นเวลายาวนาน ถือเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้กำหนดจัดงานขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 และแรม 1 ค่ำเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา จัดให้มีขึ้นทุกปี
จากการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ ได้ความว่า ชาวอุบลราชธานี ได้ทำต้นเทียนประกวดประชันความวิจิตรบรรจงกัน ตั้งแต่ พ.ศ.2470 จนเมื่อปี พ.ศ.2520 จังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดงานสัปดาห์ประเพณีแห่เทียนพรรษา ให้เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่และมโหฬาร สถานที่จัดงานคือ บริเวณทุ่งศรีเมืองและศาลาจตุรมุข มีการประกวดต้นเทียน 2 ประเภท คือ ประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก โดยขบวนแห่จากคุ้มวัดต่างๆ พร้อมนางฟ้าประจำต้นเทียน จะเคลื่อนขบวนจาก หน้าวัดศรีอุบลรัตนาราม ไปตามถนน มาสิ้นสุดขบวนที่ทุ่งศรีเมือง และการแสดงสมโภชต้นเทียน แลเป็นแสงไฟต้องลำเทียนงามอร่ามไปทั้งงาน การจัดงาน จะจัดขึ้นในช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม ของทุกปี


กิจกรรมหลักๆ จะจัดขึ้นบริเวณทุ่งศรีเมือง ส่วนกิจกรรมพิเศษอื่นๆ จะจัดขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ภายในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี งานประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี นอกจากจะเป็นงานที่แสดงออกถึง การยึดมั่นสืบสานงานบุญทางพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัดของชาวเมืองอุบลฯ แล้ว ยังเป็นงานที่แสดงออกถึงวิวัฒนาการด้านศิลปะของสกุลช่างเมืองอุบลฯ อีกด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากบรรดาช่างศิลป์เมืองอุบลฯ ที่มีอยู่มากมายหลากหลายแขนง และผลิตงานด้านศิลปอย่างต่อเนื่องตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปร่วมสมัย งานหัตถกรรมพื้นบ้าน และงานก่อสร้างตกแต่งโบสถ์วิหารต่างๆ จะใช้โอกาสในช่วงเทศกาลนี้กลับมาทดสอบ ทดลองและประลองฝีมีเชิงช่างโดยผ่านต้นเทียนพรรษา ดังนั้น ผู้ที่มาร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี จึงสามารถชื่นชมและศึกษากิจกรรมของงาน ทั้งในด้านการสืบสานจารีตประเพณีพื้นเมือง และในด้านศิลปการตกแต่งต้นเทียนกิจกรรมภายในงานที่สำคัญ ๆ ได้แก่











1. เยือนชุมชน ชมวิถีวัฒนธรรมการตกแต่งต้นเทียน การไปเยือนชุมชน หรือ คุ้มวัดต่าง ๆ ในช่วงที่กำลังเตรียมการตกแต่งต้นเทียน คือในช่วงประมาณ 2-3 วัน ก่อนวันแห่นั้น นอกจากผู้มาเยือนจะได้ศึกษากรรมวิธีและขั้นตอน การตกแต่งเทียนอันเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นแล้ว ยังจะได้สัมผัสบรรยากาศการร่วมแรงร่วมใจ ของชุมชนในการทำกิจกรรมทางพุทธศาสนา ซึ่งถือเป็นวิถีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สำคัญของชาวอุบลฯ สำหรับคุ้มวัดที่น่าสนใจ เช่น วัดบูรพา วัดหนองบัว วัดสว่างอารมณ์ วัดศรีประดู่ทรงธรรม วัดสุทัศวนาราม วัดทุ่งศรีเมือง และวัดผาสุการาม เป็นต้น

2. การเวียนเทียนวันอาสาฬหบูชาที่วัดงามในเมืองอุบลฯ การเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชาจัดขึ้นในช่วงค่ำของ ตามวัดต่างๆ โดยทั่วไปกิจกรรมนี้ นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่จะได้ชื่นชมเอกลักษณ์ ทางสถาปัตยกรรมพื้นเมือง อันงดงามตามวัดต่างๆ ในอีกมิติหนึ่ง
3. การตั้งแสดงต้นเทียนรอบทุ่งศรีเมือง การแสดงงานศิลปะตกแต่งเทียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ในช่วงค่ำของวันอาสาฬหบูชา จะเป็นเวลาที่ต้นเทียน พรรษาจากคุ้มวัดต่างๆ กว่า 30 ต้น จะถูกเคลื่อนย้ายมาตั้งไว้ ณ บริเวณถนนรอบๆ ทุ่งศรีเมือง เพื่อเตรียมการเข้าร่วมขบวนแห่ในเช้าวันรุ่งขึ้น ในช่วงนี้ต้นเทียนจะได้รับการตกแต่งอย่างสมบูรณ์ ประกอบกับสถานที่ตั้งจะได้รับการจัดเตรียมไว้อย่างดี เช่น การเตรียมแสงไฟไว้สาดส่องต้นเทียนการประดับประดาบริเวณงาน อย่างเป็นระเบียบ ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเป็น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชื่นชมศิลปการตกแต่งเทียนอย่างละเอียดละออ โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเวลา และอาจกล่าวได้ว่าเป็นการแสดงศิลปะตกแต่งเทียนที่งดงาม และสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย


4. กิจกรรมขบวนแห่เทียนพรรษา จะจัดขึ้นในวันรุ่งขึ้น คือวันเข้าพรรษา ตั้งแต่เวลา ประมาณ 08.00 น. เป็นต้นไป โดยจะเคลื่อนขบวนไปตามถนนอุปราช ผ่านหน้าศาลากลาง ไปถนนชยางกูร เป็นระยะทางประมาณ 2-3 กม. จึงสลายขบวน รูปแบบของการจัดขบวนประกอบด้วย ขบวนเทียนหลวงพระราชทาน ขบวนต้นเทียนของคุ้มวัดต่าง ๆ ซึ่งแต่ละขบวนจะประกอบด้วยการแสดง การละเล่น การฟ้อนรำ การบรรเลงดนตรีในรูปแบบของศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง การเข้าชมขบวนแห่ ่คณะกรรมการจัดงานจะจัดเตรียมอัฒจันทร์นั่งชมไว้บริการ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด อัตราค่าบริการประมาณท่านละ200 บาท ส่วนการเข้าชมขบวนตามจุดอื่นๆ นั้นสามารถชมได้ตามอัธยาศัยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ขบวนดังกล่าวปกติจะเสร็จสิ้นในช่วงบ่าย

5. กิจกรรมทำบุญถวายเทียนพรรษา เป็นกิจกรรมที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจของประเพณีบุญเข้าพรรษา โดยพุทธศาสนิกชนจะนำเทียนพรรษาผ้าอาบน้ำฝน และเครื่องใช้ที่จำเป็นอื่น ๆ ไปถวายพระสงฆ์ตามวัดใกล้บ้านเพื่อสืบสานงานบุญและเป็นศิริมงคลแก่ตนเอง กิจกรรมนี้ผู้มาเยือนสามารถศึกษาชื่นชมและร่วมกิจกรรมได้ตามวัดทั่ว ๆ ไป

6. กิจกรรมอื่นๆ นอกจากกิจกรรมดังกล่าวข้างต้นแล้ว คณะกรรมการจัดงานยังได้จัดกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง การจัดงานพาแลง และการประกวดธิดาเทียนพรรษา ณ ลานเทียนเฉลิมพระเกียรติ ทุ่งศรีเมือง

ประเพณีผีตาโขน อ.ด่านซ้าย จ.เลย

ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนนั้น นับเป็นประเพณีที่ชาวด่านซ้ายและชาวบ้านอำเภอใกล้เคียงได้สืบสานกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ แต่มีการเล่นการจัดกันอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในเขตอำเภอด่านซ้าย จนกระทั่งกลายเป็นประเพณีที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยการละเล่นผีตาโขนนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีบุญหลวง ซึ่งเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของท้องถิ่น ที่รวมเอา "งานบุญพระเวส" (ฮีตเดือนสี่) และ "งานบุญบั้งไฟ" (ฮีตเดือนหก) เข้าไว้เป็นงานบุญเดียวกัน งานบุญพระเวสนั้นเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อฟังเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ ซึ่งเชื่อว่าถ้าใครได้ฟังเทศน์ครบทั้ง 13 กัณฑ์จะได้อานิสงค์แรงกล้า บันดาลให้เกิดไปพบพระศรีอริยเมตไตรย์ในชาติหน้า

ส่วนงานบุญบั้งไฟเป็นงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์หลักเมืองและถือเป็นประเพณีการแห่ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งในงานบุญหลวงนี้จะมี "การละเล่นผีตาโขน" ช่วยสร้างความสนุกสนานครื้นเครงในขบวนแห่ด้วย การละเล่นผีตาโขนถือเป็นการแสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาอันดีงามน่าภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของชาวอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เพราะปัจจุบันมีอยู่เพียงแห่งเดียวในเมืองไทย ชาวด่านซ้ายนั้นจะรอคอยให้ถึงวันงานอย่างใจจดใจจ่อ และตระเตรียมทำหน้ากากผีตาโขนกันอย่างประณีตบรรจงให้สวยงาม เหมือนจะเป็นการประกวดประขันประชันฝีมือกันอย่างไม่มีใครยอมใคร โดยหน้ากากผีตาโขนนั้นมักทำจากหวดนึ่งข้าวเก่าๆ นำมาทำเป็นโครง ตกแต่งติดจมูกแหลมโง้งยื่นยาวออกมา แล้วทาสีพื้นก่อนเขียนวาดลวดลายอันอ่อนช้อยงดงามด้วยสีสันสดใส ผีตาโขนที่จะเข้าขบวนแห่นั้น แบ่งออกได้เป็นสองขนาด คือ ผีตาโขนใหญ ่ และ ผีตาโขนเล็ก
สำหรับผีตาโขนใหญ่นั้นจะจัดทำขึ้นเพียง 2 ตัว คือ หญิง 1 ชาย 1 เท่านั้น ผีตาโขนใหญ่จะทำขึ้นจากโครงไม้ไผ่คล้ายกับสุ่มไก่ขนาดใหญ่ จากนั้นก็ตกแต่งด้วยผ้าจนมองไม่เห็นโครงไม้ไผ่ เมื่อเข้าขบวนแห่ก็จะมีคนเข้าไปอยู่ภายในเพื่อยกโครงไม้ไผ่เคลื่อนไปตามขบวน ลักษณะพิเศษของผีตาโขนใหญ่อีกอย่างหนึ่ง คือ จะทำเครื่องเพศหญิง ชายไว้อย่างชัดเจน ผีตาโขนใหญ่นี้บุคคลทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตจัดทำขึ้น มีเพียงกลุ่มคนที่ได้รับมอบหมายให้จัดทำมาหลายชั่วอายุคนเท่านั้น และก่อนทำก็จะต้องมีการขอขมาสิ่งศักดิ์ก่อน จึงจะสามารถขึ้นโครงร่างได้















สำหรับผีตาโขนเล็ก หรือ ผีตาโขน ที่เราจะพบเห็นในขบวนแห่ทั่วไปนั้น ชาวบ้านในละแวกบ้านใกล้เคียงจะจัดทำขึ้นเพื่อเข้าร่วมขบวนแห่ เดิมทีนั้นจะมีเฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่ร่วมขบวนแห่ แต่ปัจจุบันมีการจัดขบวนของทางโรงเรียนซึ่งมีนักเรียนหญิงแต่งกายเป็นผีตาโขนเข้าร่วมด้วย การแต่งกายของผีตาโขนนั้น จะนำเศษผ้ามาเย็บเป็นชุดเพื่อปิดบังร่างกาย และสวมหน้ากากที่ทำขึ้นจากโคนของทางมะพร้าว นำมาตัดแต่งให้เป็นรูปหน้า รูปตา และเติมจมูกยาว ๆ คล้ายกับงวงช้าง ทำการวาดลวดลายเติมสีสันอย่างสวยงาม ส่วนหัวที่ทำคล้ายเขาของผีตาโขนนั้น จะนำเอาหวดนึ่งข้าวที่ทำด้วยไม้ไผ่มาเย็บต่อจากกาบมะพร้าวนั่นเอง และสิ่งที่ ขาดไม่ได้อีกอย่างคือ "หมากกะแหล่ง" หรือ กระดึงสำหรับผูกคอวัว นำมาห้วยเป็นพวกไว้ที่เอว เพื่อเวลาเดินจะเกิดเสียงดังตลอดเวลา ปัจจุบันมีการนำกระป๋องมาบรรจุลูกหินเผื่อใช้แทนหมากกะแหล่ง ส่วนชุดของผีตาโขนนั้นก็มักจะใช้เสื้อผ้า มุ้ง ผ้าห่ม หรือเศษผ้าเก่าๆมาตัดเย็บเล่นสีสันลวดลาย หรืออาจมีการระบายสีเพิ่มเติม โดยชุดผีตาโขนและหน้ากากผีตาโขนนั้นจะทำกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และในระยะหลังๆนี้มีการลงทุนตัดชุดกันอย่างสวยงาม ซึ่งพอถึงวันเล่นผีตาโขน เมื่อทุกคนสวมใส่ชุดเข้าไปและสวมหน้ากากก็จะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ทุกตนก็จะกลายเป็นผีหมด ทั้งผีเล็กผีใหญ่ รวมทั้งผีตัวน้อยๆ ลงไปถึงผีตัวจิ๋วระดับอนุบาล ก็จะสนุกสนานกับการเต้นรำเดินหลอกหลอน ล้อเล่นกับผู้คนไปทั่วทั้งเมือง เรียกว่าสนุกสนานกันอย่างสุดๆ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไม่ต้องวางมาด ไม่ต้องเก๊กหล่อเหมือนเช่นทุกๆวัน จึงเป็นงานที่สนุกสนานกันอย่างสุดๆของบรรดาผีหนุ่มๆ ที่มักชอบเดินเที่ยวแถเข้าไปเต้นหลอกหลอนเต้นรำต้อนสาวๆ


อาวุธประจำกายของผีตาโขนเป็น ดาบไม้ แต่มีไม่น้อยที่นิยมถือ ปลัดขิก ขนาดใหญ่ เพื่อใช้เย้าแหย่สาว ๆ ที่มาชมขบวนแห่เป็นที่สนุกสนานโดยไม่มีการถือโกรธกันแต่อย่างใด ไม่ถือเป็นเรื่องหยาบ หรือลามกเพราะมีความเชื่อกันว่าหากเล่นตลกและนำอวัยวะเพศชายหญิงมาเล่นมาโชว์ในพิธีแห่และงานบุญบั้งไฟจะทำให้ พญาแถน พอใจ ฝนจะตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์
ในขบวนแห่ผีตาโขนนั้น ชาวด่านซ้ายจะร่วมกันสร้างผีตาโขนใหญ่ เป็นผีตาโขนชาย และผีตาโขนหญิง ซึ่งจะมีขนาดสูงใหญ่โดดเด่นแห่ไปในขบวน และคงไม่ต้องบอกว่าผีตาโขนใหญ่ตนไหนเป็นผีตาโขนชาย ตนไหนเป็นผีตาโขนหญิง เพราะแต่ละตนจะมีอวัยวะประจำกายบ่งบอกเสร็จสรรพ ซึ่งใครเห็นก็คงต้องอมยิ้ม สิ่งเหล่านี้ ความเชื่อเหล่านี้เป็นประเพณีที่สืบสานกันมาแต่ครั้งโบราณกาล ซึ่งเรามักจะเห็นสัญลักษณ์เหล่านี้ได้ตามขบวนแห่เช่นในขบวนแห่บั้งไฟ หรือขบวนแห่นางแมวขอฝน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการก่อเกิด สัญลักษณ์ของความเพิ่มพูน สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งเป็นความรื่นเริงสนุกสนานบันเทิงของผู้คนในทุกยุคทุกสมัย

นอกจากการแห่ไปเป็นขบวนทั่วทั้งเมืองด่านซ้ายอย่างเป็นพิธีรีตองแล้ว บรรดาผีตาโขนก็มักจะรวมกลุ่มกัน ออกเดินหยอกล้อผู้คนที่มาเที่ยวงานไปทั่วทั้งเมืองอย่างสนุกสนาน จนมืดค่ำดึกดื่น กระทั่งเสร็จพิธีในวันสุดท้าย ซึ่งวิธีปฏิบัติในอดีตนั้น เมื่อจบงานบรรดาผีตาโขนก็จะนำหน้ากากและเครื่องแต่งกายผีตาโขนไปทิ้งและไม่มีการนำมาเล่นกันอีกจนกว่าจะถึงวันงานประเพณีในปีหน้า แต่ในปัจจุบันการทำหน้ากากผีตาโขน และเครื่องแต่งกายผีตาโขนนั้นมีการลงทุนใช้วัสดุอย่างดี ใช้ผ้าที่สวยงามตัดเย็บเป็นชุดผีตาโขน ในทางปฏิบัติจึงเปลี่ยนไป โดยจะเก็บรักษาหน้ากากและชุดผีตาโขนไว้เพื่อนำมาเล่นใหม่ในปีหน้า ใครที่ยังไม่เคยเดินทางไปชมผมอยากจะแนะนำให้ลองไปชมประเพณีอันสนุกสนานนี้สักครั้ง และคงต้องรีบตัดสินใจสักหน่อย เพราะด่านซ้ายเป็นเพียงอำเภอชายแดนเล็กๆ ของจังหวัดเลย ที่พักมีน้อยต้องรีบจองรีบหา หรือไม่ก็อาจจะเลือกพักในตัวเมืองเลย หรืออำเภออื่นๆอย่างภูเรือแล้ววิ่งรถมาชมงานก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

เพลง ระบำสุโขทัย











เพลง ระบำศรีวิชัย

สองชั้น
/----/-ร-ฟ/-ด-ร/-ฟ--/-ฟซล/-ดํ-รํ/-ฟํ-รํ/-ฟํ-รํ/
/----/-ดํ-ล/-ดํ-รํ/-ฟํ-รํ/-ล-ซ/-ฟ-ร/-ฟ-ล/ซฟ-ซ/
/----/---ด/----/---ซ/---ฟ/-ซ-ด/-ซ-ฟ/ซฟซซ/
/----/---ด/---ร/---ฟ/--ซฟ/-ซ-ล/-ดํ-ล/-ดํ-ล/
/----/-ดํ-ล/-ดํ-ซ/-ฟ-ร/-ฟ-ร/-ฟ-ร/-ด-ร/ดรดด/
/----/-ด-ล/--ดลฺ/ดลฺดด/---ลฺ/ดลฺดด/-ลฺดด/-ดฺดด/ *4

ชั้นเดียว 1
/---ด/-ร-ฟ/ซฟซล/-ดํ-ล/-ดํ-ล/-ซ-ล/-ดํ-รํ/-ดํดํดํ/
/---รํ/-ดํ-ล/-ซ-ล/ซฟ-ซ/-ฟ-ร/-ฟ-ร/-ด-ร/-ดดด/ *2
เที่ยว2 เปลี่ยนสองห้องสุดท้ายเป็น /-ด-ร/-ฟ-ฟ/

สร้อย
/----/---ดํ/----/-ลซฟ/----/---ดํ/----/-ซ-ฟ/
/-ดํ-ดํ/-ดํ-ดํ/-ฟซล/-ซ-ฟ/-ฟซล/-ฟ-ซ/-ฟซล/-ซ-ฟ/ *2

ชั้นเดียว 2
/---รํ/-ดํ-รํ/---ฟํ/-ดํ-รํ/-ดํ-ล/-ดํ-ล/-ซ-ล/ซฟ-ซ/
/---ซ/---ซ/--ฟร/-ด-ซ/-ฟ-ร/-ฟ-ร/-ด-ร/-ด-ด/
เที่ยว2 เปลี่ยนสองห้องสุดท้ายเป็น /-ด-ร/-ฟ-ฟ/ *2

สร้อย
/----/---ดํ/----/-ลซฟ/----/---ดํ/----/-ซ-ฟ/
/-ดํ-ดํ/-ดํ-ดํ/-ฟซล/-ซ-ฟ/-ฟซล/-ฟ-ซ/-ฟซล/-ซ-ฟ/ *2
กลับไปเล่ยชั้นเดียวตั้งแต่ต้นใหม่ (หรือไม่กลับก็ได้) ลงจบ /---ด/---ร/---ฟ/



25.1.51

เรื่องราวต่างๆจากการเดินทาง ในฐานะผู้ไปเยือน บางครั้งอาจจะไม่เข้าใจอะไรได้ลึกซึ้ง เพราะทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาทั้งสิ้น... บางครั้งสิ่งที่เราได้รู้ได้เห็นก็เป็นเพียงเปลือกนอก ได้ยินได้ฟังเค้าเล่ามาอีกที ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป และในแต่ละครั้ง ณ ที่ที่เดิม แต่เวลาเปลี่ยนไป ทุกอย่างก็ย่อมเปลี่ยนไปเช่นกัน

19.1.51

Casio SRT800

รุ่นนี้ได้มาแค่เรือนเดียวเป็นนาฬิกาเรียกว่าจะตกรุ่นแล้วก็ว่าได้ แต่ที่ซื้อเพราะสนนราคาลดลงมาเยอะ น้ำหนักเบามาก และเป็นสีฟ้าด้วย เป็น Casio STR800-2V ซื้อมาจาก Casio Seacon Square

The perfect watch for every runner. This watch’s lap memory can store up to 500 records in memory, each record including the lap and split time. With its stopwatch and countdown timer, you’ll have the perfect running partner. Black Casual Sports Watch with a resin band.
Technical Specs
* 50M Water Resistant
* Auto EL Backlight with afterglow
* World Time29 time zones (27 cities), city code display, daylight saving on/off
* Daily Alarm
* Countdown TimerMeasuring unit: 1 secondCountdown range: 1 minute to 24 hours
Auto-repeat function
* 1/100 second stopwatchMeasuring capacity: 99:59'59.99" Measuring modes: Elapsed time, lap/split timeMemory capacity: Up to 500 lap/split numbers and times
* Hourly Time Signal
* Auto Calendar (pre-programmed until the year 2039)
* 12/24 Hour Formats
* Accuracy: +/-15 seconds per month
* Battery CR2016
* Approx. battery life: 3 years
* Module 2877 Size of case / total weight51.8 x 46.2 x 11.6mm / 37g

Casio STR900J


2 เรือนนี้ซื้อได้ในราคาลด 50% ซื้อ 1 แถม 1 จากสนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงเดินทางไปจัดประชุมที่เวียดนาม


EL backlightAuto light switch, afterglow
•Dual time
•Stopwatch: Time and distance measurementsMeasuring unit: 1/100 second (upper part of the display for first 60 minutes, lower part of the display for first 10 hours) or 1 second (upper part of the display after 60 minutes, lower part of the display after 10 hours); 0.1 miles or km*Changeover between kilometers (km) and miles (mi)Measuring capacity: from 0:00'00"00 to 99:59'59"; 99.9 miles or km; 999.9 miles or km (total distance covered)Measuring modes: Elapsed time, lap/split timesMemory capacity: Up to 61 records (used by lap/split time records and log title screens); total distance coveredBasic data input: Stride length 40 to 190 cm (16 to 76 inch)*Changeover between centimeters (cm) and inch (in)Others: Pacer signal; lap/split number (from 01 to 99); Best lap time screen
•Countdown timerMeasuring unit: 1 secondCountdown range: 100 hoursCountdown start time setting range: 1 minute to 100 hours (1-minute increments and 1-hour increments)Other: Auto-repeat
•Daily alarm5 independent daily alarms (4 one-time alarms and 1 snooze/one-time alarm)
•Hourly time signal
•Auto-calendar (to year 2039)
•12/24-hour format
•Regular timekeeping: Hour, minutes, seconds, pm, year, month, date, day
•Accuracy: ±20 seconds per month
•Approx. battery life: 5 years on CR2025
•Size of case / total weight48.3 X 45.5 X 12.3 mm / 42 g

10.1.51

คนไทย รู้จักตัวเองกันดีแค่ไหน?

ตัวเองในที่นี้ หมายถึง “ประเทศไทย”ของเราจะมีสักกี่คน ที่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ทั้งหมดโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ ประเทศไทยมีเนื้อที่เท่าไหร่... ตั้งอยู่ตรงส่วนไหนของโลก... แล้วมีประชากรเท่าไหร่... GDP ของประเทศไทยเป็นเท่าไหร่... รายได้หลักของประเทศมาจากไหน... เอาแค่ 5 คำถามเหล่านี้ เป็นคำถามพื้นๆที่คนไทยมักจะถูกถามกันบ่อยๆ แม้จะเป็นคำถามพื้นๆ ง่ายๆ แต่เคยรู้บ้างไหมว่า คนไทยอีกหลายล้านคนไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้
คนเราเมื่อไม่รู้จักตัวเอง... แล้วจะพัฒนาตัวเอง ไปได้อย่างไร?
ประเทศไทยมีพื้นที่ 513,115.020 ตารางกิโลเมตร หรือ 320,696,887.500 ไร่ หรือ ประมาณ 198,953 ตารางไมล์ (ข้อมูลพื้นที่จากอักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม 6 ภาคผนวก พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2529)
ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย หรือ ระหว่างเส้นละติจูด (เส้นรุ้ง) 5 องศา 37 ลิปดาเหนือ กับ 20 องศา 27 ลิปดาเหนือ และ ระหว่างลองติจูด (เส้นแวง) ที่ 97 องศา 22 ลิปดาตะวันออก กับ 105 องศา 37 ลิปดาตะวันออก ส่วนที่แคบที่สุด อยู่ในเขต จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 10.96 กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่บนเทือกเขาถนนธงชัยในเขตอุทยานแห่งชาติ แต่เดิมชื่อ “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นยอดดอยที่สูงสุดของประเทศไทยสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 2,565.3341 เมตร
ประชากรในประเทศไทย ปี 2547 มีประชากร 61,973,621 ราย เป็นชาย 30,616,790 ราย หญิง 31,356,831 ราย (ที่มา: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย)

ปี 2548 GDP (PPP) รวม ค่าประมาณ $559.5 พันล้าน และ GDP ต่อประชากร $8,542

Blowing In The Wind

How many roads must a man walk down
Before they call him a man?
How many seas must a white dove sail
Before she sleeps in the sand?
How many times must the cannon balls fly
Before theyre forever banned?
The answer, my friend, is blowin in the wind
The answer is blowin in the wind.

How many years must a mountain exist
Before it is washed to the sea?
How many years can some people exist
Before theyre allowed to be free?
How many times can a man turn his head
And pretend that he just doesnt see?
The answer, my friend, is blowin in the wind
The answer is blowin in the wind.
How many times must a man look up
Before he can see the sky?
How many ears must one man have
Before he can hear people cry?
How many deaths will it take till he knows
That too many people have died?
The answer, my friend, is blowin in the wind
The answer is blowin in the wind.
The answer is blowin in the wind.

8.1.51

ระยะทางจากกรุงเทพ ถึง แต่ละจังหวัด

กรุงเทพ-กระบี่ 814 กม. กรุงเทพ-กาญจนบุรี 128 กม. กรุงเทพ-กาฬสินธุ์ 519 กม.
กรุงเทพ-กำเเพงเพชร 358 กม. กรุงเทพ-ขอนเเก่น 449 กม.
กรุงเทพ-จันทรบุรี 245 กม. กรุงเทพ-ฉะเชิงเทรา 82 กม.
กรุงเทพ-ชลบุรี 81 กม. กรุงเทพ-ชัยนาท 194 กม. กรุงเทพ-ชัยภูมิ 342 กม.
กรุงเทพ-ชุมพร 463 กม. กรุงเทพ-เชียงราย 785 กม. กรุงเทพ-เชียงใหม่ 696 กม.
กรุงเทพ-ตรัง 828 กม. กรุงเทพ-ตราด 315 กม. กรุงเทพ-ตาก 426 กม.
กรุงเทพ-นครนายก 107 กม. กรุงเทพ-นครปฐม 56 กม. กรุงเทพ-นครพนม 740 กม.
กรุงเทพ-นครราชสีมา 259 กม. กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช 780 กม. กรุงเทพ-นครสวรรค์ 240 กม.
กรุงเทพ-นนทบุรี 20 กม. กรุงเทพ-นราธิวาส 1149 กม. กรุงเทพ-น่าน 668 กม.
กรุงเทพ-บุรีรัมย์ 383 กม. กรุงเทพ-ปทุมธานี 46 กม. กรุงเทพ-ประจวบ 281 กม.
กรุงเทพ-ปราจีน 136 กม. กรุงเทพ-ปัตตานี 1055 กม.
กรุงเทพ-พะเยา 691 กม. กรุงเทพ-พังงา 788 กม. กรุงเทพ-พัทลุง 840 กม.
กรุงเทพ-พิจิตร 344 กม. กรุงเทพ-พิษณุโลก 377 กม. กรุงเทพ-เพชรบุรี 123 กม.
กรุงเทพ-เพชรบูรณ์ 346 กม. กรุงเทพ-เเพร่ 551 กม.
กรุงเทพ-ภูเก็ต 862 กม. กรุงเทพ-มหาสารคาม 475 กม. กรุงเทพ-มุกดาหาร 642 กม.
กรุงเทพ-เเม่ฮ่องสอน 924 กม. กรุงเทพ-ยโสธร 531 กม. กรุงเทพ-ยะลา 1084 กม.
กรุงเทพ-ร้อยเอ็ด 512 กม. กรุงเทพ-ระนอง 568 กม. กรุงเทพ-ระยอง 179 กม.
กรุงเทพ-ราชบุรี 100 กม. กรุงเทพ-ลพบุรี 153 กม. กรุงเทพ-ลำปาง 599 กม.
กรุงเทพ-ลำพูน 670 กม. กรุงเทพ-เลย 520 กม.
กรุงเทพ-ศรีสะเกษ 531 กม. กรุงเทพ-สกลนคร 647 กม.
กรุงเทพ-สงขลา 950 กม. กรุงเทพ-สตูล 973 กม.
กรุงเทพ-สมุทรปราการ 29 กม. กรุงเทพ-สมุทรสงคราม 72 กม. กรุงเทพ-สมุทรสาคร 36 กม.
กรุงเทพ-สระเก้ว 237 กม. กรุงเทพ-สระบุรี 107 กม. กรุงเทพ-สิงห์บุรี 142 กม.
กรุงเทพ-สุโขทัย 427 กม. กรุงเทพ-สุพรรณ 100 กม. กรุงเทพ-สุราฎ 644 กม.
กรุงเทพ-สุรินทร์ 426 กม. กรุงเทพ-หนองคาย 615 กม. กรุงเทพ-หนองบังลำภู 577 กม.
กรุงเทพ-อยุธยา 76 กม. กรุงเทพ-อ่างทอง 105 กม. กรุงเทพ-อำนาจเจริญ 585 กม.
กรุงเทพ-อุดร 564 กม. กรุงเทพ-อุตรดิตถ์ 491 กม. กรุงเทพ-อุทัย 219 กม. กรุงเทพ-อุบล 592 กม.

1.1.51

สถิติการวิ่งทั่วไป ปี 2551

วันที่ - รายการ - สถานที่ - ระยะทาง (กม.) - ระยะสะสม – (อันดับที่ – ถ้วยรางวัล)
06 ม.ค. มะขามหวานมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน อุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดหมอก จ.เพชรบูรณ์ 10 10
27 ม.ค.บางบัวมินิมาราธอนราบ 11 บางเขน 10 20 3-1
17 ก.พ.ดอนบอสโกมินิมาราธอน ครั้งที่ 6ราบ 11 บางเขน 10 30
24 ก.พ. สวนธนมินิ-ฮาล์ฟมาราธอนครั้งที่ 3วัดคู่สร้าง อ.พระสมุทรเจดีย์จ.สมุทรปราการ 10 40 4-2
15 มี.ค. พะงันทวิกีฬา เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 15 55
16 มี.ค. ระนองมาราธอน สวนสาธารณะรักษะวาริน จ.ระนอง 42 97 3-3
13 เม.ย. สงกรานต์มาราธอน สวนลุมพินี 42 139
19-20 เม.ย. Full Moon Running Relay ระนอง-ชุมพร 24 163
27 เม.ย. สิงห์บุรีมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน จ.สิงห์บุรี 21 184 3-4
25 พ.ค. มุกดาหารมาราธอน ครั้งที่ 1ร.ร. มุกดาหารวิทยานุกูล จ.มุกดาหาร42 226 2-5
31 พ.ค.สาธารณสุขสตูลมินิมาราธอน ครั้งที่ 4 สาธารณสุขจังหวัดสตูล 10 236 3-6
06 มิ.ย. เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดามินิมาราธอน ครั้งที่ 1 อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว 8 244 2-7
15 มิ.ย. ลากูน่า ภูเก็ตมาราธอน ลากูน่าบีช จ.ภูเก็ต 42 286
06 ก.ค. วัฒนธรรมไทยมาราธอน อัมพวา จ.สมุทรสงคราม 42 328
13 ก.ค. Super Sports Mini-marathon 2008 ลานอเนกประสงค์ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ 10 338
02 ส.ค. วันรพีมินิมาราธอน ครั้งที่ 8 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ 10 348
03 ส.ค. แม่เมาะมินิ-ฮาล์ฟ รร.แม่เมาะวิทยา อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 21 369
09 ส.ค. สารพัดช่างสุโขทัยมินิมาราธอน ครั้งที่2 สารพัดทช่างสุโขทัย อ.เมือง จ.สุโขทัย 10 379
10 ส.ค. ป้อมพระจุล-พระสมุทรเจดีย์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ป้อมพระจุลจอมเกล้า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ 21 400
14 ก.ย. อัมพวาไตรกีฬาผลัดนานาชาติ เทศบาลอัมพวา จ.สมุทรสงคราม 10 410
28 ก.ย. สยามมาราธอน ครั้งที่ 3 บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 42 452 3-8
04 ต.ค. หลวงพ่อคูณมินิมาราธอน ครั้งที่ 8 วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา 10 462 4-9
11-12 ต.ค. ฟูลมูน เกาะพะงันมาราธอน เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 42 504 3-10
19 ต.ค. Green Adventure Racing ค่ายชุมพรอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร 7 511 4-11
14 ธ.ค. ท่องเที่ยวเชิงเกษตรมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน อสค.ไทย-เดนมาร์ก จ.สระบุรี 21 532
21 ธ.ค. มุกดาหาร-สะหวันนะเขตมาราธอน สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 จ.มุกดาหาร 42 574
ปี 2551 รวมสนามทั้งสิ้น 26 สนาม ระยะทางโดยรวม 574 กม.

28.12.50

สถิติการวิ่งทั่วไป ปี 2550

สถิติการวิ่ง ปี พ.ศ. 2550

วันที่ - รายการ - สถานที่ - ระยะทาง(กม.) - ระยะสะสม - อันดับที่/ถ้วยรางวัล
07 ม.ค. มะขามหวานมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน จ.เพชรบูรณ์ 21 21 5-1
14 ม.ค. สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ซูเปอร์มินิมาราธอน อ.พระประแดง 17 38 4-2
21 ม.ค. จอมบึงมาราธอน ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี 10 48
28 ม.ค. ขอนแก่นนานาชาติมาราธอน ม.ขอนแก่น จ.ขอนแก่น 42 90 8-3
04 ก.พ. ปักธงชัย เมืองผ้าไหมมิมิมาราธอน อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา 10 100 5-4
11 ก.พ. วิ่งมหาสมุทรสู่มหาสมุทร ครั้งที่ 3 สงขลา-สตูล 17 117 -
18 ก.พ. ดอนบอสโกมินิมาราธอน ราบ11 กทม. 10 127 -
04 มี.ค. กงไกรลาศมินิมาราธอน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย 10 137 2-5
11 มี.ค. สิชลมาราธอน รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช 42 179 3-6
18 มี.ค. Ambank Kuala Lumpur Int’l Marathon KL, Malaysia 42 221 -
06 เม.ย. เดิน-วิ่งรู้รักสามัคคี สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม-พระราม9 12 233 -
29 เม.ย. สิงห์บุรีมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน จ.สิงห์บุรี 10 243 -
05 พ.ค. มหกรรมกีฬาเดินวิ่งเทิดพระเกียรติ ฉัตรมงคล สนามกีฬา กกท. หัวหมาก 5 248 -
20 พ.ค. ทุ่งสงมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน โรงปูนทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 21 269 4-7
03 มิ.ย. เขื่อนขุนด่านปราการชล มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 2 จ.นครนายก 21 290 -
10 มิ.ย. นางั่วมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่2 อบต.นางั่ว จ.เพชรบูรณ์ 21 311 4-8
17 มิ.ย. ลากูน่าภูเก็ตนานาชาติมาราธอน ลากูน่า จ.ภูเก็ต 42 353 -
24 มิ.ย. ลานสกามาราธอน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช 42 395 5-9
30 มิ.ย. ซุปเปอร์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอนเขาสามมุก แหลมแท่น จ.ชลบุรี 10 405 3-9
01 ก.ค. ชอนตะวันมาราธอน จ.นครสวรรค์ 42 447 6-11 ถ้วยมาราธอนทุกคน
08 ก.ค. 100 ปีสุราษฎร์ธานีมาราธอน จ.สุราษฎร์ธานี 42 489 6-12
15 ก.ค. พัทยามาราธอน จ.ชลบุรี 42 531 -
05 ส.ค. หาดใหญ่สู่ธรรมชาติ มอ. จ.สงขลา 21 552 6-13
11 ส.ค. ราชพฤกษ์-สุวรรณภูมิมินิมาราธอน สนามบินสุวรรณภูมิ 6.5 558.5 3-14
26 ส.ค. สงขลานานาชาติมาราธอน ครั้งที่ 9 จ.สงขลา 21 579.5 -
07 ก.ย. 50K Ultra Marathon Kedah,Malaysia 50 629.5 100RM
16 ก.ย. มิซูโน่ริเวอร์แควครึ่งมาราธอน ริเวอร์แคววิลเลจ จ.กาญจนบุรี 21 650.5 -
23 ก.ย. สยามมาราธอน ครั้งที่ 2 สวนสาธารณะหนองจอก กทม. 42 692.5 3-15
07 ต.ค. บางกอกพัฒนา Run through History เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ 10 702.5 -
14 ต.ค. สกลนครมาราธอน ครั้งที่ 1 สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 42 744.5 -
21 ต.ค. Phuket Int’l Mountain Beach Marathon #3 หาดกะรน จ.ภูเก็ต 42 786.5 6-16
24 พ.ย. วัตสันมินิมาราธอน สวนลุมพินี กทม. 10 796.5 -
25 พ.ย. สะพานข้ามแม่น้ำแควมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ศาลหลักเมือง จ.กาญจนบุรี 21 817.5 -
09 ธ.ค. ฝ่าสายหมอก แพร่มาราธอน ครั้งที่ 7 สนามกีฬากลาง จ.แพร่ 42 859 5-17
23 ธ.ค. อยุธยา-ไจก้า มิดไนท์มาราธอน 42 901

ปี 2550 รวมสนามทั้งสิ้น 35 สนาม ระยะทางโดยรวม 901 กม.

23.11.50

แปลก แตกต่าง ก็ถูกต้องได้

คนเรานี่ก็แปลก ชอบคิดว่าอะไรที่แปลก แตกต่าง คือ "สิ่งที่ผิด"
อะไรที่มันแปลก-แตกต่าง มันไม่จำเป็นจะต้องผิดเสมอไปหรอก
จง "อย่า" ตัดสินว่า "มันผิด" หรือ "ไม่ถูกต้อง"
เพราะเหตุว่ามันไม่เป็นอย่างที่คุณคิด หรือ คิดไม่เหมือนคุณ

13.11.50

ทำไมถึงไม่เข้าใจเรา?


ไม่บอกปัญหา แล้วจะหาทางออกอย่างไร

การที่เราไม่ยอมรับปัญหาและพยายามปกปิดปัญหาเอาไว้ ในที่สุดแล้วปัญหามันก็ไม่ได้ถูกแก้ไขในห้องของการฝึกอบรมสำหรับประเทศสมาชิกภูมิภาค_SEA มีคำถามหนึ่งถูกตั้งขึ้นมา คุณคิดว่าอะไรเป็นสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้การจัดการ.... ของเราไม่ประสบผลคำตอบมากมายพรั่งพรูออกมาจากผู้เข้าร่วมการฝึกอบรม....กฎหมายของเรามันล้าสมัย ไม่ทันการพัฒนาที่ก้าวไปเร็วเหลือเกินแล้ว...ก็ตั้งแต่ พ.ศ. 2490 นี่ก็ปาเข้าไป 60 ปีแล้ว....

หมดชั่วโมงก่อนจะออกจากห้อง ข้าราชการอาวุโสท่านนึงถาม"ทำไมต้องบอกว่ากฎหมายเรามันล้าสมัยล่ะ เรื่องแบบนี้ไม่น่าเอามาพูดให้คนอื่นเค้ารู้"ผมล่ะงง จริงๆ ปัญหาไม่ยกขึ้นมาพูดแล้วใครมันจะรู้ พอไม่รู้แล้วมันจะแก้ยังไง

8.10.50

ร.ร. บางกอกพัฒนา: Run through History



ชื่องาน: Bangkok Patana School Run Through History
สถานที่ : เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ
วันที่ : 7 ตุลาคม 2550

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการแข่งขันของสนามนี้ ทุกระยะวิ่งในเมืองโบราณ ใช้ประตูเข้า-ออกของเมืองโบราณเป็นจุดปล่อยตัวและเส้นชัย เส้นทางภายในก็เป็นถนนสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมโบราณสถานต่างๆที่รวบรวมจากทั่วประเทศไทย ระยะ 5 กม. วิ่งรอบเดียว ส่วน 10 กม. ผู้จัดให้วิ่ง 2 รอบ มีจุดให้น้ำทุกๆ 1 กม.

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: งานนี้คงต้องบอกว่าเส้นทางสำหรับการวิ่งเพื่อสุขภาพเพอร์เฟคค่ะ แต่จะพลาดก็ตรงที่การรับสมัคร แจกเบอร์ให้กับนักวิ่ง และกรรมการบอกเส้นทาง ที่ไม่ชัดเจน

นักวิ่งโดยส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่สมัครล่วงหน้ากันมาก่อนทั้งนั้น แต่ต้องใช้เวลาในการรับเบอร์ที่นานมาก ไม่ใช่นานพอสมควร ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นเลย งานนี้เจ้าหน้าที่หรือกรรมการส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเสียค่อนข้างมาก ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆที่ให้เด็กได้มีโอกาสมาจัดกิจกรรมเพื่อส่วนรวมและบางคนก็เหมือนกับอาสาสมัครที่ยินดีมาช่วยงาน ถือเป็นการกระตุ้นให้เด็กได้เรียนรู้มากขึ้นจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ แต่การที่จะให้เด็กๆจัดการกันเองทุกอย่างคงไม่ได้สมบูรณ์และง่ายมากนัก ซึ่งในแต่ละหน้าที่หลักๆควรมีผู้ใหญ่เป็นหลักสักคนหรือสองคนคอยดูแลและรับผิดชอบบ้าง เมื่อยามที่เด็กเค้ามีปัญหาจะได้แก้ไขปัญหาได้เป็นระบบมากขึ้น
งานนี้ดูจะมีคนรับผิดชอบอยู่คนเดียวหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะนักวิ่งมีปัญหาเรื่องการรับเบอร์อะไร เด็กๆก็จะบอกให้ไปหาคุณไซมอน นักวิ่งที่มีปัญหานับร้อยคนเดินไปหาคุณไซมอน อะไรก็คุณไซมอน สุดท้ายแล้วคุณไซมอนก็มีแค่ 2 มือจะมีปัญญาอะไรมาแก้ไขให้นักวิ่งนับร้อย แทนที่จะเป็นการแก้ปัญหาก็เลยกลายเป็นปัญหางูกินหางเข้าไปอีก
เจ้าหน้าที่และกรรมการส่วนใหญ่คงจะไม่มีประสบการณ์การจัดงานวิ่งมากนัก แต่ก็ควรจะมีข้อมูลพื้นฐานหรือเข้าใจกฎกติกาพื้นฐานร่วมกัน อาทิ เบอร์วิ่งสีไหนระยะอะไร ผู้หญิง ผู้ชายสีอะไร หมายเลขที่ติดหน้าอกหมายความว่าอย่างไรเช่นนี้เป็นต้น เพราะตอนที่คุณคิมนักวิ่งสังกัดไทยมาราธอน เจ้าหน้าที่หาเบอร์ไม่พบเลยให้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่อีกท่านนึง แต่ก็รออยู่เป็นนานสองนาน ปรากฎว่าก็ได้เบอร์วิ่งผู้หญิงมาทั้งๆที่คุณคิมเป็นผู้ชาย ผมก็เลยท้วงว่าเนี่ยเบอร์วิ่งผู้หญิงนะ เจ้าหน้าที่กลับตอบอย่างมั่นใจเนี่ยเบอร์ผู้ชาย เฮ้อ... ก็เบอร์อย่างนี้สีนี้อ่ะ ผู้หญิงเค้าติดกันนี่นา... ก็เห็นๆกันอยู่

สุดท้ายอาจจะเป็นการผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร... บางครั้งดูเจ้าหน้าที่หรือกรรมการจะไม่ค่อยมั่นใจหรือสันทัดภาษาไทยสักเท่าไหร่ เลยทำให้นักวิ่งบางคน งง งง หรือบางคนจากที่ต้องวิ่ง 2 รอบ กลายเป็นวิ่ง 3 รอบก็มี หากผู้จัดไม่แน่ใจเรื่องการสื่อสารของกรรมการ ก่อนการปล่อยตัวควรแจ้งกฎ กติกา หรือรูปแบบการแข่งขันคร่าวๆที่สำคัญให้นักวิ่งได้รับทราบกันเสียหน่อยก็จะเป็นการดี หรือมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถให้คำปรึกษากับนักวิ่งไทยไว้เป็นหลักสักคน

แต่อย่างไรก็ดี แม้จะผิดพลาดในครั้งนี้ ก็ขอให้เป็นบทเรียนและประสบการณ์ให้กับผู้จัดมากยิ่งขึ้น และพัฒนาให้ก้าวไปข้างหน้าให้สมกับชื่อ บางกอกพัฒนา นะคะ


คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
คงไม่มีอะไรมากสำหรับสนามนี้ แม้ว่าค่าสมัครจะแพงไปสักนิดแต่ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศมาวิ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยได้เปิดให้นักวิ่งได้เข้ามาวิ่งกันบ่อยๆมากนัก ซึ่งปกติก็ต้องเสียค่าเข้าชม ก็ถือว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักวิ่ง เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งมีวิ่งกันทั้งทีก็น่าจะใช้โอกาสนี้ให้คุ้ม ทั้งวิ่งทั้งเยี่ยมชมสถานที่ในบริเวณนั้น และเหมาะที่จะมากันเป็นครอบครัวใช้เวลาว่างๆเช้าวันอาทิตย์ออกกำลังกายด้วยกัน

25.9.50

เมื่อนักวิ่ง เสียชีวิตในสนามวิ่ง


จะมีใครคิดเหมือนผมบ้างไหม? เหตุการณ์นี้นอกจะเป็นบทเรียนแก่นักวิ่ง มันก็น่าจะเป็นบทเรียนให้ผู้จัดบ้าง

23 กันยายน 2550 รายการแข่งขัน สยามมาราธอน ครั้งที่ 2 ณ สวนสาธารณะหนองจอก กรุงเทพมหานคร
ระยะมาราธอนปล่อยตัว 03.40 น. มาราธอนสนามนี้เมื่อปีที่แล้วติดไปทำงานทางใต้เลยกลับขึ้นมาวิ่งไม่ทัน
ปีนี้ก็เลยมาเก็บซะ ถ้าปีที่แล้วผมมีโอกาสมาวิ่ง ปีนี้ผมคงไม่มาที่แน่เลย

เส้นทางการแข่งขัน แม้จะดูง่ายๆ แต่มันเสี่ยงมากเลย ผมเกือบจะได้แพร่ระบาดเชื้อบ้าให้กับบรรดาเจ้าเขี้ยวงามที่คอยสอดส่องดูแลทรัพย์สินให้ผู้ปกครองของมันเสียแล้ว แต่โชคดีหวุดหวิดรอดมาได้ เป็นเส้นทางที่มีหมาเยอะมาก ไม่เยอะอย่างเดียวเท่านั้นแถมแม่ง... มันดุอีกต่างหาก นอกจากจะต้องหนีหมา ยังต้องมาปะกับความมืดอีก.... ก้าว แต่ละ ก้าว ผม ต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะเสียวหัวจะขมำจับกบแถวนั้น

วันนี้ผมคงต้องบอกว่าเศร้าใจและเสียใจ ที่เพื่อนนักวิ่งดีๆคนหนึ่งต้องจากไป คุณปิยะ วิริยะวณิชย์ และคงต้องขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ที่สูญเสียหัวหน้าครอบครัวซึ่งเป็นเสาหลัก น้องปริวัฒน์ และ น้องวรัทยา วิริยะวณิชย์ ที่ต้องสูญเสียคุณพ่อไป และสมากชิกชมรมวิ่งกิ๊กก๊อกจ๊อกกิ้ง ที่ต้องสูญเสียผู้นำที่สมบูรณ์แบบ

คุณปิยะ ร่วมวิ่งงานนี้ด้วยเช่นกัน ปล่อยตัวเวลาตี 3.40 น. นักวิ่งออกไปหมดแล้ว ผมจึงตามออกไปเพราะมัวแต่บันทึกภาพก่อนปล่อยตัว พี่เค้าก็ออกเดินไปเรื่อยๆ ผมยังเอ่ยปากบอกพี่เค้าว่า ไปเรื่อยๆนะครับ บริเวณที่เกิดเหตุ เป็นช่วงระยะ ที่ 9-11 กม.
หากใครได้วิ่งด้วยกัน และหากไม่หลงทางตรงจุดนั้นเสียก่อน จะจำได้ว่า กม. ที่ 9-11 เป็นเส้นทางที่เราเลี้ยวซ้าย ออกจากถนนหลักที่เราวิ่งกัน เข้าไปเส้นทางนั้นจะค่อนข้างมืด และถึงกับมืดสนิทเลยทีเดียว และนักวิ่งระยะนี้ก็ใช่ว่าจะมากนัก ดังนั้นนักวิ่งจะวิ่งห่างกันพอสมควร หากใครเกิดเป็นอะไรขึ้นมาก็เรียกว่ากว่าจะได้เจอกันก็นานทีเดียว นอกจากเส้นทางที่มืด ซึ่งนักวิ่งไม่สามารถมองเห็นเส้นทางได้ชัดเจน หากใครมีปัญหาด้านสายตา บอกได้เลยว่ามองไม่เห็นแน่นอน โชคดีสำหรับผม เพราะพกกล้องติดตัวไปด้วย พอเปิดกล้องก็พอจะมีแสงให้เห็นเส้นทางได้บ้าง แต่สำหรับนักวิ่งทั่วไปจะมีสักกี่คน ที่พกไฟฉาย กล้อง หรือแม้แต่มือถือ ที่พอจะให้แสงได้ล่ะครับ ก็คิดดูละกันก่อนจะเข้ามาวิ่งเส้นทางนี้ มีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้าย มีนักวิ่งจำนวนกว่า 10 คนมองไม่เห็นป้ายนี้แล้วก็วิ่งตรงกันไปเลย

นอกจากความมืดของเส้นทางการแข่งขัน อีกอย่างคือ รถปฐมพยาบาลเคลื่อนที่ ที่มีความสำคัญต่อการวิ่งระยะยาวๆ หรือแม้แต่ระยะสั้นก็ตามเหตุการณ์ครั้งหนึ่งของพี่ปั้น คงจำกันได้ ใครจะคิดว่าแม้แต่วิ่งเป็นรอบ ๆ อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดมันย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ คนเป็นลม ย่อมต้องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในทันทีและต้องการการช่วยเหลือที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที แม้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือ แต่หลังจากนั้นสัก 10 นาที ครึ่งชั่วโมง มันก็สายไปแล้ว...

นักวิ่งหลายๆคน ไม่ได้แข็งแรงร้อยเปอร์เซนต์เสียทุกคนไป หรือแม้แต่บางคนที่แข็งแรงแต่ด้วยความที่อยากเอาชนะ ร่างกายมันก็ย่อมล้า เกิดวิกฤตขึ้นได้เสมอ ดังนั้นนอกจากตัวนักวิ่งเองที่ต้องระวังตัวเอง ในสนามวิ่งผู้จัดเองก็ต้องร่วมรับผิดชอบในส่วนตรงนี้ด้วยเช่นกัน

เหตุการณ์ในครั้งนี้ ถ้าเป็นคนไทย อาจจะบอกว่า คนเรามันถึงเวลาแล้วที่ต้องไป แต่ผมอยากให้ผู้จัด เห็นเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนของผู้จัดเสียมากว่า มากกว่าจะปล่อยให้นักวิ่งมาเผชิญชะตากรรมกันเอง อะไรจะเกิดก็แล้วแต่บุญแต่กรรม

ไม่รู้จะพูดยังไงเลย เศร้า... ต่อจากนี้... ผมจะรอดูซิว่า เรื่องนี้จะเป็นยังไงต่อไป

24.9.50

ในยามที่ท้อแท้ จงมองดูภาพเหล่านี้...

คนเราเลือกเกิดไม่ได้สิทธิความเป็นมนุษย์มีจริงเหรอ?
แล้วสิทธิการอยู่รอดจะมีด้วยมั้ย?
ชีวิตคือการต่อสู้เหรอ?
แล้วต้องสู้ขนาดไหน?
สู้กับใคร?สู้แล้วจะได้อะไร?
ชัยชนะอยู่ตรงไหน? ถ้าแพ้ล่ะ?