23.10.48

ภูเก็ต ภูเขา หาดทราย มาราธอนนานาชาติ ครั้งที่ 1

ชื่องาน: ภูเก็ต ภูเขา หาดทราย มาราธอนนานาชาติ ครั้งที่ 1
วันที่: 23 ตุลาคม 2548
สถานที่: ณ สวนสาธารณะ กะรน หาดกระรน จ.ภูเก็ต
สรุปผลการประเมิน: 73 คะแนน พอใช้ได้

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการแข่งขันสำหรับมาราธอน 42.195 กิโลเมตร เป็นเส้นทางถนนลาดยางวิ่งขึ้นและลงเขา เรียบหาดทราย โดยเริ่มจากสวนสาธารณะกระรน – ย้อนไปภูเก็ตเมอร์ริเดียน ประมาณ 3.5 - และวิ่งย้อนกลับไปแหลมพรหมเทพ และวิ่งกลับมาเข้าสู่เส้นชัย ณ จุดสตาร์ทอีกครั้ง เส้นทางการวิ่งของสนามนี้ถือว่าโหดเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ขึ้นเนินในช่วงสุดท้าย หรือ ลานสกาที่วิ่งไปกลับภูเขา 2 ลูก เรียกว่าสองสนามนั้นถูกทำลายสถิติในด้านความโหดไปเลย เส้นทางขึ้น ลงเขาที่ทั้งสูงและชัน ตลอดเส้นทาง 42.195 กิโลเมตร แต่โชคดีที่อากาศไม่ร้อนมากนัก มีลมทะเลพัดเย็น และฝนตกปรอยๆลงมาเล็กน้อยพอเป็นกะสัย ในบริเวณจุดปล่อยตัว ณ หาดกะรน ค่อนข้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวทำให้ในเส้นทางในช่วงนั้นค่อนข้างพลุกพล่านนิดหน่อย มีกลิ่นควันรถบ้างเล็กน้อยถึงแม้จะปล่อยตัวเวลา 03.30 น. ก็ตาม

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
สำหรับสนามนี้นักวิ่งจะต้องทำการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี เนื่องจากเส้นทางขึ้น-ลงเขา หลายลูกและมีความชันมากพอสมควร สนามนี้ไม่เหมาะสำหรับนักวิ่งมาราธอนเท้าใหม่เท่าใดนัก ในระหว่างการวิ่งสิ่งที่นักวิ่งต้องระวังมากเป็นพิเศษ คือเรื่องการเป็นตะคริว เพราะเนื่องจากการวิ่งลงเขาที่ทั้งสูงและชัน จะทำให้เท้าเกร็ง เพื่อป้องกันการลื่นไถลลงมา
ถึงแม้สนามนี้จะมีเงินรางวัลเป็นสิ่งล่อใจนักวิ่งแนวหน้าทั้งหลาย แต่นักวิ่งแนวหน้าก็ไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าใดนัก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสภาพเส้นทางการวิ่งที่โหดมากๆอย่างนี้ ซึ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเป็นอย่างมากสำหรับนักวิ่งที่ใช้เวลาเป็นเป้าหมายหลักสำหรับการวิ่ง ดังนั้นอยากบอกว่าหากสนามนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการวิ่ง สนามนี้ก็จะเรียกได้เป็นสนามที่โหดที่สุด เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ชื่นชอบความท้าทาย อาศัยความทรหดสะกดความทรมาน

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
สนามนี้เป็นสนามที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นอย่างมาก ได้ทั้งความงามของธรรมชาติที่แฝงไปด้วยความโหดร้ายสำหรับระยะมาราธอน ดังนั้นในการจัดครั้งต่อๆไปหากผู้จัดยังคงใช้เส้นทางเดิม นักวิ่งส่วนใหญ่ที่จะเข้าร่วมวิ่งก็จะเป็นนักวิ่งที่ชื่นชอบความท้าทาย และเหล่าบรรดานักวิ่งหน้าเก่าๆเท่านั้น หน้าใหม่ไม่กล้าลงเพราะสนามนี้ต้องอาศัยความพร้อมของร่างกายเป็นอย่างมากที่จะจบการแข่งขัน สนามนี้อาจจะต้องเน้นไปที่ระยะสั้นเพื่อดึงดูดนักวิ่งหน้าใหม่
ในการจัดครั้งนี้ก็ได้เห็นความตั้งใจของเจ้าภาพเป็นอย่างมาก แต่ในบางครั้งความตั้งใจก็ยังไม่พอที่จะให้งานประสบความสำเร็จดังหวังได้ แต่ก็หวังว่าประสบการ์ณในการจัดครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ ภูเก็ต ภูเขา ชายหาด มาราธอนนานาชาติ ครั้งที่ 2 ประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่านี้
สำหรับวัตถุประสงค์การจัดวิ่งในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นการที่การจัดทัวร์ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ หรือจัดทำแพคเกจสำหรับนักวิ่งในราคาประหยัด หรือหลายๆระดับตามแต่ความต้องการของนักวิ่งก็จะเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง นอกจากนั้นโรงแรมต่างๆก็จะได้เข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นและได้ประโยชน์จากการจัดวิ่งมากขึ้นด้วย

16.10.48

รำลึก 105 ปีสมเด็จย่า ดอยตุงมินิ / ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 13

ชื่องาน: รำลึก 105 ปีสมเด็จย่า ดอยตุงมินิ / ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 13
วันที่: 16 ตุลาคม 2548
สถานที่: ณ สถานีขนส่ง ปากทางขึ้นพระตำหนักดอยตุง อ. แม้ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
สรุปผลการประเมิน: 74 คะแนน ใช้ได้ เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งของงานนี้ เริ่มต้นจากบริเวณหน้าสถานีขนส่งดอยตุง (ท่ารถม่วง) วิ่งไปสู่เส้นชัยอีกจุดหนึ่งซึ่งเป็นบริเวณหน้าอาคารหอพระราชประวัติพระหนักดอยตุง ตลอดเส้นทางการวิ่งร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ หมอกบางๆ ตลอดเส้นทางการวิ่งมินิ เป็นเส้นทางลาดยางวิ่งขึ้นเนินตลอด การจราจรปิดสนิทสำหรับนักวิ่ง ถือได้ว่าเป็นเส้นทางที่เหมาะสมสำหรับการวิ่ง การออกกำลังกาย และท่องเที่ยว ทั้งสวยงาม และแฝงไปด้วยความท้าทายสำหรับนักวิ่งพอดู กอรปกับการดูแลจากหน่วยปฐมพยาบาล และจุดให้น้ำที่ให้กันทุกๆ 2 กิโล ถือว่าเป็นเส้นทางการวิ่งที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ทั้งบรรยากาศ ความท้าทาย และ ความปลอดภัย

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง:
เส้นทางการแข่งขันแห่งนี้เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับการออกกำลังกายและการไปพักผ่อนเป็นอย่างมาก และเส้นทางการวิ่งที่ขึ้นเนิน ขึ้นดอยตลอด เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่เคยวิ่งแต่ทางเรียบเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาทักษะการวิ่งได้อีกด้วย และการวิ่งขึ้นดอยครั้งนี้ก็ไม่อันตราย และไม่ค่อยมีผลกระทบต่อร่างกายนักวิ่งมากนัก แต่ในทางกลับกันหากเปลี่ยนเส้นทางจากการวิ่งขึ้นดอยเป็นลงดอย คิดว่างานนี้นักวิ่งหลายๆคนอาจบาดเจ็บได้ เพราะทางค่อนข้างชัน สำหรับการฝึกซ้อม และเตรียมตัววิ่งขึ้นดอยแล้ว ในระหว่างร่วมการแข่งขันสนามนี้ก็อยากแนะนำให้นักวิ่งได้พกเงินติดตัวกันไปด้วย เนื่องสถานที่การแข่งขันแห่งนี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว พอเสร็จสิ้นการแข่งขันก็จะได้ซื้อของฝากติดมือกลับบ้านกันได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาลงมาอีกครั้ง และเนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยม ทำให้ราคาสินค้าสูงไปบ้าง

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: งานวิ่งวันนี้ถือว่าจัดได้ดี และได้ถูกจัดเป็นงานวิ่งประเพณี ถึงแม้จะจัดขึ้นชนกับงานยักษ์ใหญ่ในกรุงเทพ แต่ก็พบว่านักวิ่งจากกรุงเทพจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจและไปร่วมวิ่งงานนี้ โดยเส้นทางการวิ่งที่ได้ใช้ในการแข่งขันถือว่าเป็นเส้นทางที่สวยงาม ท้าทายนักวิ่งและเป็นเอกลักษณ์ของงานวิ่งนี้ได้เป็นอย่างดี และการปิดถนนสำหรับนักวิ่งและความพร้อมระหว่างเส้นทางการแข่งขันถือว่าทำได้ดีมาก แต่มีบางสิ่งที่อยากจะแนะนำสำหรับงานนี้ เพื่อให้นักวิ่งได้ประทับใจและไปวิ่งอีกทุกครั้งไป งานนี้พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีในพื้นที่จำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยคนเข้าร่วมวิ่งในวันนี้โดยที่เด็กเหล่านี้น่าจะเป็นเด็กนักเรียนและไม่ได้มีผู้ปกครองมาด้วย แต่หลังจากวิ่ง 13.5 กิโลเข้าเส้นชัยไปแล้ว ไม่มีอาหารสำหรับเด็กและนักวิ่งเลย นอกจากน้ำเปล่า 1 ขวด มีแต่ร้านค้าที่ขายของสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีราคาแพงน่าดูเชียวแค่ขนมปังชิ้นนึงก็ปาเข้า 30 บาทแล้ว น้ำเย็นอีกแก้วก็อีก 20 บาท รวมแล้วก็ 50 บาทแล้ว วิ่งมาเหนื่อยๆขนมปัง 1 แผ่นกับน้ำ 1แก้วยังคงไม่พอบรรเทาอาการหิวและเหนื่อยได้แน่นอน อย่างน้อยก็น่าจะซัก 100 บาทพอจะบรรเทาไปได้บ้าง สำหรับนักวิ่งผู้ใหญ่ก็คงพอจะจ่ายได้ แต่สำหรับเด็กนับร้อยๆเหล่านั้นล่ะ ก็คงต้องเดินกลับลงไปอีก 13 กิโลพร้อมน้ำเปล่า 1 ขวดไปกินข้าวบ้าน ในครั้งต่อไปอยากให้ผู้จัดได้เตรียมอาหารไว้สำหรับนักกีฬาบ้าง โดยที่ค่าใช้จ่ายตรงจุดนั้นอาจจะเป็นการเก็บค่าสมัครนักวิ่งผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นมา ส่วนสำหรับนักเรียนและเยาวชนก็วิ่งฟรีเช่นนี้ต่อไป ผลสืบเนื่องจากข้อแรกที่บอกว่าต้องเดินลงอีก 13 กิโล เนื่องจากรถที่ให้บริการเที่ยวกลับแก่นักกีฬาไม่ได้แจ้งจุดรับส่งที่แน่นอนหรือมีสัญสักษณ์ติดให้รู้ว่าเป็นรถบริการฟรีสำหรับนักกีฬา เด็กในพื้นที่เคยเห็นว่าเป็นรถบริการที่เคยต้องจ่ายค่ารถก็ไม่กล้าขึ้น เดินลงดีกว่า ยิ่งกว่าลงวิ่งฮาล์ฟอีกนะคะไปกลับ 26 กิโล ในครั้งต่อๆไปอยากให้รถที่บริการนักกีฬา มีจุดรับส่งที่แน่นอน และมีป้ายผ้าติดให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นรถให้บริการสำหรับนักวิ่งและนักกีฬา เนื่องจากสถานที่การแข่งขันเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นการจัดตั้งถังขยะก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การมีถังขยะถาวรจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การรักษาความสะอาดของสถานที่เป็นไปได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และใช้ได้ตลอดไป และโดยเฉพาะบริเวณจุดปล่อยตัว หาถังขยะไม่ค่อยมี นักวิ่งก็เลยทิ้งไปทั่วเลย ข้างทาง ข้างถนน และทั่วๆไป หลังจากแข่งวิ่งเสร็จก็ลงไปร่วมปั่นจักรยานเห็นภาพสถานที่บริเวณจุดปล่อยตัวแล้วไม่งามเอาซะเลย มีแต่แก้วน้ำ ขยะเกลื่อนไปหมด เราเองก็มีขยะพยายามเดินหาถังขยะก็ไม่เจอก็เลยต้องยัดใส่กระเป๋าตัวเองไว้ก่อน หากแก้ไขตรงจุดนี้ได้ สถานที่แห่งนี้คงจะงดงามทุกเวลาที่ใครผ่านไปผ่านมาเวลาไหนก็งดงาม อย่าคิดว่าเป็นเพียงท่ารถจะขยะเยอะก็ไม่เป็นไร เพราะนั่นก็เป็นส่วนของการท่องเที่ยว และเพื่อเป็นการส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ด้วย

เรื่องการแจกถ้วยรางวัล เนื่องจากอาจเป็นประเพณีที่ต้องรอแจกรางวัลให้นักกีฬาหลังจากที่กีฬาทุกประเภทแข่งขันเสร็จสิ้นลง แต่ว่ากีฬาแต่ละประเภทเริ่มการแข่งขันไม่พร้อมกัน ดังนั้นการเสร็จสิ้นย่อมไม่พร้อมกันแน่นอน ทำให้นักกีฬาบางประเภทที่เสร็จก่อนต้องรอกันนาน....... สำหรับนักวิ่งตื่นกันแต่เช้า เพื่อวิ่งกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า วิ่งเสร็จอาหารก็ไม่ได้มีเตรียมไว้ให้ แถมให้นั่งรอแจกถ้วยโดยที่ไม่มีเวลาแน่นอนเลยว่าจะแจกถ้วยเมื่อไหร่ นักกีฬาจะเที่ยวก็ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลังคอยรอเรียกรับรางวัล นักกีฬาบางท่านเดินทางมาไกล ก็ทำให้ต้องรีบเร่งในการเดินทางกลับเพื่อให้ทันไปทำงานในวันรุ่งขึ้น หากเป็นไปได้ในครั้งต่อๆไปก็อยากให้กีฬาประเภทใดที่จบการแข่งขันก่อนก็แจกรางวัลไปปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้ได้ก็จะดีมากทีเดียว เรื่องนี้อาจไม่สำคัญเท่าใดนัก เรื่องห้องน้ำ 3 บาท นักวิ่งก็เข้าใจนะคะว่าวิ่งฟรีแล้วจ่ายค่าห้องน้ำ 3 บาทก็คงไม่เหลือบากฝ่าแรงไปสักเท่าใด แต่เวลานักวิ่งไปร่วมวิ่งก็ไม่อยากจะพกเหรียญไปวิ่ง เพราะชุดวิ่งก็ไม่ค่อยจะมีกระเป๋า เป็นไปได้หากเก็บค่าสมัครจากนักวิ่ง แล้วผู้จัดเอาไปเหมาจ่ายกับผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์ตรงจุดนั้นก็จะเป็นการดี

สุดท้ายก็ขออภัยหากคำแนะนำเหล่านี้ทำให้ผู้จัดต้องลำบากใจ แต่ก็ในฐานะนักวิ่งคนหนึ่งซึ่งได้มีโอกาสไปสัมผัสกับบรรยากาศและเส้นทางการวิ่งมาแล้ว ดิฉันคิดว่าหากปรับปรุงในเรื่องดังกล่าวที่กล่าวมาข้างต้น งานวิ่งประเพณีขึ้นดอยตุง จะเป็นงานที่นักวิ่งทุกทิศทั่วไทยให้ความสนใจและไปร่วมวิ่งอีกแน่นอน หรือหากปรับเพิ่มระยะมาราธอนมาอีกซักระยะ คิดว่าเป็นสนามวิ่งที่เหมาะกับนักวิ่งที่ชอบความท้าทายแน่นอน วิ่งขึ้นดอยชมวิวและบรรยากาศทะเลหมอกยามเช้าแห่งเมืองเชียงราย สุดยอดไปเลยล่ะค่ะ

25.9.48

สะพานบรมราชชนนี-สะพานพระราม 8 ซูเปอร์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน

ชื่องาน: สะพานบรมราชชนนี-สะพานพระราม 8 ซูเปอร์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน (25 กันยายน 2548)
สถานที่: ณ สะพานพระราม 8 กรุงเทพมหานคร
สรุปผลการประเมิน: 71 คะแนน พอใช้ได้

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่ง เริ่มต้นด้วยการวิ่งไปกลับบนสะพานพระราม 8 ก่อนเลย จากนั้นก็ต่อด้วยการวิ่งไปกลับ บนสะพานพระบรมราชชนนี แล้วกลับสู่เส้นชัยบริเวณใต้สะพานพระราม 8 ผั่งธนบุรีอีกครั้ง (เส้นทางนี้เป็นเส้นทางการวิ่งสำหรับซูเปอร์ฮาล์ฟ 34K) ตลอดเส้นทางการวิ่ง การจราจรถูกปิดสนิท เจ้าหน้าตำรวจคอยให้การดูแลอย่างดีเยี่ยม ชนิดที่ว่าไม่เคยเจองานไหนได้มาขนาดนี้ เส้นทางการวิ่ง 34K เป็นเส้นทางเดียวกันกับกรุงเทพมาราธอน แต่ไม่ต้องไปวิ่งต่อบนถนนราชดำเนินให้เสียว...สันหลัง... บนเส้นทางทั้งสองสะพานที่ใช้เป็นเส้นทางการวิ่งเป็นทางเรียบล้วนๆ ดังนั้นการวิ่งจึงไม่ยากนัก ส่วนบรรยากาศก็ใช้ได้ มีเพียงบางจุดเท่านั้นที่ด้านล่างสะพานที่มีการจราจรคับคั่งก็จะได้กลิ่นควันรถบ้างแต่ไม่มาก ในช่วงวิ่งย้อนกลับ แดดจะออกพอดี นักวิ่งที่วิ่งกันช้าๆ ไม่ใช่แนวหน้าก็ได้วิ่งอาบแดดกันหอมปากหอมคอทีเดียว...

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้ถือว่าเป็นสนามที่เหมาะสำหรับนักวิ่งทุกระดับ เส้นทาง 34K ก็เหมาะเป็นเส้นทางการซ้อมยาวๆ ได้ดีทีเดียว แต่สนามนี้คงไม่ง่ายนักที่จะมีการจัดวิ่งกันบ่อยๆ เพราะเป็นเส้นทางสายหลักอีกเส้นทางหนึ่ง แต่หากนักวิ่งท่านใดที่ไม่ใช่แนวหน้ามีโอกาสได้ไปวิ่งบนเส้นทางนี้ ก็แนะนำให้หาหมวกติดมือไปด้วยสักใบ เพราะในช่วงย้อนกลับส่วนใหญ่ก็จะวิ่งสวนกลับตอนพระอาทิตย์กำลังขึ้น นอกจากนั้นในการวิ่งระยะยาวๆบนสะพานทั้งสองสะพานนี้หากท่านสามารถพกน้ำติดตัวไปด้วยได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดี และนอกจากนั้นโดยเฉพาะนักวิ่งหญิง โปรดคำนึงด้วยว่าการวิ่งยาวบนสองสะพานนี้ท่านไม่สามารถหาห้องน้ำที่ไหนได้เลย ท่านไม่สามารถทำธุรหนักได้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นก่อนการวิ่งควรเตรียมตัวให้พร้อม เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนขึ้นไปวิ่ง ท้องไส้ไม่ดีควรหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้... ส่วนบรรยากาศการวิ่งโดยทั่วไป นักวิ่งก็จะเป็นตึกสูงโดยรอบตลอดเส้นทางการวิ่ง บางช่วงที่ถนนด้านล่างมีการจราจรคับคั่งก็จะได้กลิ่นควันขึ้นมาบ้างเล็กๆน้อยๆ...

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณผู้จัดเป็นอย่างสูงที่ต้องติดต่อประสานงานเพื่อให้นักวิ่งได้มีโอกาสขึ้นไปวิ่งบนสะพานหลัก (สะพานบรมราชชนนีและสะพานพระราม 8) ทั้งสองสะพาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว นอกจากนั้นต้องขอขอบพระคุณตำรวจทุกท่าน ทุกนาย ทุกสน.ที่คอยดูแลนักวิ่งและปิดการจราจรได้สนิท 100 เปอร์เซนต์ และขอบคุณน้องๆ ชุดวอร์มสีม่วง ที่มาให้บริการรับสมัคร รับฝากของ ให้บริการน้ำกับนักวิ่งและ ให้บริการในส่วนอื่นๆ.... และสิ่งที่อยากฝากผู้จัดไว้สำหรับงานนี้ การจัดวิ่ง เส้นทางการวิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่งานวิ่งจะประสพความสำเร็จได้ดีก็ต้องประกอบไปด้วยหลายสิ่ง หลายปัจจัย และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อตัวนักวิ่งโดยตรง การปฐมพยาบาลขั้นต้น รถพยาบาลที่เตรียมพร้อมไว้เสมอ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน... นักวิ่งไม่ทุกคนที่สามารถประเมินตัวเองได้เสมอ... และสิ่งสุดท้ายซึ่งอาจจะดูไม่สำคัญเท่าไหร่นักแต่สำหรับนักวิ่งระยะยาว วิ่งมาแล้ว 30 กว่าโล หรือหากเป็นมาราธอนก็ 40 โล ใช้เวลาและพลังกันถึง 3-4 ชม.เป็นอย่างน้อย ดังนั้นเข้าเส้นชัยอาหารสำหรับการฟี้นตัวควรจะมีให้เพียงพอสำหรับนักวิ่งหลังๆบ้าง... นักวิ่งจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ที่อาศัยใจสู้ อยากลอง อยากทดสอบตัวเองว่าจะวิ่งยาวๆได้สักแค่ไหน ทดสอบตัวเองเพื่อเตรียมตัวลงมาราธอน ดังนั้นนักวิ่งส่วนนี้บางครั้งเข้าเส้นชัยมาหลังๆ แล้วมาเจอสภาพต้องไปตายเอาดาบหน้า... เค้าก็หมดกำลังใจ... ช่วยกันรักษากำลังใจและน้ำใจกันเอาไว้...

18.9.48

ทศวรรษโรคกระดูกและข้อ เดิน-วิ่งมินิมาราธอน ครั้งที่

ชื่องาน: ทศวรรษโรคกระดูกและข้อ เดิน-วิ่งมินิมาราธอน ครั้งที่ 4 (18 กันยายน 2548)
สถานที่: กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพ
สรุปผลการประเมิน: 75 คะแนน เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งภายในกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นทางเรียบล้วนๆ ไม่มีเนิน วิ่งไป-กลับ ภายในกระทรวงสาธารณสุข เป็นเส้นทางที่สะดวกสำหรับผู้จัดซึ่งไม่ต้องกังวลกับการปิดถนน มีต้นไม้คอยให้ร่มเงาได้บ้างตามเส้นทางการวิ่ง เนื่องจากในบริเวณกระทรวงสาธารณสุขไม่กว้างมากนัก ก็จำเป็นที่จะต้องวิ่งวกไปวนมากันบ้าง นอกจากนั้นงานวิ่งหลายๆงานก็ใช้เส้นทางในกระทรวงทำให้นักวิ่งที่วิ่งบ่อยเบื่อเส้นทาง

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: หากเป็นนักวิ่งมือใหม่หัดขับสนามนี้ก็ถือว่าใช้ได้ดี เหมาะกับการวิ่งระยะสั้น นอกจากนั้นนักวิ่งที่ออกวิ่งไม่ถี่ และไม่สะดวกในการเดินทางออกต่างจังหวัดสนามนี้ก็ถือว่าเป็นสนามที่น่าสนใจ

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: สำหรับสนามนี้ จากวัตถุประสงค์การจัดงาน ทั้ง 4 ข้อ
1. รณรงค์การป้องกันโรคกระดูกและข้อ 2. เสริมสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาขนและผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ 3. ให้ความรู้ทางโรคกระดูกและข้อสำหรับประชาชน 4. ส่งเสริมการออกกำลังกายที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันหรือลดปัญหาโรคกระดูกและข้อ
จะเห็นว่าการจัดงานวิ่งในครั้งนี้ยังไม่มีจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ของงานนี้เพื่อดึงความสนใจให้นักวิ่งมาร่วมงานมากขึ้น
งบประมาณเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญกับการจัดงานในแต่ละครั้ง แต่ไม่อยากให้มองประเด็นนี้เป็นหลัก หากผู้จัดปรับรูปแบบในการจัดอีกสักเล็กน้อยเน้นไปในแนวทางการวิ่งเพื่อสุขภาพ เพื่อการกุศล อาทิ งานวิ่ง กฟผ. ไม่จำเป็นต้องมีถ้วยรางวัลสวยๆแจกเป็นการลดค่าใช้จ่ายตรงจุดนั้นได้อีกทางหนึ่ง และในปัจจุบันก็พบว่านักวิ่งไม่น้อยเลยทีเดียวที่วิ่งกันเพื่อสุขภาพจริงๆ แต่หากจะให้นักวิ่งกลุ่มนี้มาร่วมงาน ผู้จัดก็ต้องค้นหา หรือสร้างเอกลักษณ์ของงานขึ้นมาให้ได้... สนามนี้ก็จะเป็นสนามวิ่งเพื่อสุขภาพและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดงาน และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์มากยิ่งขึ้น การจัดนิทรรศการเล็กๆในงานและให้มีการตอบปัญหาชิงรางวัล จะเป็นการกระตุ้นนักวิ่งให้เข้ามาร่วมกิจกรรมได้มากยิ้งขึ้น และการจัดกิจกรรมอื่นที่ต่อเนื่องและหวังให้มีนักวิ่งเข้าไปมีส่วนร่วมควรจัดบริเวณหลังเข้าเส้นชัยไม่นานนัก และบริเวณใกล้เคียงกันนั้นเลย

13.9.48

ปรัชญาชีวิต

1. There is no life without DEATH
ไม่มีใครหรอกที่เกิดมาแล้วไม่ตาย

2. ความสุขกับความเหนื่อยยากมักเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้

3. คนเราทุกวันนี้มีชีวิตอยู่กับการแข่งขัน ทั้งกับเวลา คนรอบข้าง หรือแม้กระทั่งตัวเองจนบางครั้งลืมที่จะหยุดให้ชีวิต และความคิดได้พักผ่อนหากเราหยุดการแข่งขันไว้ชั่วขณะ บางทีเราอาจจะพบได้ว่าแท้ที่จริง สิ่งที่เราต้องการจะได้นั้น มิได้มาด้วยการแข่งขันเสมอไป

4. เหนือกว่าการได้มา คือ การให้

5. ความสุขที่แท้ของชีวิต คือ การที่ได้ก้าวเดินไป ได้ค้นหา ได้ทำ ได้พบ ได้ความสำเร็จ และได้ภูมิใจ

6. เมื่อเดินมาถึงทางแพ่ง หยุดคิดสักนิดนึง ก่อนเลือกที่จะก้าวไปและ อย่าตัดสินใจ เพียงเพราะ ก้าวตามคนอื่น

7. ชีวิตเป็นของเธอแต่ก็ควรเรียนรู้ชีวิต ของคนอื่นด้วยเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน แลกเปลี่ยน แล้วเธอจะรู้ว่า แท้ที่จริงแล้วประสบการณ์ มีค่ามากมายมหาศาลเจ้าของประสบการณ์ ต้องใช้เวลาพ้นผ่านนับเดือน นับปีแต่เราสามารถเรียนรู้ได้ภายในเสี้ยวนาทีในโลกนี้ไม่มีอะไรล้ำค่าเท่า ประสบการณ์

8. ภูเขาเมื่อดูไกลๆ มันก็ดูสวยงามดีแต่พอเข้าไปใกล้ๆ เราก็จะเห็นความขรุขระ ปีนยากลำบากแต่ถ้าเราปีนขึ้นถึงยอดเขา ก็จะเห็นทิวทัศน์สวยงาม ลมเย็นสบายเมื่อเรายังเป็นเด็ก มันคงยากที่จะปีนป่ายแต่เมื่อโตขึ้นมา มีโอกาสที่จะปีนป่ายมันขึ้นไปถ้าเราไม่ปีนเพราะกลัวความลำบาก เราก็จะต้องอยู่แต่เชิงเขาเห็นแต่ภูเขาขรุขระไปจนเราแก่ตาย...

9. ดอกไม้สวยแต่หาง่ายริมถนน มันก็ดูเหมือนไร้ค่าดอกไม้ที่ไม่สวย แต่หายากลำบาก กลับดูสูงค่า มีราคาอย่ากลัวความยากลำบาก เพราะคุณค่าของมันอยู่ที่ตรงนี้ความสำเร็จที่ได้มาง่ายๆ ก็เหมือนดอกไม้สวย ราคาถูก

10. รวงข้าวที่ลีบเบา จะชูช่อสูง แกว่างไปมา เพราะภายในกลวง ไม่มีอะไรรวงข้าวที่หนัก สุกปลั่ง จะค้อมตัวต่ำ นิ่งงดงาม เพราะภายในหนักด้วยคุณค่าและเนื้อหา

11. อย่าเลือกฝันของคนอื่น เพระเห็นว่าเขาประสบความสำเร็จหยุดคิดและทบทวนดูว่า เธอชอบอะไร เธอฝันอะไร เธออยากเป็นอะไร แล้วมุ่งมั่นตั้งใจพาชีวิตเดินไปตามที่ฝัน อย่าเลือกฝันของคนอื่น ตราบใดที่เธอยังต้องหายใจด้วยตัวเอง

12. อย่าเสี่ยงกับการเอาชีวิตและอนาคต ไปแขวนไว้กับคนอื่น หรือแม้แต่ความหวังดีของคนอื่นเพราะไม่มีใครจะรู้จักเรา รักเรา เข้าใจเรา หวังดีต่อเรา เท่ากับตัวเราเองถ้าจะมีใครสักคนที่รู้จักเราดี คนคนนั้น ก็คือ ตัวเราเอง

13. “คนที่ประสบความสำเร็จ และคนที่ประสบความล้มเหลว มักจะทำทุกอย่างเหมือนกันแต่ทำด้วยทัศนและวิธีคิดที่แตกต่างกัน”

14. อ่านหนังสือ เราได้อารมณ์ ความรู้สึก และมีเรื่องราวต่างๆมากมายให้ศึกษาอ่านคน เราก็ได้สิ่งต่างๆเหล่านั้นเช่นกัน แต่มันมีค่ามหาศาลหากเราอ่านมันออกเพราะมันยากเสียกว่า การอ่านหนังสือเป็นร้อยๆ เล่ม


15. Do a favor and Do not ask for or expect, one in Return
ทำประโยชน์โดยไม่หวังผลตอบแทน


16. โลกไม่ได้มีเพียงด้านเดียว ให้เราเรียนรู้ เราก็ไม่สามารถหมุนโลกให้เห็นทุกๆด้านได้แต่เรารู้โลกได้เกือบทุกด้าน จากผู้คนมากมาย ทั้งดีและร้ายที่อยู่รอบตัวเรา

4.9.48

กฟผ.มินิมาราธอน

ชื่องาน: กฟผ.มินิมาราธอน (4 กันยายน 2548)
สถานที่: กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี
สรุปผลการประเมิน: 80 คะแนน จัดได้ดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งอยู่ในบริเวณภายในกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นทางเรียบล้วนๆ ไม่มีเนิน วิ่งไป-กลับ เป็นเส้นทางวิ่งที่สะดวกสำหรับผู้จัดซึ่งไม่ต้องกังวลกับการปิดถนน หรือควบคุมจราจร และมีต้นไม้คอยให้ร่มเงาได้บ้างตามเส้นทางการวิ่ง อากาศไม่ร้อนแดดไม่มีนักวิ่งก็วิ่งกันสบายๆเพื่อสุขภาพและการกุศล เส้นทางการวิ่งภายในกระทรวงสาธารณสุข เป็นเส้นทางที่เหมาะกับการวิ่งระยะสั้นๆ อย่างมินิมาราธอน แต่หากจัดวิ่งระยะอื่นๆมากกว่า ก็คงต้องวิ่งวนกันหลายรอบทีเดียว

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: หากคุณไม่ใช่นักวิ่งแนวหน้าที่หวังถ้วยรางวัลสวยหรู หรือเงินรางวัลติดมือกลับบ้านล่ะก้อ งานการกุศลที่จัดได้ดีอย่างนี้เป็นงานที่น่าไปวิ่งและให้การสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนวิ่งกันด้วยรอยยิ้ม และผู้จัดให้ความสำคัญกับนักวิ่งทุกคน ผู้จัดจัดด้วยใจ นักวิ่งก็วิ่งด้วยใจ ผลที่ออกมาทุกคนก็ประทับใจ

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: สำหรับสนามนี้ขึ้นชื่อว่า กฟผ. ก็การันตีคุณภาพการจัดงานได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังคงรักษาคุณภาพของงานวิ่งได้เป็นอย่างดี แต่มีสองสิ่งที่อยากฝากไว้ให้พิจารณา สิ่งแรกคือการสร้างหรือปลูกจิตสำนึกให้นักวิ่งที่รักวิ่งได้รักษ์สิ่งแวดล้อมไปด้วยในตัว ดังนั้นผู้จัดเองก็ต้องตระหนักถึงสิ่งนี้เช่นกัน และสิ่งที่สองคือ อยากให้งานวิ่ง กฟผ. ซึ่งเป็นงานวิ่งการกุศลจริงๆ ที่นักวิ่งส่วนใหญ่ให้ความสนับสนุนเสมอมา หากเป็นไปได้อยากให้ผู้จัดผลักดันงานวิ่งนี้ให้เป็นงานวิ่งสังสรรค์ของนักวิ่งไทยทุกชมรม อ่านดูแล้วคงยากพอสมควรนะคะสำหรับข้อนี้ แต่หากไม่มีการเริ่มต้นคิดและทำขึ้นมามันก็คงไม่เกิดเป็นแน่ ที่เสนอแนะข้อนี้ขึ้นมาเพราะคิดว่าผู้จัดมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปถึงระดับนั้นได้

21.8.48

กต.ตร. สน.บึงกุ่มมินิมาราธอน ครั้งที่ 1

ชื่องาน: กต.ตร. สน.บึงกุ่มมินิมาราธอน
21 สิงหาคม 2548
สถานที่: สำนักงานเขตบึงกุ่ม กรุงเทพ
สรุปผลการประเมิน: 72 คะแนน พอใช้ได้ เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งของสนามนี้ มีลักษณะคล้ายกับเส้นทางของนพรัตน์มินิมาราธอน คือวิ่งกันบนถนนเรียบลาดยางที่ใช้สัญจรไปมา วิ่งไป-กลับเส้นทางเดิม โดยจุดสตาร์ทอยู่บริเวณหน้าสำนักงานเขตบึงกุ่ม พอปล่อยตัวจากด้านหน้าเขตก็วิ่งเลี้ยวซ้ายออกสู่ถนนเสรีไทย วิ่งบนถนนเสรีไทยประมาณ 2 กิโล ถึงแม้การจราจรบนถนนเสรีไทยจะไม่ปิดสนิทแต่การแบ่งเส้นทางการวิ่งและการดูแลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปได้อย่างดีเยี่ยมหรือดีมากที่สุดเท่าที่เคยได้รับมา วิ่งไปได้ซัก 2 กิโล ก็เลี้ยวซ้ายวิ่งออกทางเรียบคู่ขนานไปบางปะอิน อีก 3 กิโลเมตร เส้นทางถูกปิดสำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะ ข้างทางก็มีต้นไม้ร่มรื่น อากาศไม่ร้อนมาก ตลอดเส้นทางการวิ่ง 10 กิโล เป็นทางเรียบล้วนๆ ไม่มีเนิน ภาพโดยรวมถือว่าดีมากทีเดียวสำหรับงานวิ่งในกรุงเทพ ฝุ่นควันไม่มาก หากงานนี้ผู้จัดไม่พลาดเรื่องการบริการให้น้ำนักวิ่งไม่ว่าจะเป็นตั้งจุดให้น้ำเพียง 2 จุด มีแต่เพียงน้ำเปล่า และปริมาณน้ำที่ขาดแคลนไม่เพียงพอสำหรับนักวิ่งในเส้นทางการแข่งขัน รับรองว่างานนี้จะเป็นอีกงานที่จะเป็นที่ประทับใจนักวิ่งในด้านบวกมากกว่านี้แน่นอน

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้เป็นสนามใหม่ที่ถูกจัดขึ้นมาเป็นครั้งแรก งานแรกของ กต.ตร.สน.บึงกุ่ม เส้นทางการวิ่งไม่ยาก ไม่มีเนิน สำหรับนักวิ่งน้องใหม่ และนักวิ่งในกรุงเทพสนามนี้เป็นสนามที่น่าสนใจและน่าวิ่งทีเดียว ไม่เฉพาะเส้นทางการวิ่งบนทางเรียบคู่ขนานที่บรรยากาศถถือว่าดีแล้ว การเดินทางก็สะดวก ความปลอดภัยในเส้นทางการวิ่งและทรัพย์สินเลยไม่ต้องเป็นห่วงมากนัก

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: ในเรื่องของเส้นทางการแข่งขัน วัน เวลา และสถานที่ในการจัดวิ่งของสนามนี้ถือว่าดีและเหมาะสมมากทีเดียว แต่สิ่งที่ผิดพลาดอย่างแรงในวันนี้ผู้จัดก็คงทราบดีอยู่แล้ว จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นจากนักวิ่งนับร้อยนับพันที่ตั้งใจไปร่วมงาน และคิดว่าในครั้งต่อไปสิ่งที่ผิดพลาดนี้คงจะไม่เกิดขึ้นกับงานนี้อีก และเชื่อว่าหากข้อผิดพลาดนี้ได้ถูกนำมาพิจารณาและแก้ไขในครั้งต่อไป งานวิ่งนี้จะเป็นงานวิ่งในกรุงเทพที่นักวิ่งอยากไปวิ่งแน่นอน......

24.7.48

สุราษฎร์มินิ – ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 8

ชื่องาน: สุราษฎร์มินิ – ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 8
(24 กรกฎาคม 2548)
สถานที่: ณ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี
สรุปผลการประเมิน: 76 คะแนน เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: สุราษฎร์มินิมาราธอน มีการแข่งขัน 3 ระยะ ได้แก่ 4K, 10K และ 21K ทั้ง 3 ระยะวิ่งบนเส้นทางเดียวกัน เป็นการวิ่งไป-กลับเส้นทางเดิม โดยออกจากจุดปล่อยตัวจากหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ฯ วิ่งตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร ผ่านศาลหลักเมืองและวิ่งข้ามสะพานแม่น้ำตาปีไปอีกฝั่ง เส้นทางหลังจากข้ามสะพานไปแล้วเป็นทางเรียบลาดยาง ไม่มีเนิน วิ่งกันง่ายๆ สบายๆ อากาศไม่ร้อน บรรยากาศก็ดีทีเดียว ตลอดเส้นทางเป็นสวนมะพร้าวสวนจาก และในช่วงกิโลสุดท้ายเป็นเส้นทางในตัวเมืองซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรของชาวสุราษฎร์ การจราจรก็เลยพลุกพล่าน ทำให้นักวิ่งที่เข้าเส้นชัยหลังวิ่งซักชั่วโมงครึ่งต้องคอยระวังรถกันบ้าง

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามวิ่งวันนี้เป็นสนามวิ่งที่เหมาะสำหรับนักวิ่งน้องใหม่มาก วิ่งไม่ยาก ถ้าเป็นนักวิ่งระดับแนวหน้าก็วิ่งกันสบายเรียกว่าทำเวลากันได้เต็มที่ นอกจากนั้นสุราษฎร์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอนจะจัดขึ้นทุกๆสองปีและจัดขึ้นในช่วงเทศกาลผลไม้ของเมืองสุราษฎร์ฯ ดังนั้นจึงเป็นสนามที่น่ามาวิ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบวิ่งไปเที่ยวไปแถมกินไปได้เป็นอย่างดี...

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: สองปีจัดครั้ง ผู้จัดจึงมีความตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะให้งานออกมาประทับใจเพื่อนนักวิ่งทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการบริการอาหารมื้อเย็นที่อร่อยพร้อมคาราโอเกะให้นักวิ่งได้โชว์พลังเสียงก่อนโชว์ฝีเท้าในวันรุ่งขึ้น และการมอบถ้วยรางวัลที่สวยงาม กับนักวิ่งหลายๆอันดับ แถมมีของขวัญปลอบใจให้นักวิ่งที่พลาดถ้วยไปอีก นอกจากนั้นยังมีการจับรางวัลซึ่งเป็นรางวัลใหญ่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพัดลม โทรทัศน์ เครื่องเล่นวีซีดี สร้อยคอทองคำ และอื่นๆมากมาย ถึงแม้นักวิ่งจะได้รับถ้วยกันเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็ยังคอยลุ้นรางวัลกันอย่างสนุกสนาน ระหว่างรอลุ้นรางวัลก็พูดคุยกัน กินอาหารกันไปพลาง งานนี้เรียกว่า เจ้าภาพไม่บอกเลิกก็ยังไม่กลับ ก็ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากให้ผู้จัดได้ตระหนักมากขึ้นมาอีกนิดนึง นั่นคือ เส้นทางการวิ่งที่จะเป็นเอกลักษณ์ของสุราษฎร์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ส่วนการวิ่งในบนถนนในตัวเมืองซึ่งเป็นเส้นทางจราจรหลักหากเลี่ยงได้ก็จะเป็นการดี เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่งและช่วยจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภอ.เมืองสุราษฎร์ได้อีกทาง

14.7.48

บางแสนมาราธอน

ชื่องาน: บางแสนมาราธอน (14 กรกฎาคม 2548)
สถานที่: หน้า เดอะไทด์ รีสอร์ท ชายหาดบางแสน
สรุปผลการประเมิน: 70 คะแนน พอใช้ได้ ยังไม่ดีเท่าที่ควร

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งของสนามนี้ถือว่าเป็นสนามที่มีลักษณะใกล้เคียงกับพัทยามาราธอนแต่ว่า บรรยากาศค่อนข้างดีกว่าพัทยา ไม่ร้อนมากนัก เส้นทางการวิ่งสำหรับมาราธอนนี้เป็นการวิ่งไปกลับ สตาร์ทจากบริเวณหน้าเดอะไทด์รีสอร์ท วิ่งออกผ่านไปพัทยาสาย1 ผ่านแหลมแท่น วิ่งเรียบเขาสามมุข ไปเรื่อยๆ ผ่านอ่างศิลา วิ่งตรงตามถนนไปเรื่อยๆ จากอ่างศิลา วิ่งตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปวิ่งในสวนป่าชายเลน ผ่านสำนักงานอบจ. จากนั้นวิ่งบนถนนพระยาสัจจา เกือบถึงศาลากลางจังหวัดชลบุรี แต่เลี้ยวซ้ายก่อนผ่านไปทางศาลารวมในชล ผ่านสวนตำหนักน้ำ และวิ่งตรงขึ้นไปกลับตัวบนสะพานหลังจากวิ่งมา 21 กิโลกว่า เมื่อกลับตัวก็วิ่งกลับตามเส้นทางเดิมเข้าสู่เส้นชัย เส้นทางบางแสนมาราธอนครั้งถือได้ว่าไม่เลวทีเดียวที่จะใช้เป็นเส้นทางเอกลักษณ์สำหรับบางแสนมาราธอน แต่ที่น่าเสียดายก็คือตามเส้นทางไม่ค่อยมีส่วนร่วม หรือกำลังใจจากคนในชุมชนมากนัก

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: เป็นอีกมาราธอนที่คิดว่าเหมาะกับนักวิ่งทุกระดับ เส้นทางไม่ยากเกินไป และไม่ง่าย บรรยากาศสวยงาม แต่หากมาราธอนนี้ยังมีการจัดในครั้งต่อๆไป โดยที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทาง หรือช่วงเวลาการปล่อยตัว สิ่งที่อยากแนะนำนักวิ่ง และเตือนนักวิ่งเอาไว้ก็คือ ควรทายากันยุ่งป้องกันยุงกัด เพราะเส้นทางที่ผ่านบริเวณที่เป็นสวนป่าชายเลน ยุ่งเยอะมากๆ ใส่กางเกงวิ่งขายาวก็จะช่วยป้องกันได้อีกทางหนึ่ง ไม่ใช่ยุ่งเพียงแค่สิบ ยี่สิบนะคะ ขอเตือนนักวิ่งที่สนใจจะร่วมวิ่งในครั้งต่อๆไป

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: ในเรื่องของเส้นทางการแข่งขันสำหรับมาราธอนถือว่าดีพอสมควร แต่สิ่งที่ทำให้บางแสนมาราธอนครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องมาจากการประชาสัมพันธ์ที่จวนตัวจนเกินไป งานที่หวังจะให้ประสบความสำเร็จควรมีการวางแผนและเตรียมการให้เรียบร้อยมากกว่านี้ การประสัมพันธ์ภายในระยะเวลาเพียงเดือน สองเดือน นักวิ่งมาราธอนก็เตรียมตัวเองให้พร้อมไม่ทันเช่นกัน โดยปกติทั่วไปนักวิ่งมาราธอนที่ตั้งใจมาเพื่อแข่งขันจริงอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา 3 เดือนขึ้นไปเพื่อการฝึกซ้อม ดังนั้นการประชาสัมพันธ์เพียงแค่เดือน สองเดือน หรือเพียงแค่เป็นอาทิตย์ นักวิ่งย่อมไม่พร้อมที่จะร่วมงานอยู่แล้ว นอกจากนั้นบางท่านที่อยู่ไกลก็ไม่อาจรับรู้ข้อมูลการแข่งขันได้ทันเวลา การเปลี่ยนผู้จัด หรือผู้รับผิดชอบอย่างเป็นทางการในระยะเวลาเพียงสั้นๆ ก็ทำให้นักวิ่งไขว้เขว ไม่ไว้ใจในความพร้อมของการจัดงาน ดังนั้นหากมีงานไหนที่ทำให้นักวิ่งมั่นใจได้มากกว่านักวิ่งมีความสนใจไปร่วมงานนั้น การเปลี่ยนเส้นทางการวิ่ง จากที่ได้แจ้งไปแล้วอย่างเป็นทางการหรือที่ได้ประชาสัมพันธ์ออกไปไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นผลร้ายให้กับตัวนักวิ่งได้ หากเส้นทางที่แจ้งไว้ไม่ต่างกับเส้นทางใหม่มากนักก็ไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับนักวิ่งใหม่ๆบางท่าน หรือเพิ่งลงสนามแรก หากเส้นทางการวิ่งใหม่ยากเกินศักยภาพที่นักวิ่งได้ประเมินตัวเอง นี่แหละจะทำให้เกิดอันตรายกับนักวิ่งได้ หากไม่อันตรายแต่ก็บั่นทอนจิตใจนักวิ่งพอสมควรการจัดงานวิ่งไม่เฉพาะมาราธอนเท่านั้น รวมถึงกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชน ชุมชนควรเข้ามามีส่วนร่วมบ้าง และควรมีการแจ้งให้ชุมชนได้รับทราบข่าวคราวของกิจกรรมด้วย อย่างน้อยเวลานักวิ่งไม่รู้สถานที่ของงาน คนในชุมชนยังพอให้ข้อมูลที่ถูกต้องได้ การจัดกิจกรรมในครั้งคิดว่าเร่งรัดจนเกินไป ทำให้มีเวลาน้อย ในด้านการเตรียมการ การประชาสัมพันธ์เลยเป็นเหตุทำให้งานวิ่งในครั้งอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ก็หวังว่าคำแนะนำเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้จัดไดัพัฒนาและแก้ไขข้อผิดพลาดและประสบความสำเร็จในครั้งต่อๆไป

13.7.48

Be yourself

Be strong enough to face the word each day.
จง... เข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริง

Be weak enough to know you cannot do everything alone.
จง... อ่อนแอพอที่จะรับรู้ว่าลำพังเรานั้นทำอะไรไม่ได้ทุกอย่าง

Be generous to those who need your help.
จง... ฟุ่มเฟือยน้ำใจ เมื่อมีใครต้องการความช่วยเหลือ

Be frugal with what you need yourself.
จง... ประหยัดสิ่งที่จำเป็นไว้

Be wise enough to know that you do not know everything.
จง... จงฉลาดพอที่จะรู้ว่าเราไม่ได้รู้ทุกสิ่ง

Be foolish enough to believe in miracles.
จง... โง่พอที่จะเชื่อในปาฎิหาริย์

Be willing to share your joys.
จง... เต็มใจจะแบ่งปันความสุขของตัวเอง

Be willing to share the sorrows of others.
จง... เต็มใจที่จะแบ่งรับความทุกข์ของผู้อื่น

Be a leader when you see a path of others have missed.
จง... เป็นผู้นำหากทางที่ผู้อื่นทิ้งไว้ให้นั้นเลือนลาง

Be a follower when you are shrouded in the midst of uncertainly.
จง... เป็นผู้ตามหากตกอยู่ในวงล้อมแห่งความไม่แน่นอน

Be the first to congratulate an opponent who succeeds.
จง... เป็นคนแรกที่แสดงความยินดีต่อความสำเร็จของคู่แข่ง

Be the last to criticize a colleague who fails.
จง... เป็นคนสุดท้ายที่จะวิจารณ์ความผิดพลาดของเพื่อน

Be sure where you next step will fall, so that you will not stumble.
จง... มองเพียงแค่ก้าวถัดไปเพราะมันจะทำให้เราไม่ล้ม

Be sure of your final destination, in case you are going to the wring way.
จง... มองไปยังจุดหมายปลายทางให้แน่ใจ ว่าไม่ได้กำลังเดินผิดทาง

Be loving to those who love you.
จง... รักคนที่รักคุณ

Be loving to those who do not love you, and they may change.
จง... รักคนที่ไม่รักคุณแล้วสักวันหนึ่ง ...เค้าอาจจะเปลี่ยนใจ

Above all, be yourself.
แต่เหนือสิ่งอื่นใด จงเป็นตัวของตัวเอง

7.7.48

สุรินทร์มาราธอน

ชื่องาน: สุรินทร์มาราธอน
7 กรกฎาคม 2548
สถานที่: หน้าเทศบาลเมือง จ. สุรินทร์
สรุปผลการประเมิน: 79 คะแนน เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งเริ่มจากในตัวเมืองสุรินทร์ บริเวณหน้าเทศบาลแล้วมุ่งหน้าไปทางวงเวียนพระยาสุรินทรภักดี แล้ววิ่งเข้าถนนปราสาท-สุรินทร์ ถึงสถาบันราชกัฎฯ เลี้ยวซ้ายไปสู่ถนนเลียบคลองส่งน้ำชลประทาน จากนั้นวิ่งเลียบคลองส่งน้ำผ่านอ่างน้ำตา ผ่านสี่แยกบายพาส ผ่านศูนย์ศิลปาชีพอิสานใต้ วิ่งไปจนถึงอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง แล้ววิ่งบนสันเขื่อน วิ่งไปเรื่อยๆจนถึงบ้ายโคกกะเพอ แล้วกลับตัวที่ระยะ 21 กิโลเมตร เส้นทางวิ่งกลับเป็นเส้นทางเดิมและกลับมาเข้าเส้นชัย ณ จุดปล่อยตัว บรรยากาศระหว่างเส้นทางการวิ่ง เป็นธรรมชาติ ท้องทุ่งนา และอ่างเก็บน้ำ ฝนตกในช่วงแรกทำให้อากาศเย็นสบาย เสียไปนิดที่เส้นทางวิ่งในช่วงแรกมืดมาก ประกอบกับฝนตกทำให้นักวิ่งต้องระวังมากขึ้นเพราะไม่เห็นเส้นทาง

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สำหรับนักวิ่งสนามนี้เป็นมาราธอนอีกสนามที่ถึงแม้เส้นทางจะไม่ท้าทายเหล่าบรรดามนุษย์มาราธอนเอาเท่าใดนักเพราะเป็นเส้นทางเรียบตลอด ไม่มีเนิน แต่บรรยากาศและทิวทัศน์ก็ถือว่าสวยงามไม่น้อย นักวิ่งสามารถวิ่งกันได้สบายๆ

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: การจัดครั้งนี้เป็นการคืนกลับมาของสุรินทร์มาราธอนอีกครั้งซึ่งปกติจะจัดเพียงแค่ฮาล์ฟมาราธอน ก็อยากให้ผู้จัดจัดมาราธอนนี้ต่อเนื่องต่อไปอีก และในการจัดครั้งต่อๆไป ก็อยากให้หน่วยงานของภาครัฐอีกหลายๆหน่วยงานเข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมมากขึ้นกว่านี้ รวมไปถึงชุมชนด้วย ถึงแม้ระหว่างเส้นทางการวิ่งจะมีทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติของท้องทุ่งนา และอ่างเก็บน้ำก็ตาม การวิ่งไปกลับเส้นทางเดิมก็อาจไม่ทำให้นักวิ่งสะดุดสะดุดใจมากนัก ดังนั้นหากชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วม มีกองเชียร์ตามเส้นทางการวิ่งก็จะดีไม่น้อยทีเดียว...

3.7.48

เขาสามมุก ซุปเปอร์มินิ- ฮาล์ฟมาราธอน

ชื่องาน: เขาสามมุก ซุปเปอร์มินิ- ฮาล์ฟมาราธอน
(3 กรกฎาคม 2548)
สถานที่: แหลมแท่น จ.ชลบุรี
สรุปผลการประเมิน: 65 คะแนน พอใช้ได้แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งของสนามนี้ถือว่าเป็นสนามที่มีลักษณะใกล้เคียงกับพัทยามาราธอนเป็นอย่างมาก คือวิ่งบนถนนเรียบลาดยาง มีเนินสูงให้ได้ฝึกซ้อม แต่ดูเหมือนว่างานนี้จะสูงกว่าพัทยามากกว่าหน่อย เพราะต้องขึ้นเขาสามมุก แต่สภาพอากาศก็ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่เขาสามุกซุปเปอร์มินิ- ฮาล์ฟมาราธอน อากาศดูจะเย็นสบายๆ กว่า เนื่องจากเวลาปล่อยตัวค่อนข้างเร็ว และระยะทางเพียงแค่ 30 กม.เท่านั้น (หากเป็นพัทยามาราธอนยังต้องต่อกันอีก 12 กม. ซึ่ง 12 กิโลสุดท้ายนับว่าเป็นระยะที่ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจนักวิ่งมาราธอนอยู่แล้ว แถมมีเนินให้ขึ้นกันช่วงท้ายๆอีก แล้วยิ่งสายมากขี้นอากาศก็ยิ่งร้อนมากขี้นๆ นี่แหละเป็นสาเหตุที่ทำไมพัทยามาราธอน ถูกขนานนามว่าเป็นสนามที่โหดที่สุดของไทย)

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้เป็นสนามที่ผู้จัดถือว่า จัดเพื่อนักวิ่งให้เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับพัทยามาราธอนไปในตัว ดังนั้นสนามนี้จึงเป็นสนามที่นักวิ่งน้องใหม่ที่สนใจจะลง ฮาล์ฟครั้งแรก ก็มาลง 15 กม.ในงานนี้ หรือใครที่สนใจจะลงมาราธอน 42 กม. ก็มาลง 30กม.ในงานนี้ได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองได้ไม่น้อยทีเดียว หลังจากวิ่งสนามนี้เสร็จ นักวิ่งก็ยังมีเวลาพัก 1 อาทิตย์ เพื่อลงเตรียมลงสนามจริงในงานวิ่งอินเตอร์อย่างพัทยามาราธอน เป็นสนามที่เหมาะเจาะทั้งเวลาและเส้นทาง

คำแนะนำสำหรับผู้จัด:
ในเรื่องของเส้นทางการแข่งขันและ วัน เวลาในการจัดวิ่งของสนามนี้ถือว่า เป็นอะไรที่ลงตัวเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากสนามนี้เป็นสนามที่นักวิ่งน้องใหม่หลายๆคน อาจไม่เคยวิ่งระยะ ฮาล์ฟ หรือ มาราธอนกันมาก่อน แต่ด้วยเป้าหมายที่จะพิชิตพัทยามาราธอน หรือพัทยาฮาล์ฟมาราธอน จึงตั้งใจที่จะใช้สนามนี้เป็นสนามซ้อมใหญ่เลยก็ว่าได้ ดังนั้นก็อยากให้ผู้จัดได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของนักวิ่งให้มากขึ้น การบริการน้ำที่พอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย และช่วยสร้างความประทับใจให้กับนักวิ่งมากขึ้น ไม่อยากให้นักวิ่งที่มาลง 15 กม. แล้วเปลี่ยนใจไปลงแค่ 10 กม. หรือวิ่ง 30 กม. แต่เปลี่ยนใจไปลงแค่ฮาล์ฟมาราธอนในงานพัทยามาราธอน เหล่านี้เป็นต้น

2.7.48

วัฒนามินิมาราธอน ครั้งที่ 1

ชื่องาน: วัฒนามินิมาราธอน ครั้งที่ 1
วันที่ 2 กรกฎาคม 48
สถานที่: ร.ร. วัฒนาวิทยาลัย กรุงเทพ
สรุปผลการประเมิน: 68 คะแนน พอใช้ได้แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งวัฒนาวิทยาลัย เป็นการวิ่งไป-กลับ บนถนนสุขุม ซึ่งเป็นทางเรียบตลอดเส้นทาง ไม่มีสะพานหรือเนินแต่อย่างใด เส้นทางที่วิ่งเป็นถนนสายหลักที่ปกติมีการจราจรคับคั่ง ดังนั้นถีงแม้จะมีการปิดเส้นทางการจราจรบางส่วน แต่บรรยากาศการวิ่งก็เต็มไปด้วยฝุ่นควันรถยนต์

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: ถึงแม้จะมีการปิดถนนสายสุขุมวิทบางส่วนให้นักวิ่ง แต่บรรยากาศบนถนนก็ยังคราคร่ำไปด้วย รถ ฝุ่น และควัน ดังนั้นนักวิ่งที่เป็นภูมิแพ้ควรหลีกเลี่ยงการวิ่งบนถนนสุขุมวิท เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าของตัวท่านเอง

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: การเลือกเส้นทางการวิ่งเพื่อจัดการแข่งขัน หรือจัดงานวิ่งเพื่อการกุศล ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้งานวิ่งประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างมาก เพราะนักวิ่งโดยส่วนใหญ่ออกวิ่งกันเพื่อสุขภาพ หากต้องมาวิ่งในบริเวณที่มีมลพิษในอากาศ นักวิ่งโดยส่วนใหญ่เลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง ดังนั้นในการจัดครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งแรกผู้จัดอาจไม่ได้ตระหนักตรงจุดนี้ มากนัก อาจเน้นถึงความสะดวกโดยใช้สถานที่ขององค์กรเป็นที่ตั้ง ในฐานะนักวิ่งก็อยากให้ผู้จัดเลือกใช้เส้นทางอื่นจะดีกว่าในการจัดครั้งต่อๆไป

26.6.48

ชอนตะวันมาราธอน ครั้งที่ 3

ชื่องาน: ชอนตะวันมาราธอน ครั้งที่ 3
26 มิถุนายน 2548
สถานที่: สวนสวรรค์ จ.นครสวรรค์
สรุปผลการประเมิน: 76 คะแนน เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: ชอนตะวันมาราธอน ถือเป็นอีกมาราธอนที่น่าสนใจไปวิ่งไม่น้อยทีเดียว ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อมาราธอนนี้แล้วรู้สึกไม่ค่อยน่าสนใจเอาซักเท่าไหร่นัก แต่พอได้ไปวิ่งอยากบอกว่าเป็นอีกสนามที่น่าประทับใจ ถึงแม้จะวิ่งวนเป็นรอบถึง 13 รอบ เส้นทางก็ราบเรียบไม่มีเนิน ไม่มีเขา ไม่มีผู้คนภายนอกไม่มากนัก ดูเหมือนน่าเบื่อก็ตามที แต่ด้วยบรรยากาศร่มรื่นในสวนสวรรค์ กลิ่นดอกไม้อบอวลตอนเช้า แดดทอแสง สายลมพัดเบาๆ นักวิ่งที่คอยให้กำลังใจกันเอง วิ่งสบายๆ ไม่ต้องคอยหลบหลีกเพราะกลัวรถจะชนเอา ทำให้รู้สึกประทับใจ อุ่นใจในความปลอดภัยที่สุดในบรรดามาราธอนที่ผ่านมา

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้เหมาะกับนักวิ่งมาราธอนทุกระดับ โดยเฉพาะนักวิ่งมาราธอนน้องใหม่สนามนี้น่าลองที่สุดหรือใช้เป็นสนามเตรียมความพร้อม หรือซ้อมที่จะลงมาราธอนที่ท้าทายมากๆ

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: สนามนี้เป็นสนามที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้รับความนิยมจากนักวิ่งมาราธอนมากนัก แต่หากผู้จัดมีการประชาสัมพันธ์มากขี้น และให้คนในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมมากว่านี้น่าจะเป็นการดี และในการจัดที่ผ่านมาผู้จัดจะเน้นไปที่ตัวถ้วยรางวัลที่แจกให้กับนักวิ่งทุกคน ซึ่งทำให้ค่าสมัครร่วมการแข่งขันสูง จึงทำให้นักเรียนและเยาวชนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาร่วมกิจกรรมนี้มากนัก

19.6.48

ลานสกามาราธอน ครั้งที่1

ชื่องาน: ลานสกามาราธอน ครั้งที่1
19 มิถุนายน 2548
สถานที่: อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช
สรุปผลการประเมิน: 76 คะแนน เกือบดี

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: ลานสกามาราธอนเป็นการประเดิมสนามมาราธอนครั้งแรก จึงอาจมีข้อผิดพลาดไปบ้าง แต่เรื่องของเส้นทางทั้ง 10 กม. และ 42 กม. เรียกว่าเป็นสนามที่สวยงามมากทีเดียว ทั้งสองระยะ วิ่งไปกลับเส้นทางเดิม แต่ถึงจะเป็นเส้นทางเดิมแต่ว่าเป็นเส้นทางที่ท้าทายน่าดูทีเดียว พัทยามาราธอนที่ว่าโหดเพราะมีเนิน แต่พอมาเจอที่นี่ไม่ใช่เนินแต่เป็นเขาที่ให้วิ่งข้ามกันเป็นลูกๆ เนินพัทยาต้องเรียกว่าเด็กๆไปเลย... แต่ถึงแม้จะต้องวิ่งข้ามเขา ลานสกามาราธอนก็ยังเป็นมาราธอนที่ดูจะไม่โหดร้ายเท่าพัทยามาราธอนอยู่ดี ราวกับว่าเอาเส้นทางพัทยามารวมกับบรรยากาศจอมบึง เพราะเนื่องจากบรรยากาศเส้นทางการวิ่งเย็น สบาย ไม่ร้อนเหมือนพัทยามาราธอน เรียกว่าเป็นมาราธอนที่สมควรแล้วที่ท่านจะใช้เวลาให้คุ้มค่าบนเส้นทางวิ่งแห่งนี้

คำแนะนำสำหรับแนะนำสำหรับนักวิ่ง: เป็นสนามมาราธอนใหม่ที่อยากให้นักวิ่ง หรือมนุษย์มาราธอนทั้งหลายได้มาสัมผัสกันสักครั้ง เป็นสนามที่เพรียบพร้อมด้วยบรรยากาศของการพักผ่อน น้ำใจงามๆ กำลังใจดีๆ มากมายก่ายกอง จากพ่อแม่พี่น้อง ชาวบ้านในชุมชน หากนักวิ่งท่านใดสนใจจะลองลงมาราธอนที่ท้าทายมากๆ สักครั้งในชีวิต เรียกว่า สนามนี้ก็เป็นสนามที่ท้าทายไม่ใช่เล่น แต่หากผึกซ้อมวิ่งขี้น-ลงเขากันมาบ้างก็จะดี

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: เป็นการจัดวิ่งมาราธอนเป็นครั้งแรก ก็ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ทำได้ดีมากเลยทีเดียว ถึงแม้จะขาดตกบกพร่องไปบ้างในเรื่อง การเตรียมการและเตรียมความพร้อมในการปฐมพยาบาล และป้ายบอกระยะทาง ซึ่งทั้งนี้มีความสำคัญต่อนักวิ่งระยะยาวเป็นอย่างมาก หากปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆ นี้แล้ว รับรองได้ว่า ลานสกามาราธอน ก็คงเป็นอีกมาราธอนที่นักวิ่งจะให้ความนิยมไม่น้อยกว่าจอมบึงมาราธอนเลยทีเดียว

12.6.48

ทหารไทยมินิมาราธอน

ทหารไทยมินิมาราธอน
12 มิถุนายน 2548
ณ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน กรุงเทพ
สรุปผลการประเมิน TRES: 75 คะแนน เกึอบดีถึงพอใช้

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งทหารไทยมินิมาราธอนมีให้เลือก 2 ระยะ คือ ระยะ 5 กม. และ 10 กม. เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ผู้จัดหลายๆ ราย นิยมใช้จัดงานวิ่ง นอกจากเป็นสถานที่ที่เอื้ออำนวยต่อการวิ่งที่ปลอดภัย ไม่รบกวนเส้นทางการสัญจรในเมืองมากนัก ยังเหมาะสำหรับนนักวิ่งในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทางที่สะดวก การดูแลรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของผู้ร่วมงาน เส้นทางการวิ่งส่วนใหญ่จะอยู่ภายในบริเวณกรมทหารราบที่11 เป็นทางเรียบ มีต้นไม้และร่มไม้ตามข้างทาง และจะออกมาวิ่งด้านนอกบ้างซึ่งจะมีการปิดเส้นทางการจราจรเพื่อให้นักวิ่งได้วิ่งลอดอุโมงค์

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้เป็นสนามที่ไม่ยาก เหมาะสำหรับนักวิ่งทุกระดับ และเป็นสนามที่นักวิ่งให้ความนิยมมากอีกสนามหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเส้นทางที่สวยงามหรือท้าทายนักวิ่งหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะชื่อ ทหารไทนมินิมาราธอนเป็น เป็นชื่อการันตีของเจ้าภาพว่าทุกครั้งที่ผ่านมาจัดได้ดีมากเลยทีเดียว

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: ที่ผ่านมาอาจบอกได้ว่าผู้จัด ตั้งใจเป็นอย่างมากในการจัดงานวิ่งแต่ละครั้ง รวมทั้งที่ผ่านมาครั้งนี้ด้วย แต่ครั้งนี้ต้องถือว่าผู้จัดพลาดเป็นอย่างมากในเรื่องของการให้น้ำแก่นักวิ่ง เนื่องจากปล่อยตัวเวลา 06.30 น. แถมด้วยวันนั้นท้องฟ้าแจ่มใส แดดแรง อากาศร้อนอบอ้าว นักวิ่งที่มาร่วมงานกันมากมาย จุดให้น้ำเลยให้บริการกันไม่ทัน และมีน้อยจุดเกินไป สำหรับงานวิ่งทหารไทยมินิมาราธอนถือได้ว่าเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการจัดงานวิ่งเป็นอย่างมาก และได้รับการสนับสนุนจากองค์กร บริษัทเอกชน เป็นอย่างดีเช่นกัน ดังนั้นจึงอยากให้ผู้จัดพิจารณาในด้านการส่งเสริมให้เยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมดีๆอย่างนี้มากขี้นด้วย

29.5.48

ทหารอากาศมินิมาราธอน

ทหารอากาศมินิมาราธอน
วันที่ 29 พฤษภาคม 2548
ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพฯ
สรุปผลการประเมิน TRES: 83 คะแนน แนะนำว่าน่าไปวิ่ง

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่งมี 3 ระยะให้เลือก คือ 4กม. 6 กม. และ 12 กม. เส้นทางการวิ่ง วิ่งภายในเขตบริเวณภายในกองทัพอากาศ และเรียบสนามบิน เส้นทางเป็นทางเรียบพื้นซีเมนต์ไม่มีเนิน ทั้ง 3 ระยะ จากจุดปล่อยวิ่งวนเข้าสู่เส้นชัย มีช่วงประมาณ 2-3 กิโลแรก ที่วิ่งทับเส้นทางเดิมเล็กน้อย เส้นทางการวิ่งของทหารอากาศมินิมาราธอนเป็นเส้นทางที่หาวิ่งได้ยากมากอีกสนามเช่นกัน นอกจากจะมีเครื่องบินจอดเรียงรายตามเส้นทางการวิ่งให้ได้เห็นกันชัดๆ บรรยากาศที่เครื่องบินกำลังขึ้นและลงใกล้ๆ ซึ่งคิดว่าไม่มีสนามไหนให้นักวิ่งได้สัมผัส ได้เห็นกันขนาดนี้แน่นอนสำหรับการวิ่งในประเทศไทย

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามเรียกได้ว่าถูกจัดให้เหมาะกับนักวิ่งทุกระดับ เพราะมีให้เลือกถึง 3 ระยะเลยทีเดียว นอกจากจะมีถึง 3 ระยะให้เลือกแล้วการเดินทางไปวิ่งสนามนี้ก็ไม่ลำบาก และเนื่องจากผู้จัดได้จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงนี้เดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นหน้าร้อน การวิ่งในบริเวณพื้นที่โล่งแจ้งของลานบินจึงร้อนกว่าปกติ ดังนั้นนักวิ่งที่กลัวแดด กลัวร้อนก็แนะนำให้ลงระยะสั้นลงมาหน่อยแทนที่จะลง 12 กม.

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: การจัดก็ถือว่าดีมาก มีการจัดการและเตรียมการที่ดี เส้นทางการวิ่งก็เป็นเอกลักษณ์สำหรับสนามนี้ได้ดีทีเดียว แต่เสียดายที่นักวิ่งไม่สามารถถ่ายรูปบริเวณเส้นทางวิ่งที่มีเครื่องบินเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ ส่วนอีกจุดหนึ่งที่อยากให้ผู้จัดนำไปพิจารณาคือ บริเวณจุดปล่อยตัว และบริเวณทางเข้าเป็นทางเดียวกัน พอถึงเวลาใกล้ปล่อยตัวนักวิ่งก็มายืนเตรียมพร้อมกันเรียบร้อยปิดทางเข้า พอนักวิ่งที่มาใกล้เวลาปล่อยตัวต้องมาแหวกกลุ่มนักวิ่งที่รอปล่อยตัวเข้าไปกว่าจะผ่านไปได้ก็ใช้เวลานาน เบียดเสียดกันระหว่างนักวิ่งที่พร้อมแล้วกับนักวิ่งที่เพิ่งมาถึง ดังนั้นน่าจะมีทางเข้าทางอื่นสำหรับนักวิ่งที่มาช้า หรือกันพื้นที่บางส่วนไว้เป็นทางเดินเข้าออกได้บ้าง

15.5.48

นพรัตน์มินิมาราธอน ครั้งที่12

นพรัตน์มินิมาราธอน ครั้งที่12
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2548
ณ โรงพยาบาลนพรัตน์ กรุงเทพฯ
สรุปผลการประเมิน TRES: 73 คะแนน

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่ง 10 กิโลเมตร วิ่งไปกลับเส้นทางเดิม บนถนนรามอินทราจากหน้าโรงพยาบาลนพรัตน์ไปทางมีนบุรี ถนนเป็นทางเรียบลาดยาง ไม่มีเนินหรือสะพานให้ต้องออกแรงกันมากนัก ถึงแม้จะมีการควบคุมการจราจรก็ตาม แต่บนท้องถนนก็ยังมีรถวิ่งกันมากพอสมควร เพราะเป็นถนนที่มีการจราจรพลุกพล่านอยู่แล้ว

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้วิ่งกันง่ายๆ ไม่ยากเหมาะสำหับนักวิ่งทุกระดับไม่ว่าใหม่ขนาดไหนสนามนี้วิ่งได้ชัวร์แถมไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นอะไร ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะโรงพยาบาลจัดเอง แต่สนามนี้คงไม่เหมาะสำหรับนักวิ่งที่แพ้ ฝุ่น ควัน ไอเสียจากรถบนท้องถนน นักวิ่งที่มีแพ้ ฝุ่น ควัน ก็อาจต้องหาสนามอื่นวิ่งแทนจะดีกว่า

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: การจัดก็ถือว่าดีแล้วมีการจัดการและเตรียมการที่ดี แต่หากทางผู้จัดสะดวกหรือพร้อมที่จะหาเส้นทางการวิ่งอื่นที่มีไม่มีการจราจรคับคั่งก็จะดีมากว่านี้ เรานักวิ่งเองก็อยากได้บรรยากาศดีๆวิ่ง และผู้ใช้รถใช้ถนนเองก็อยากได้ความสะดวกในการใช้เส้นทางเช่นกัน หนึ่งปีจัดเพียงครั้งเดียวก็ไม่เป็นไรแต่หากสามารถหลีกเลี่ยงได้ก็จะดี

14.5.48

กีฬามวลชนสานสัมพันธ์สุวรรณภูมิ

กีฬามวลชนสานสัมพันธ์สุวรรณภูมิ
วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม 2548
ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
สรุปผลการประเมิน TRES: 71 คะแนน

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: เส้นทางการวิ่ง 10 กิโลเมตร วิ่งไปกลับเส้นทางเดิม วิ่งบนถนนลาดยางเลียบสนามบินด้านนอกแต่สภาพถนนก็ไม่ดีเท่าที่ควร อาจเนื่องมาจากบริเวณพื้นที่ภายในสนามบินการดำเนินการก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เส้นทางการวิ่งก็ไม่ยากเป็นทางเรียบล้วนๆ ไม่มีเนิน

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้ก็เป็นสนามที่เหมาะสำหรับนักวิ่งทุกระดับ วิ่งกันง่ายๆแต่อาจจะต้องทนร้อนกันหน่อยเพราะปล่อยตัวเวลา 17.30 น. ถึงแม้จะไม่มีแดดแต่ความร้อนที่ถูกดูดซับไว้ทั้งวันในช่วงหน้าร้อนอย่างนี้ ค่อยๆปลดปล่อยออกมา ทำให้ร้อนน่าดูเลยทีเดียว ยิ่งวิ่งก็ยิ่งร้อน

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: สนามนี้คงไม่มีคำแนะนำอะไรมาก เนื่องจากการจัดในครั้งนี้นักวิ่งก็ไม่ได้เสียค่าสมัครในการวิ่งแต่อย่างใด และมีการให้บริการน้ำดื่ม เครื่องดื่มและอาหารบางส่วน แถมยังมีการให้ของที่ระลึกต่างๆ กับผู้ร่วมงานก็ถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับนักวิ่งแล้ว เหมือนกับมาเปลี่ยนบรรยากาศการซ้อมวิ่ง ได้มาวิ่งร่วมกันก็ถือได้ว่าจัดได้ดีระดับนึงแล้ว และต้องขอบคุณสปอนเซอร์จากหลายๆหน่วยงาน หลายๆองค์กรที่ร่วมมือกันสนับสนุนและจัดงานนี้ขึ้นมา

9.5.48

เดิน-วิ่ง-ปั่น พิทักษ์หัวหิน

เดิน-วิ่ง-ปั่น พิทักษ์หัวหิน
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2548
ณ เขาหินเหล็กไฟ หัวหิน จ.ประจวบฯ
สรุปผลการประเมิน TRES: (86 คะแนน) แนะนำว่าน่าไปวิ่ง

เส้นทางการเดิน-วิ่ง: มี 3 ระยะ ได้แก่4.5K, 8.5K และ ฮาล์ฟมาราธอน 21.5K
ระยะฮาล์ฟถูกปล่อยตัวออกไปก่อนตั้งแต่เวลา 05.45 น. ส่วน8.5 K และ 4.5K ปล่อยตัวเวลา 06.45 น.
เส้นทางการวิ่งระยะสั้นสองระยะเป็นการวิ่งบนถนนลาดยางเพียงอย่างเดียว โดยผ่านใช้เส้นทางในเมืองเป็นหลัก แต่ถึงจะวิ่งในเมืองบนถนนลาดยางก็ไม่น่าเบื่อ เพราะเกือบตลอดเส้นทางการวิ่งมีกองเชียร์จากน้องๆ หลายๆโรงเรียนและหลายสถาบันให้กำลังใจกันอย่างครึกครื้น ส่วนระยะฮาล์ฟช่วง1 กิโลแรก วิ่งลงจากเขาหินเหล็กไฟซึ่งทางลงชันปล่อยตัวนักวิ่งวิ่งกันเร็วมากเพราะแรงส่งดี จากนั้นในช่วง 5 กิโลแรกใช้เส้นทางในเมืองเช่นเดียวกับระยะสั้น มีกองเชียร์ให้กำลังใจตลอด หลังจากนั้นลงวิ่งในบริเวณหาดทรายหัวหินไปจนถึงเขาตะเกียบ แล้วเข้าสู่เส้นทางลาดยางอีกครั้ง เส้นทางการวิ่งได้สัมผัสกับบรรยากาศเกือบทุกมมของเมืองหัวหินซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว วิ่งไปเรื่อยๆ นักวิ่งไม่มีเหนื่อยเพราะแดดไม่ร้อน แต่ท้ายสุดนักวิ่งทั้งหลายก็ต้องมาหมดกันที่ 1 กิโลสุดท้ายที่ต้องวิ่งขึ้นสู่เขาหินเหล็กไฟที่ชันพอสมควร เส้นทางการวิ่งไม่ใช่วิ่งไป-กลับในเส้นทางเดิม แต่วิ่งอ้อมเข้าสู่จุดสตาร์ททำให้นักวิ่งได้สัมผัสกับบรรยากาศที่หลากหลายของเมืองหัวหิน

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้เป็นสนามที่น่าวิ่งสำหรับนักวิ่งเพื่อสุขภาพทุกระดับ เป็นอีกสนามที่จัดให้วิ่งบนหาดทรายซึ่งหาวิ่งได้ยาก ซึ่งมีผู้จัดน้อยรายจะจัดวิ่งบนหาดทราย เพราะต้องมีการเตรียมการที่ดี เลือกเวลาให้เหมาะสมเพื่อที่หาดทรายจะได้แน่นให้นักวิ่งนับร้อยวิ่งได้ สนามนี้เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ชอบวิ่งไปเที่ยวไป สนามนี้อาจจะลำบากนิดตรงช่วง1 กิโลแรกตอนปล่อยตัวซึ่งต้องวิ่งลงเขาชันๆ และ 1 กิโลสุดท้ายที่ต้องวิ่งกลับขึ้นเขาเข้าสู่เส้นชัยแต่ก็ถือว่าท้าท้ายสำหรับนักวิ่งดีมาก งานนี้อยากส่งเสริมให้นักวิ่งเพื่อสุขภาพได้มีโอกาสได้ไปสัมผัสกันดูสักครั้ง

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: การจัดครั้งนี้ถือว่าดีมากเลย มีการเตรียมการและการวางแผนที่ดีมาก สำหรับนักวิ่งการจัดวิ่งบนหาดทรายไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้จัดต้องศึกษาเวลาที่เหมาะที่นักวิ่งนับร้อยจะลงไปวิ่งบนหาดทรายได้ เส้นทางการแข่งขันการบริการเพื่อความปลอดภัยให้นักวิ่งถือว่าใช้ได้ดีทีเดียว นอกจากการเตรียมการสำหรับนักวิ่งยังทำได้ดี การจัดปั่นจักรยานควบคู่ไปด้วยนั้นฟังดูแล้วค่อนข้างยุ่งยากน่าดู แต่งานนี้ถือได้ว่าประสบความสำเร็จดีทีเดียว นอกจากนั้นการส่งเสริมให้มีกองเชียร์จากนักเรียน นักศึกษาในชุมชน ยังช่วยให้นักวิ่งวิ่งกันสนุกสนาน และเพลิดเพลินกับบรรยากาศอีกด้วย วัตถุประสงค์การจัดเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พิทักษ์หัวหิน ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์เป็นอย่างดีทีเดียว งานนี้คงไม่มีอะไรแนะนำผู้จัดเลย เพียงแต่อยากให้ผู้จัดหนักแน่นและยึดวัตถุประสงค์หลักการจัดกิจกรรมดีๆอย่างนี้ไว้ และรักษาคุณภาพการจัดไว้ให้ได้อย่างนี้ตลอดไปก็ถือว่าดีมากแล้วละค่ะ

2.5.48

วัดท่อใหญ่บ้านบึงครึ่งมาราธอน

วัดท่อใหญ่บ้านบึงครึ่งมาราธอน
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2548
ณ วัดท่อใหญ่ บ้านบึง จ.ชลบุรี
สรุปผลการประเมิน TRES: (73 คะแนน) การจัดงานเกือบดี

เส้นทางการวิ่ง: มี 2 ระยะ ระยะมินิ และ ฮาล์ฟมาราธอน ระยะมินิวิ่งยาว 10 กิโลเมตรเลย แล้วมาเข้าเส้นชัยที่จุดสตาร์ท ส่วน 21 กิโลเมตรใช้เส้นทางเดียวกันกับมินิ แต่วิ่งไป-กลับเพื่อให้ครบระยะ เส้นทางการแข่งขันเป็นเส้นทางเรียบภูมิประเทศ (Cross-country) มีเนินย่อมๆ ไม่สูงไม่ชันมากนักแต่ก็พอให้ได้ออกแรง บรรยากาศตามเส้นทางการวิ่งส่วนใหญ่เป็นสวน เป็นไร่ของชาวบ้านแถบนั้น เส้นทางร่มรื่นมีเงาไม้ให้หลบแดดได้บ้าง ทั้งมินิและฮาล์ฟมาราธอนปล่อยตัวพร้อมกันเวลา 05.45 น. อากาศไม่ร้อนมากนักถึงแม้จะจัดในช่วงหน้าร้อน

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สนามนี้เป็นสนามที่ไม่ยากนัก เหมาะสำหรับนักวิ่งทุกระดับ ถึงแม้จะจัดในช่วงหน้าร้อน แต่ก็ไม่ร้อนอย่างที่คิด อาจเป็นเพราะเส้นทางมีต้นไม้พลางแสงได้บ้าง แต่สำหรับนักวิ่งที่ลงฮาล์ฟซึ่งต้องใช้เวลานานเพิ่มขึ้น ก็อาจจะได้ไอแดดอุ่นๆกันพอหอมปากหอมคอ

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: การจัดถือว่าเกือบดีแล้ว แต่ว่าอาจมีข้อผิดพลาดไปบ้างเล็กๆ น้อยๆ วัตถุประสงค์การจัดเพื่อการทำบุญอย่างแท้จริง ใช้การกีฬาเป็นสื่อเพื่อประโยชน์ในสังคมเป็นสิ่งที่ดี แต่ในการจัดก็อยากให้ผู้จัดตระหนักถึงความสำคัญของสถานที่จัดเพิ่มขึ้นอีกนิด หลังจากจบงานวิ่งแล้ว ทำบุญกันแล้วพวกเราไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ผู้อื่นต้องมาว่าย้อนหลังได้ เนื่องจากในบริเวณมีถังขยะไม่เพียงพอ ทำให้นักวิ่งทิ้งขยะบนพื้นซึ่งเป็นภาพที่ไม่สวยงามเท่าใดนัก และอีกสิ่งที่อยากฝากไว้ในเรื่องความปลอดภัยของนักวิ่ง ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่เกิดอะไรขึ้นแต่ว่าในบางครั้งเหตุการ์ณไม่คาดคิดก็อาจเกิดขึ้นได้

25.4.48

พันท้ายนรสิงห์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่6

พันท้ายนรสิงห์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่6
วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2548
ณ ศาลพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร
สรุปผลการประเมิน TRES: (78 คะแนน) การจัดงานเกือบดี

เส้นทางการวิ่ง: เป็นระยะมินิ และ ฮาล์ฟมาราธอน วิ่งไปกลับเส้นทางเดิม 10 กิโลเมตร และ 21 กิโลเมตร เส้นทางการแข่งขันเป็นเส้นทางเรียบภูมิประเทศ (Cross-country) ไม่มีเนินสูงๆ มีแต่เพียงเนินสะพานเตี้ยๆ บรรยากาศข้างทางเป็นนากุ้ง ไม่มีเงาไม้หรือร่มไม้ให้หลบแดด ทั้งมินิและฮาล์ฟมาราธอนปล่อยตัวพร้อมกันเวลา 06.00 น. การจัดวิ่งในช่วงเดือนเมษายนหรือหน้าร้อนอย่างนี้ ทำให้บรรยากาศและสภาพอากาศขณะแข่งขันร้อนถึงร้อนมากเลยทีเดียว

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: งานวิ่งพันท้ายนรสิงห์ได้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่6 โดยใช้เส้นทางเดิม แต่อาจมีบางครั้งที่จัดในช่วงเย็น ลักษณะของบรรยากาศก็แทบแตกต่างกันไม่มากนัก อาจเป็นเพราะจัดในช่วงเดือนเมษาหน้าร้อนและอยู่ติดริมทะเลนั่นเอง เลยทำให้สภาพอากาศร้อน อุณหภูมิสูงกว่าปกติ ดังนั้นจะว่าไปแล้วเส้นทางการวิ่งนี้ก็ไม่ยากสักเท่าใดนัก แต่ว่านักวิ่งควรฝึกซ้อมมาบ้างในสภาพอากาศที่ร้อนๆ และการตัดสินใจที่จะลงวิ่งระยะมินิหรือฮาล์ฟควรพิจารณาให้ดี และเมื่อลงไปแล้วก็ควรตระหนักถึงสภาพร่างกายไว้บ้าง สนามนี้เห็นไม่มีอะไรมากมายแต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอกนะคะ

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: การจัดในครั้งถือได้ว่าเกือบดีแล้ว อาจขาดตกบกพร่องไปบ้างเล็กๆน้อยๆ แต่ในประเด็นหลักๆก็ถือได้ว่านักวิ่งได้รับประโยชน์จากการจัดงานในครั้งนี้กันพอสมควร อบต.พันท้ายนรสิงห์และชมรมวิ่งมหาชัยได้ร่วมด้วยช่วยกันในการจัดงานในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการร่วมมือร่วมใจกันระหว่างนักวิ่งและชุมชนซึ่งจะเป็นตัวอย่างทีดีให้กับอีกหลายๆชุมชนที่จะนำไปปฏิบัติ และอีกสิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้สำหรับผู้จัด คือการตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมในชุมชน ในบริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์เป็นเสมือนแหล่งพักผ่อนและแหล่งท่องเที่ยวของคนในชุมชนและผู้ที่ผ่านไปมา ดังนั้นการจัดให้มีถังขยะในบริเวณนั้นก็จะเป็นสิ่งที่สร้างภาพพจน์ดีๆให้กับชุมชนได้มากขึ้น และตามเส้นทางการวิ่งหากเป็นไปได้ก็อยากให้ผู้จัดมีถังขยะไว้รองรับแก้วน้ำแข็งที่ใช้แล้วบ้างเช่นกัน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ตัวนักวิ่งเองได้ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมบ้าง

11.4.48

สงกรานต์มาราธอน ครั้งที่19

สงกรานต์มาราธอน ครั้งที่19
วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2548
ณ สวนลุมพินี กรุงเทพ
สรุปผลการประเมิน TRES: (66 คะแนน) การจัดงานพอใช้ได้แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร

เส้นทางการวิ่ง: เป็นระยะมาราธอนที่วิ่งวนเป็นรอบจำนวน 17 รอบ ภายในสวนลุมพินี ซึ่งเป็นสวนสาธารณะ เส้นทางวิ่งเป็นทางเรียบ นอกจากจะมีนักวิ่งยังมีประชาชนทั่วไปมาออกกำลังกายในเส้นทางการวิ่งด้วย การวิ่งปล่อยตัวเวลา 08.00 น. และจัดในช่วงหน้าร้อน ทำให้บรรยากาศและสภาพอากาศขณะแข่งขันร้อนมากและร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: สงกรานต์มาราธอนเป็นมาราธอนที่วิ่งยาก ไม่ใช้เพราะเส้นทางแต่เป็นเพราะอากาศที่ร้อนจัด หรือจะเรียกได้ว่าเป็นสนามที่ร้อนที่สุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ ดังนั้นสนามนี้จึงเป็นสนามที่ท้าทายมนุษย์มาราธอนมากพอดู สนามนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นมาราธอนแรกของผู้เริ่มวิ่งมาราธอน และสำหรับผู้ที่ผ่านมาราธอนมาแล้วหลายๆสนามก็ตามที ก็ควรฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นคุณก็อาจไม่จบมาราธอนนี้อย่างง่ายๆเหมือนกัน

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: เนื่องจากผู้จัดต้องการจัดเป็นประเพณีในช่วงสงกรานต์และวิ่งกันในช่วงแดดกำลังออกฤทธ์ ดังนั้นอยากให้ผู้จัดตระหนักเรื่องน้ำและเครื่องดื่มให้มาก การตั้งจุดให้น้ำเพียงจุดเดียวอาจจะน้อยเกินไป และในการวิ่งที่ร้อนมากอย่างนี้ อันตรายอาจเกิดกับนักวิ่งได้ง่าย การคำนึงในเรื่องความปลอดภัยของนักวิ่งควรมีมากกว่าปกติ และเส้นทางการวิ่งวิ่งเป็นรอบกว่าจะครบระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ต้องวิ่งถึง 17 รอบ การวิ่งวนถึง 17รอบเป็นเส้นทางที่ซ้ำซากจำเจ อยากให้ผู้จัดส่งเสริมให้มีกองเชียร์หลายๆกลุ่มไม่ว่าจะมาจากกลุ่มนักวิ่งเอง หรือจากชุมชนภายนอก เพื่อความสนุกสนานครื้นเครงเป็นกำลังใจแก่นักวิ่งให้มากว่านี้

สำหรับการจัดวิ่งที่ผ่านมา ขอติงผู้จัดในเรื่องเจ้าหน้าที่เช็คพอยท์ การวิ่งเป็นรอบเจ้าหน้าที่เช็คพอยท์ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากบางทีนักวิ่งก็ไม่ประสงค์ที่จะโกงหรอกแต่วิ่งหลายๆรอบเข้า เหนื่อยมากขึ้น ก็จำรอบไม่ได้ ปล่อยตัวไปแล้วรอบแลกยังไม่เจ้าหน้าที่เช็คพอยท์ พอรอบที่สองถึงจะมี ประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่งผ่านไปมาราธอนผลัดจบการแข่งขันหมดแล้ว แต่มาราธอนเดี่ยวยังเหลือนักวิ่งอีกหลายท่าน ผู้จัดได้ประกาศให้นักวิ่งที่วิ่งไม่ไหวให้จบการแข่งขันได้ แต่นั่นยังไม่ได้หมายถึงการแข่งขันได้สิ้นสุดลง นักวิ่งทั้งหมดยังไม่ได้เข้าเส้นชัย ดังนั้นเจ้าหน้าที่ควรจะทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะปิดการแข่งขัน หรือจนกว่าถึงเวลาที่ท่านได้กำหนดเอาไว้ ฝากเอาไว้ให้ผู้จัดรับไปพิจารณานะคะ

4.4.48

2 ทศวรรษโรงไฟฟ้าบางปะกงมินิมาราธอน

งานวิ่ง 2 ทศวรรษโรงไฟฟ้าบางปะกงมินิมาราธอน
วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2548
ณ โรงไฟฟ้าบางปะกง ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
สรุปผลการประเมิน TRES: (82 คะแนน) เป็นสนามที่แนะนำให้ไปวิ่ง

เส้นทางการวิ่ง: เส้นทางการวิ่งเป็นเส้นทางภายในโรงไฟฟ้า ทางเรียบ ไม่มีเนินชันมีเพียงเนินสะพานเตี้ยๆ ให้ได้ออกแรงอีกนิดหน่อย วิ่งไป-กลับ 10 กิโลเมตรในเส้นทางเดิม อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนมากนักเพราะอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง

คำแนะนำสำหรับนักวิ่ง: งานวิ่ง 2 ทศวรรษโรงไฟฟ้าบางปะกงมินิมาราธอน เป็นงานวิ่งที่เหมาะกับนักวิ่งทุกระดับ เพราะผู้จัดให้การดูแลนักวิ่งเป็นอย่างดี ดูแลจนถึงนักวิ่งคนสุดท้าย หากนักวิ่งน้องใหม่ที่สนใจจะลงสนามนี้เป็นสนามแรกก็ถือว่าเป็นสนามที่น่าสนใจเลยทีเดียว

คำแนะนำสำหรับผู้จัด: การจัดครั้งนี้ถือว่าจัดได้ดีมากทีเดียว ผู้จัดหรือว่าโรงไฟฟ้าบางปะกงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย และคำนึงถึงประโยชน์ที่จะคืนให้สู่สังคมเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังตระหนักถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดีเช่นกัน แต่สิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้ในการจัดการแข่งขันครั้งต่อไปคือ ด้านการส่งเสริมเยาวชนให้เข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าสมัครสำหรับนักเรียนและเยาวชน หรือแนวทางด้านอื่นๆแล้วแต่ดุลยพินิจขององค์กรที่จะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนหันมาสนใจเล่นกีฬากันมากขึ้น ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น

31.12.47

สถิติการวิ่งทั้งหมด...เท่าที่พอจะจำได้ 2544-2547

เริ่มการวิ่งแข่งขันสนามแรกในวันที่ 29 ธันวาคม 2544
ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้ทำการบันทึกสถิตการแข่งขันจนกระทั่งในปี 2548 ถึงได้เริ่มทำการจดบันทึก
ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2544 จนถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2547 สนามที่พอจะจำได้ ได้แก่

วันที่ - รายการ - สถานที่- ระยะทาง(กม.)-อันดับที่
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
29 ธ.ค. 44 เดิน-วิ่ง เทิดพระเกียรติจอมราชันย์ ลานกีฬาวัชรพล กทม. 7.5 - 3
27 ม.ค. 45 กระทรวงการต่างประเทศ-กองทัพเรือ มินิมาราธอน ป้อมพระจุลฯ จ.สมุทรปราการ 10 - 4
16 มิ.ย. 45 ต้านภัยเอดส์มินิมาราธอน กทม. 10
30 มิ.ย. 45 Reebok Mountain Run แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 10
28 ก.ค. 45 จ๊อกแอนด์จอยเดย์รัน กทม. 10
06 ต.ค. 45 กรมบัญชีกลางมินิมาราธอน ครั้งที่3 กทม. 10
01 ธ.ค. 45 อยุธยามินิ-ฮาล์ฟมาราธอน อยุธยา 10
08 ก.ย. 45 เดิน-วิ่ง แทคทีมมินิมาราธอน กทม. 10 - 2
08 ธ.ค. 45 รันนิ่งสปอร์ตวิ่ง 3 อ่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ 11 - 3+ ถ้วย VIP
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
16 ก.พ. 46 คิง ออฟ เดอะ โรด ราบ 11 กทม. 10 - 5
16 ก.ค. 46 มินิมาราธอน พระยมเกมส์46 กทม. 10 - 3
12 ต.ค. 46 นิด้า มินิมาราธอน ราบ 11 กทม. 10 - 3
09 พ.ย. 46 วิ่งเพื่อเด็กเพื่อบ้าน สวนหลวง ร.9 10
07 ธ.ค. 46 โรตารีมินิมาราธอน จ.สมุทรสงคราม 10
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
04 ม.ค. 47 วิ่งเฉียดคุก มินิมาราธอน กทม. 10
01 ก.พ. 47 จอมสุรางค์มินิมาราธอน ร.ร.จอมสุรางค์ จ.อยุธยา 12 - 2
01 ก.พ. 47 300 ปีพันท้ายนรสิงห์ SUNSET มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน จ.สมุทรสาคร 10 - 1(ปล่อยตัว 16.30 น.)
08 ก.พ. 47 วังน้อยพนมยงค์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน จ.ปทุมธานี 21 - 2
12 ก.พ. 47 KMITL ฮาล์ฟมินิมาราธอน KMITL 3 - 2
14 ก.พ. 47 สถาบันราชภัฎพระนครศรีอยุธยามินิมาราธอน 10
07 มี.ค. 47 พระจอมเกล้า-พระนครคีรีมินิมาราธอน เขาวัง จ.เพชรบุรี 10
04 เม.ย. 47 หาดสอมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน หาดสอ จ.ชลบุรี 10
10 เม.ย. 47 ร.ร.เทศบาลวัดช่องลม รร.เทศบาลวัดช่องลม จ.ราชบุรี 10
02 พ.ค. 47 นพรัตน์มินิมาราธอน รพ.นพรัตน์ กทม.10
16 พ.ค. 47 Run for Your Life สารินซิตี้ สมุทรสาคร 10 - 7
23 พ.ค. 47 วิ่งข้ามชาติมิตรภาพไทย-ลาว หนองคาย -เวียงจันทร์ 25 - 3+ Prize
11 ก.ค. 47 TPA มินิมาราธอน กระทรวงสาธารณสุข 10 - 5
18 ก.ค. 47 พัทยามาราธอน จ.ชลบุรี 42
31 ก.ค. 47 เขื่อนป่าสัก-เบทาโกรมินิมาราธอน เขื่อนป่าสัก จ.ลพบุรี 10 - 3
- - ก.ย. 47 AIT MARATHON & BIKE RACE AIT 3 - 1
12 ก.ย. 47 เฉลิมพระเกียรติ พระประแดงซุปเปอร์มินิมาราธอน พระประแดง 16 - 5
12 ส.ค. 47 พันธมิตรมินิมาราธอน 12 สิงหามหาราชินี สวางคนิวาส บางปู จ.สมุทรปราการ 10 - 3
15 ส.ค. 47 เขาสามหลั่น ซุปเปอร์มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน เขาสามหลั่น จ.สระบุรี 30 - 2
29 ส.ค. 47 สงขลานานาชาติมาราธอน จ.สงขลา 42
03 ต.ค. 47 เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ สวนหลวง ร.9 กทม. 10 - 1
24 ต.ค. 47 นครพนมไหลเรือไฟมาราธอน ครั้งที่ 1 จ.นครพนม 42
31 ต.ค. 47 ธ.ก.ส.มินิมาราธอน กรุงเทพ 10
28 พ.ย. 47 สสส.กรุงเทพมาราธอร 42
19 ธ.ค. 47 หาดใหญ่มาราธอน หาดใหญ่ 42 - 3
26 ธ.ค. 47 บ้านฟ้าปิยะรมณ์มินิมาราธอน ลำลูกกา ปทุมธานี 10

รวมคร่าวๆประมาณ 40 สนาม

10.10.47

29 ธันวาคม 2544 เริ่มวิ่งยาวสนามแรก...


เริ่มต้นวิ่ง.... ก็เจอบทเรียนอันแสนสาหัส

ต้นโศก ดอกแก้ว ก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นนักวิ่งอาชีพหรือนักกีฬาทีมชาติอะไรกะเค้าหรอก แค่ลูกจ้างได้ค่าจ้างรายเดือนเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าพอมีเวลาก็จะไปออกกำลังกายเพื่อระบายอารมณ์และผ่อนคลายความตรึงเครียดจากการทำงานบ้าง แม้จะออกกำลังกายเป็นครั้งเป็นคราวแต่เพื่อนๆที่ทำงานด้วยกันก็จะมองเราเป็นนักกีฬาซะอย่างนั้น เพราะมีน้อยคนนักที่จะเจียดเวลามาออกกำลังกายอย่างเรา และแล้วอยู่มาวันหนึ่งก็ตัดสินใจวิ่งยาวครั้งแรกด้วยระยะ 7 กม. ในวันที่ 29 ธันวาคม 2544 ณ ลานกีฬาวัชรพล กรุงเทพมหานคร ด้วยคำเชิญชวนแกมบังคับของ มร.โซโก ซูกิยูระ ชาวญี่ปุ่นซึ่งมารับตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการศูนย์พัฒนาการประมงที่ทำงานในขณะนั้น ก่อนหน้านั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเค้ามีการแข่งขันวิ่งแบบนี้กันด้วย นึกว่าจะมีแต่งานวิ่งแข่งขันที่ให้นักวิ่งทีมชาติไม่กี่คนเขาวิ่งแข่งกัน งานนี้นักวิ่งเพียบเลย ตัวเองก็ไม่ใช่ทีมชาติซะด้วย จะให้มาวิ่งยาวขนาดนี้มันจะไหวมั้ยเนี่ย และก็ไม่เคยวิ่งยาวเกิน 1000 เมตรมาก่อนเลย แต่ชาติเสือต้องไว้ลาย ลูกผู้ชายต้องไว้ศักดิ์ศรี เป็นสตรีก็ยอมแพ้ไม่ได้ (ภาษิตของผมเอง) วันนี้ขอสู้ตายละวะ เพื่อไม่ให้เสียชื่อนักกีฬาที่เพื่อนในออฟฟิศต่างมองผมว่าเป็นอย่างนั้น....

การแข่งขันได้เริ่มขึ้นแล้ว ผมไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ใจคิดอยู่อย่างเดียวว่าต้องชนะให้ได้ ตั้งหน้าตั้งวิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง แล้วก็วิ่ง ใครจะแซงหรือจะแซงใครผมก็ไม่สน วิ่งไปตามเส้นทางที่เค้าบอกให้วิ่ง เค้าบอกให้ไปทางไหนผมก็ไป เชื่อเค้าหมด... วิ่งไปได้ 3 กิโลกว่าๆ ครึ่งทางผ่านไปแรงเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ แต่ด้วยใจที่มันคิดแต่จะเอาชนะ ก็อดทนวิ่งจนเข้าสู่เส้นชัยจนได้... และป้ายอันดับ 3 ก็มาอยู่ในมือผม

ถ้วยรางวัลใบนี้เองเป็นถ้วยแห่งความภาคภูมิใจและแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมวิ่งต่อมาเรื่อยๆ ไม่จบลงเพียงเท่านั้น

ครั้งแรกในชีวิตที่ลงสนามแข่งขันวิ่งมินิมาราธอน ด้วยระยะทาง 7 กม. ไม่นึกไม่ฝันเลยซิ ว่าจะต้องมาวิ่งยาวซะขนาดนี้ ตอนวิ่งก็ไม่หนักหนาอะไรหรอกนะ ในใจได้แต่คิดว่าต้องเอาชนะให้ได้แค่นั้นเอง พอได้ที่ 3 ก็รู้สึกดีใจภูมิใจตัวเองซะไม่มีหละ แถมยังได้ถ้วยรางวัลติดมือกลับบ้าน เอาไปอวด ป๊ะป๋า กับ แม่ซะด้วยงานนี้นอกจากจะต้องหอบถ้วยกลับบ้าน แถมยังต้องหิ้วสังขารเกือบ 50 กิโลกลับไปให้ถึงบ้านอีกอ่ะ ความทรมานเริ่มมาเยือน หลังจากวิ่งเสร็จไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ขาผม มันเริ่มก้าวไม่ออกแล้ว มันเจ็บปวดรวดร้าว ระบมไปหมดเลย ชีวิต หนอ ชีวิต ผมอยากจะนั่งนิ่งๆ อยู่ริมฟุตบาท ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ไม่ไหวแล้ว ทรมานเหลือเกิน.... มันทรมานเหลือเกิน หอบสังขารกลับมาบ้านก็บุญหนักหนาแล้ว   เวลาจะขึ้นลงบันไดที ก็ใช้รูดตัวขึ้นลงเอา เพราะจะก้าวแต่ละที มันไม่ไหวเอาซะเลย แล้วก็ร้องโอดโอย ให้น้องชายช่วยนวดให้


13.9.47

ประวัติส่วนตัวคร่าวๆซักเล็กน้อย...

Name: Narumol Nishi (Narumol Thapthim)
Nick Name: Namon
Net Name: Tonsok Dokkaew
Date of Birth: 13 September 1976
Email: thaimarathoner@hotmail.com, tonsokdokkaew@hotmail.com

ประวัติส่วนตัวซักเล็กน้อย: นฤมล นิชิ (นามสกุลเดิม ทับทิม) หรือเพื่อนๆเรียกกันว่า นะมล เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ.2519 ที่ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เป็นลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อไพฑูรย์ แม่ประมวญ ทับทิม และมีน้องชายอีก 1 คน เข้าเรียนชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนวัดหัวคู้ จ.สมุทรปราการ และต่อชั้นมัธยมศึกษาและสำเร็จการศึกษามัธยมปลายจากโรงเรียนพรตพิทยพยัต กรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2537 ได้เข้ารับการศึกษาปริญญาตรีในสาขาวิทยาศาสตร์การประมง รุ่นที่ 1 ของภาควิชาวิทยาศาสตร์การประมง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หลังจากสำเร็จการศึกษาก็หาประสพการ์ณชีวิตด้วยการทำงานด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง โดยเฉพาะกุ้ง ในฟาร์มเอกชน หลังจากนั้นก็เข้ารับการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีการทำประมงทะเลจาก ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFDEC) เมื่อสำเร็จการฝึกอบรมก็สมัครเป็นพนักงานองค์กรแห่งนี้... และในปี 2546 ได้รับทุนการศึกษาจาก DANIDA และ AIT เพื่อศึกษาต่อในระดับมหาบัณฑิตด้านการจัดการทรัพยากรชายฝั่งเขตร้อน ณ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เมื่อสำเร็จการศึกษาในปี 2548 ก็กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรอีกครั้ง...











Education background:
Graduated Primary School from Wat Hua Ku School, Samut Prakan THAILAND. Graduted high school (Science&Mathematic) from Prot Pittaya Payat School, Bangkok.In 1998, graduated in B.Sc (Fisheries Science), Faculty of Agricultural Technology from King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang (KMITL), Bangkok THAILAND. And M.Sc (Integrated Tropical Coastal Zone Management, ITCZM), Aquaculture and Aquatic Resource Management, School of Environment and Resource Development, Asian Institute of Technology (in June 2005) supported by DANIDA and AIT.



Currently position:
Fishery Governance Management System Scientist
Responsibilities:
Under the current assignments, my responsibilities are as follows;
- To be responsible for documentation of regional program/project information of SEAFDEC Secretariat and Departments
- To monitor and follow-up the implement of SEAFDEC Regional Programs which conducted by Secretariat and Departments
- To make arrangement for SEAFDEC Annual Meetings with particularly emphasis on preparation and compilation of the meeting prospectuses, working documents and reports
- To act as the secretary of the meetings in order to follow-up secretariat activities
- To assist the Policy and Program Coordinator (PPC), Project Manager (PM) and Coastal Fisheries Management Specialist (CFMS) to implement project under PPC Office of SEAFDEC Secretariat


















Employment record:
2006- Present Fishery Governance Management System ScientistSEAFDEC Training Department, Samut Prakan
2003- 2006 Policy and Program OfficerSEAFDEC Secretariat, Kasetsart University Campus, Bangkok
2002-2003 Project Administrative OfficerSEAFDEC Secretariat, Kasetsart University Campus, Bangkok
2000-2002 Assistant instructor and concurrently researcher and information officerSEAFDEC Training Department, Samut Prakan1998-1999 Fisheries biologistPrivate shrimp farm, Samut Songkhram

Working experiences:
My working experience can be summarized on the following six major areas;
1. Project planning and implementation
Regarding to SEAFDEC Training Department and Secretariat, which I work for five years the project planning and implementation as a part that I had been done the supported activities is drafting and implementing the proposal of the project

2. Project monitoring and coordination
With Monitoring and coordination I also involved as response on the above

3. Research
While I obtained a special fellowship in marine fishing technology by SEAFDEC Training Department and became as an assistant researcher in marine fishing technology which involved in the following activities:
- Water quality sampling analysis in the brackish water, sea and ocean
- Collecting data on tuna species for biological and fish behavior study
- Collecting the plankton for biological and primary productivity
- Collecting and identifying of the squid paralarvae for biological and biodiversity

4. Training
With respect to training, I am also assigned as an assistant instructor involved in the following activities:
- Arrangement for the regular course for the university students in marine fishing technology
- Preparation the materials for the training courses- Monitoring and evaluation of the training courses
- To be as an instructor on basic fishing gear instruction, small scale fishing and selective fishing gear for responsible fishing
- Moreover, I also organize the training course for farmers who are interested in the fresh water fish artificial desemination breeding and also be an instructor.

5. Information and publications
With respect on information and publication, my experience as following:
- Preparation and compiling the information on shrimp culture, aquarium fishes biology and breeding and also fresh water fishes breeding
- Preparation and compiling TEDs and JTED in the region
- Translation Resolution and Plan of Action for Fisheries in Thai
- Arrangement the information to dissemination on the Internet
- Draft and preparation general information for the conference and other meeting

6. Aquaculture and farm management
With respect to aquaculture and farm management, I also have been experienced which involved the shrimp culture, freshwater fish breeding and culture in private company.

12.9.47

My hobbies: งานอดิเรก หรือ กิจกรรมยามว่าง

-Collecting bank notes,Stamp, Post cards, Coins, Medals, Dolls, Watches ect.
สะสมนานาจิปาถะ ไม่ว่าจะเป็น แบงค์ แสตมป์ โปสการ์ด เหรียญต่างๆ นาฬิกา และอื่นๆ
















-Cycling or Mountain Biking
ปั่นจักรยานทั้งปั่นเที่ยวและแข่งขันเพื่อความมันส์ ส่วนใหญ่จะเน้นไปในแนวครอสคันทรีมากว่าทางเรียบ










-Playing sport, Jogging & Running ก็ออกกำลังกายและเล่นกีฬาทั่วๆไป ว่ายน้ำบ้าง วิ่งบ้าง เล่นแบดมินตัน ตีปิงปอง หรือกีฬาอื่นๆ ก็แล้วแต่โอกาส
















-Traveling
ท่องเที่ยว หรือเดินทาง อันนี้เป็นกิจกรรมที่โปรดปรานแต่ว่าต้นทุนสูง ก็อาศัยท่องเที่ยวแบบแบคแพคซะมากกว่าประหยัดลงมาหน่อย
















-Taking a photo เดินทางบ่อยๆ ก็ต้องเก็บภาพเก็บบรรยากาศเป็นธรรมดา แม้จะไม่ใช่ตากล้องมืออาชีพ กล้องที่ใช้ก็ดิจิตอลธรรมดา

-Listening to the music พูดให้ดูดีหน่อยคือฟังเพลง แต่จริงๆแล้วคือนอนฟังเพลงน่ะเอง งานการไม่ทำเอาแต่นอนค่ะ....

- Reading and Writing อ่านหรือเขียนหนังสือ หากมีโอกาสคงได้ตีพิมพ์กะเค้าบ้าง หวังไว้เช่นนั้น